รัสเซีย ยูเครน : แม่ยูเครนเล่าเห็นลูกตายต่อหน้า ก่อนถูกทหารรัสเซียจองจำที่ชั้นใต้ดินนานเกือบเดือน

Viktoria Kovalenko
คำบรรยายภาพ, วิกตอเรีย โควาเลนโก เห็นลูกสาวเสียชีวิตลงต่อหน้าจากการโจมตีของทหารรัสเซีย
    • Author, แอนนา ฟอสเตอร์
    • Role, บีบีซี นิวส์, เคียฟ, ยูเครน

วิกตอเรีย โควาเลนโก ยังจำภาพเหตุการณ์นั้นได้อย่างแจ่มชัด

"เกิดระเบิดหรือการยิงถล่มอะไรสักอย่าง มันทำให้ฉันหูดับไปเลย กระจกหลังรถแตกกระจาย สามีของฉันตะโกนว่า 'ออกจากรถ'"

เหตุการณ์อันน่าหวาดกลัวในวันนั้นเลวร้ายเกินกว่าจะจินตนาการได้

เนื้อหาต่อไปนี้อาจทำให้ผู้อ่านบางคนรู้สึกไม่สบายใจ

เก้าวันหลังจากรัสเซียยกทัพบุกยูเครน วิกตอเรีย และเปโตร สามีของเธอได้ตัดสินใจหลบหนีออกจากเมืองแชร์นีฮิฟ ทางภาคเหนือของยูเครน เพื่อความปลอดภัยของลูกสาวทั้งสอง นั่นคือ เวโรนิกา วัย 12 ปีที่เกิดจากสามีคนแรกของวิกตอเรีย และหนูน้อย วาร์วารา อายุเพียง 1 ขวบ

พวกเขาเก็บข้าวของที่จำเป็นแล้วขับรถออกมา ในขณะที่พวกเขากำลังจะพ้นเขตชานเมืองแชร์นีฮิฟ ก็พบว่ามีก้อนหินปิดกั้นเส้นทางอยู่ เปโตรจึงจอดรถแล้วลงไปเคลื่อนย้ายก้อนหินให้พ้นทาง

เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา รถยนต์ของพวกเขาก็ถูกโจมตี

Veronika

ที่มาของภาพ, Kovalenko family

คำบรรยายภาพ, เด็กหญิง เวโรนิกา วัย 12 ปี เสียชีวิตขณะพยายามหลบหนีการยิงถล่มของรัสเซีย

"เวโรนิกา ลูกสาวคนโตของฉันเริ่มร้องไห้ เพราะหัวฉันแตกจากเศษกระจกที่กระเด็นใส่ และฉันก็มีเลือดไหลออกมา" วิกตอเรียเล่าให้บีบีซีฟังพร้อมกับชี้รอยแผลที่โหนกแก้มซ้ายให้ดู

"เวโรนิกาเริ่มกรีดร้อง มือของลูกสั่นเทา ฉันจึงพยายามปลอบเธอ เธอออกจากรถโดยมีฉันตามไปติด ๆ จังหวะที่ฉันออกมาได้ ฉันเห็นลูกล้มลง พอฉันหันไปมอง หัวของเธอก็หายไปแล้ว"

รถของครอบครัวโควาเลนโกถูกปืนใหญ่รัสเซียยิงถล่ม ก่อนที่จะระเบิดเป็นไฟ

"ฉันพยายามตั้งสติ ฉันอุ้มลูกสาวคนเล็กเอาไว้ และฉันจะต้องทำให้เธอปลอดภัย" วิกตอเรียกล่าว

เธอไม่เห็นเปโตรอีกเลย แต่ความเงียบของเขาทำให้วิกตอเรียรู้ว่าสามีของเธอก็เสียชีวิตเช่นกัน

เธอหอบลูกน้อยหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ และพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนั้น

วิกตอเรียและหนูน้อยวาร์วาราเข้าไปแอบในรถที่ถูกจอดทิ้งไว้คันหนึ่ง แต่จากนั้นก็เริ่มมีการยิงอีกครั้ง เธอจึงวิ่งเข้าไปแอบในตึกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งชัดเจนว่ามันถูกใช้เป็นที่มั่นของทหาร

ตอนที่ซ่อนตัวอยู่นั้น วิกตอเรียปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อประหยัดแบตเตอรี ขณะเดียวกันก็คิดหาหนทางให้ตัวเองและลูกน้อยปลอดภัย

วันถัดมา ทหารลาดตระเวนของรัสเซียมาพบพวกเธอเข้า จากนั้นก็นำตัวสองแม่ลูกไปจองจำไว้ที่ชั้นใต้ดินของโรงเรียนแห่งหนึ่งอยู่ถึง 24 วัน และพวกเธอก็พยายามอย่างหนักเพื่อให้มีชีวิตรอดท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่แสนเลวร้าย

วิกตอเรียเล่าถึงการต้องมองดูผู้คนที่ถูกคุมขังไว้ด้วยกันค่อย ๆ ล้มตาย เพราะไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่จำเป็นได้

หลังได้ฟังเรื่องราวของเธอ ทีมข่าวบีบีซีได้เดินทางไปสำรวจชั้นใต้ดินดังกล่าว และพูดคุยกับผู้คนในแถบนั้น ซึ่งผู้ที่เคยถูกจองจำที่นั่นเล่าให้ฟังว่าพวกเขาต้องอยู่ในชั้นใต้ดินร่วมกับศพที่ไม่มีใครเข้าไปเก็บกู้อยู่นานหลายชั่วโมง บางครั้งก็หลายวัน

Viktoria and Petro Kovalenko

ที่มาของภาพ, Kovalenko family

คำบรรยายภาพ, เปโตรเสียชีวิตในที่เกิดเหตุพร้อมกับเวโรนิกา

วิกตอเรียบรรยายสภาพในที่จองจำว่า มีเชลยที่ถูกจับให้แออัดอยู่รวมกันราว 40 คน ภายในไม่มีแสงไฟ พวกเขาจึงต้องจุดเทียนไข และใช้แสงสว่างจากไฟแช็ก สภาพในห้องก็เต็มไปด้วยฝุ่นและความอบอ้าว ส่งผลให้ผู้ถูกจองจำบางคนมีปัญหาหายใจลำบาก นอกจากนี้ พวกเขายังมักไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องน้ำ จึงทำให้ต้องถ่ายทุกข์กันใส่ถังแทน

"การไม่ได้ขยับเคลื่อนไหวร่างกายทำให้ผู้คนล้มป่วย พวกเขาต้องนั่งและนอนอยู่บนเก้าอี้…" วิกตอเรียเล่า

ในช่วงที่ถูกจองจำ วิกตอเรียได้ครุ่นคิดและยอมรับถึงการสูญเสียสามีและลูกสาวไปอย่างโหดร้าย เธอเล่าให้บีบีซีฟังว่า พยายามตั้งสติให้ได้มากที่สุด โดยมุ่งมั่นไปที่การรักษาชีวิตของลูกน้อยที่เธอเหลืออยู่เพียงคนเดียว

วิกตอเรียได้วิงวอนให้ทหารรัสเซียช่วยนำศพของเปโตรและเวโรนิกามาที่โรงเรียนที่เธอถูกคุมขังอยู่ เพื่อทำพิธีฝังศพอย่างเหมาะสม

เธอส่งอดีตสามี ซึ่งเป็นพ่อของเวโรนิกาให้ไปยังจุดที่รถถูกโจมตี เพื่อให้เขาถ่ายรูปศพมาให้ ซึ่งภาพที่ปรากฏนั้นน่าตกตะลึง เพราะศพแทบไม่หลงเหลือสภาพความเป็นมนุษย์อยู่เลย

The Kovalenko family's burned out car

ที่มาของภาพ, Kovalenko family

คำบรรยายภาพ, สภาพรถยนต์ที่ถูกโจมตีของครอบครัวโควาเลนโก

บริเวณซากรถที่ถูกเผาไหม้ก็แทบไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่ มีเพียงเศษเสื้อผ้าของเวโรนิกา และกำไลข้อมือเล็ก ๆ ที่มีเครื่องรางรูปหัวใจของเธอ

วิกตอเรียจำได้ดีตอนที่ทหารรัสเซียนำศพของสามีและลูกมาส่งให้

"มันคือวันที่ 12 มี.ค. พวกเขาเรียกฉัน แล้วบอกว่า 'ออกมาดูจุดที่จะฝังศพพวกเขา'"

ศพของเปโตรและเวโรนิกาถูกนำไปฝังในป่า โดยมีสัญลักษณ์รูปไม้กางเขนปักไว้เหนือหลุม

"เราอยู่ตรงนั้น และเริ่มเอาดินกลบกล่องบรรจุศพ แต่แล้วก็เริ่มมีการยิงปืนใหญ่ขึ้น เราจึงต้องวิ่งออกมาก่อนที่จะฝังพวกเขาเสร็จ มันน่ากลัวมาก"

เราถามวิกตอเรียว่าเธออยากพูดอะไรกับคนที่ทำแบบนี้กับครอบครัวของเธอ

"ถ้าฉันมีโอกาสที่จะยิงปูติน ฉันจะทำโดยที่มือของฉันจะไม่สั่นเทา" เธอตอบ

Two small wooden crosses mark the graves of Petro and Veronika

ที่มาของภาพ, Kovalenko family

คำบรรยายภาพ, หลุมศพของเปโตรและเวโรนิกา

ปัจจุบัน วิกตอเรียและลูกสาวตัวน้อยอยู่ในเมืองลวิฟที่ค่อนข้างปลอดภัย ทางภาคตะวันตกของยูเครน วันก่อนหน้าจะให้สัมภาษณ์กับบีบีซี เธอเพิ่งเข้ารับการบำบัดครั้งแรกกับนักจิตวิทยา

"เวลาที่ฉันอยู่กับผู้คน พูดคุย หรือทำอะไรบางอย่าง ฉันจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปชั่วขณะ แต่เมื่อฉันอยู่ตามลำพัง ฉันก็เหมือนกับคนหลงทาง" วิกตอเรียพูดพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา

เธอหยิบพวงกุญแจที่มีรูปวัวกอดหัวใจไว้ที่อกให้ทีมข่าวบีบีซีดู แล้วเล่าว่ามันคือของขวัญจากเวโรนิกา ในพวงกุญแจนั้นยังมีห่วงสีทองเล็ก ๆ สลักตัวอักษรเอาไว้

"มันมาจากโบสถ์ ลูกซื้อให้ฉันเหมือนกัน มันคือเครื่องราง ฉันรู้สึกว่ามันช่วยคุ้มครองฉัน มันอยู่ในกระเป๋าของฉัน ลูกคอยคุ้มครองให้ฉันปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา"

line
line

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"