สหรัฐฯ-อิสราเอลเริ่มปฏิบัติการ "ชิงโจมตีก่อน" ในอิหร่าน หลังมีรายงานเหตุระเบิดในกรุงเตหะราน

ที่มาของภาพ, EPA
อิสราเอลได้เปิดฉากในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "การชิงโจมตีก่อน" (pre-emptive attack) ต่ออิหร่าน
ในแถลงการณ์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายอิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลประกาศ "ภาวะฉุกเฉินพิเศษและถาวร" ทั่วทั้งประเทศ
"อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านก่อนเพื่อขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอลกล่าว
นอกจากนี้ ทางการอิสราเอลยังสั่งปิดน่านฟ้าชั่วคราว โดยไม่อนุญาตให้เที่ยวบินพลเรือนบินผ่านในขณะนี้
สื่ออิหร่านรายงานว่า มีผู้ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 3 ครั้งในกรุงเตหะราน โดยสำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) ระบุว่าพวกเขาได้รับรายงานว่ามีขีปนาวุธหลายลูกพุ่งโจมตีพื้นที่สาธารณรัฐในเมืองหลวงของอิหร่าน
บีบีซีเพิ่งได้รับภาพถ่ายกลุ่มควันที่ลอยเหนือกรุงเตหะราน บริเวณจัตุรัสจอมฮูรี (Jomhouri Square) และจัตุรัสฮัสซันอาบัด (Hassan Abad Square)
การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลและอิหร่านเปิดฉากสงครามทางอากาศนาน 12 วันในเดือน มิ.ย. 2025 และเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลได้เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพวกเขาจะโจมตีอีกครั้งหากอิหร่านยังคงเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธต่อไป
ในเดือน ก.พ. 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เตือนว่าจะเกิดผลกระทบร้ายแรง หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลงเกี่ยวกับอนาคตโครงการนิวเคลียร์ โดยการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการเสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ในภูมิภาคที่อุดมด้วยน้ำมัน
สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งจัดการเจรจารอบที่ 3 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) เพื่อหาทางคลี่คลายความขัดแย้ง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้โพสต์วิดีโอความยาว 8 นาทีบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเขา "ทรูธ โซเชียล" (Truth Social) โดยระบุว่า สหรัฐฯ ได้เปิด "ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่" (major combat operations) ในอิหร่าน
"เราพยายามซ้ำเล่าซ้ำเล่าที่จะทำข้อตกลง เราพยายามแล้ว" ทรัมป์กล่าว และเสริมอีกว่า "เรากำลังจะทำลายขีปนาวุธของพวกเขา และทำให้อุตสาหกรรมขีปนาวุธของพวกเขาย่อยยับจมดิน มันจะเป็นการ... กวาดล้างอย่างสิ้นซาก"

เสียงไซเรนดังขึ้นทั่วอิสราเอล
รายงานโดย ฮิวโก บาเชกา ผู้สื่อข่าวตะวันออกกลางประจำนครเยรูซาเลม
เสียงไซเรนดังขึ้นทั่วทั้งอิสราเอลเมื่อเวลาราว 08.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 13.15 น. ของไทย) แจ้งเตือนประชาชนว่าอาจจะมีภัยคุกคามหรือการโจมตีด้วยขีปนาวุธ
การโจมตีของอิสราเอลเกิดขึ้นในช่วงที่มีความพยายามทางการทูตระหว่างทางการสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อควบคุมโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและหลีกเลี่ยงสงคราม โดยคาดว่าจะมีการเจรจาต่อรองสืบเนื่องไปจนถึงสัปดาห์หน้า
อิหร่านยอมประนีประนอมในการเจรจา แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านเพื่อกดดันให้ผู้นำยอมรับข้อตกลงนั้น จะออกมาเปิดเผยเมื่อวานว่าเขาไม่ได้ "ยินดี" นัก กับวิถีทางที่กำลังเกิดขึ้นในการเจรจา
ทรัมป์ได้สั่งการให้มีการเพิ่มกำลังทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การรุกรานอิรัก ซึ่งนำโดยสหรัฐฯ ในปี 2003 แต่เขาแทบไม่ได้อธิบายเลยว่าเหตุใดจึงจำเป็นต้องมีปฏิบัติการทางการทหารในตอนนี้ ในขณะที่ก็อิหร่านยืนยันว่าจะโต้ตอบการโจมตีด้วยกำลัง
นายอิสราเอล แคตซ์ รมว.กลาโหมของอิสราเอล ระบุว่า การ "ชิงโจมตีก่อน" เพื่อ "ขจัดภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอล" โดยเมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว อิสราเอลได้โจมตีอิหร่าน นำไปสู่สงคราม 12 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ จะเข้ามาร่วมกับอิสราเอลในความขัดแย้งนี้ โดยโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ต่าง ๆ ของอิหร่าน
เมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ได้เตือนถึงสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็นภัยคุกคามต่อประเทศของเขา จากขีปนาวุธของอิหร่าน และเขายังได้แสดงออกคัดค้านถึงข้อตกลงที่มุ่งเพียงเฉพาะโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเท่านั้น
อิหร่านปฏิเสธที่จะเจรจาเกี่ยวกับการจำกัดโครงการขีปนาวุธของตัวเอง รวมถึงการยุติการสนับสนุนตัวแทนในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงกลุ่มฮามาสในกาซา กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กองกำลังติดอาวุธในอิรัก กลุ่มฮูตีในเยเมน โดยบอกว่าการเรียกร้องเหล่านี้คือการละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศ































