บีบีซีตอบคำถามยอดฮิต ว่าด้วยความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล

ที่มาของภาพ, Getty Images
คู่กัดแห่งภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างอิหร่านกับอิสราเอล ยังคงโจมตีใส่กันอย่างดุเดือด เมื่อคืนวันพุธที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตอบคำถามเรื่องที่ว่าสหรัฐฯ จะเข้าร่วมทำสงครามครั้งนี้หรือไม่ ด้วยท่าทีคลุมเครือแบ่งรับแบ่งสู้ว่า "ผมอาจจะทำ หรืออาจจะไม่ทำ"
ผู้สื่อข่าวและนักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญของบีบีซี ได้ช่วยกันตอบคำถามยอดฮิตที่ชาวโลกทุกคนอยากรู้ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในความขัดแย้งล่าสุด รวมทั้งไขข้อข้องใจว่าปมปัญหาดังกล่าวจะดำเนินไปในทิศทางใด หากความขัดแย้งระหว่างสองชาติยกระดับรุนแรงขึ้น
เหตุใดอิสราเอลตัดสินใจโจมตีอิหร่านตอนนี้ ?
ที่ผ่านมาอิสราเอลยืนกรานว่า ตนเองไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ เนื่องจากเชื่อว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อิหร่านก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในการเร่งผลิตอาวุธนิวเคลียร์ให้สำเร็จ แต่การเจรจาเพื่อหยุดยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกลับไม่คืบหน้าไปไหนเลย ดังนั้นการลงมือโจมตีก่อนจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เหลืออยู่
อิสราเอลยังบอกว่า ได้เล็งเห็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอลจากการกระทำของอิหร่าน ทั้งยังบอกว่าหากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์เมื่อใด ก็จะใช้อาวุธอานุภาพร้ายแรงนั้นโจมตีอิสราเอลอย่างแน่นอน เพราะอิหร่านได้สาบานไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะทำลายล้างรัฐอิสราเอลให้จงได้
อย่างไรก็ตาม หลายประเทศในตะวันออกกลางไม่เห็นด้วยกับทัศนะของอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ว่า อิหร่านใกล้จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้สำเร็จแล้ว ส่วนทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศหรือไอเออีเอ (IAEA) ก็เห็นแย้งต่อคำกล่าวอ้างของอิสราเอลด้วยเช่นกัน รายงานล่าสุดของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ที่บีบีซีได้เห็น ซึ่งรวบรวมจากแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่มีข้อความที่ระบุว่า อิหร่านใกล้จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้แล้วอยู่เลย
- แฟรงก์ การ์ดเนอร์ ผู้สื่อข่าวด้านความมั่นคง
พลเมืองอิหร่านจะอพยพหนีภัยไปไหนได้บ้าง ?
กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) ได้ประกาศเปิดพื้นที่สำหรับให้พลเรือนชาวอิหร่าน อพยพโยกย้ายไปหลบภัยสงครามได้ชั่วคราว ในบางส่วนของกรุงเตหะราน แต่พื้นที่เหล่านั้นล้วนมีอาคารบ้านเรือนหนาแน่น และมีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว
บีบีซีได้เห็นคลิปวิดีโอของท้องถนนที่มีการจราจรติดขัดครั้งใหญ่ โดยขบวนรถยนต์ที่ยาวเหยียดของประชาชน ต่างพยายามจะหลบหนีออกจากกรุงเตหะราน เพื่อมุ่งหน้าไปยังภาคเหนือของประเทศที่น่าจะมีความปลอดภัยมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ภาคเหนือของอิหร่านถูกโจมตีในบางส่วนด้วยเช่นกัน เนื่องจากอิสราเอลได้เพิ่มเป้าหมายการโจมตีให้ขยายเป็นวงกว้างออกไปมากขึ้น จึงอาจจะเรียกได้ว่า ตอนนี้ไม่มีพื้นที่แห่งใดที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง
ด้านรัฐบาลอิหร่าน ได้ประกาศเปิดสถานีรถไฟใต้ดินทุกแห่งในกรุงเตหะรานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนสามารถลงไปหลบภัยได้ทุกเวลาหากเกิดการโจมตี แต่ถึงกระนั้น การอพยพประชากรจำนวน 10 ล้านคนในเมืองหลวงของอิหร่าน ไม่อาจจะทำได้โดยง่ายภายในช่วงเวลาสั้น ๆ
- นาฟิเซห์ คอห์นาวาร์ด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง

ที่มาของภาพ, Reuters
หากสหรัฐฯ เข้าร่วมสงคราม อิหร่านจะยิงโจมตีสหรัฐฯ ด้วยหรือไม่ ?
แน่นอนว่ามีความเสี่ยงในเรื่องนี้อยู่บ้าง และผลที่จะเกิดขึ้นตามมามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสหรัฐฯ
ปัจจุบันมีทหารอเมริกันจำนวน 40,000-50,000 นาย ประจำการอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ 19 แห่ง ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังมีกองกำลังประจำการอยู่ที่เกาะไซปรัส ทั้งยังมีฐานทัพเรือที่ประเทศบาห์เรนอีกด้วย
ดังนั้นคำตอบของคำถามข้างต้น จึงขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐฯ จะตัดสินใจเข้าร่วมในความขัดแย้งนี้อย่างไร และจะเข้าไปมีส่วนร่วมมากน้อยขนาดไหน
- ไมกี เคย์ พิธีกรรายการ Security Brief (สรุปข่าวความมั่นคง)
กองกำลังตัวแทนของอิหร่าน จะเข้ามาช่วยสู้รบกับอิสราเอลหรือไม่ ?
ผมไม่คิดแบบนั้นอีกต่อไปแล้ว เพราะนับตั้งแต่ฮามาสโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 อิสราเอลได้รื้อถอนทำลายแนวป้องกันด่านแรกของอิหร่านอย่างเป็นระบบ ซึ่งก็คือการกำจัดกองกำลังตัวแทนของอิหร่านออกไปนั่นเอง
ที่ผ่านมาอิสราเอลได้กำจัดกองกำลังฮามาสในฉนวนกาซา ทั้งทำลายคลังแสงของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนไปมากทีเดียว ส่วนซีเรียนั้นก็ไม่ใช่พันธมิตรของอิหร่านอีกต่อไป หลังประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ถูกโค่นล้ม แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่ฝีมือของอิสราเอลก็ตาม
ด้านกลุ่มกบฏฮูธีในเยเมนนั้น แม้จะได้ครองพื้นที่กว้างใหญ่ในบางส่วนของประเทศ แต่ตอนนี้กลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดภายใน ทำให้ไม่อาจขยับตัวจัดทัพมาช่วยอิหร่านได้ถนัดนัก
- แฟรงก์ การ์ดเนอร์ ผู้สื่อข่าวความมั่นคง

ที่มาของภาพ, EPA
ผู้นำอิหร่านคือใคร ? ประชาชนชื่นชอบและสนับสนุนแค่ไหน ?
ผู้นำสูงสุดของอิหร่านคืออยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเป็นผู้นำทางศาสนาที่ทรงอำนาจเสียยิ่งกว่าประธานาธิบดี ทั้งยังเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม และเป็นผู้ตัดสินใจวางนโยบายระดับประเทศ ซึ่งรวมไปถึงการเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าชาวอิหร่านทั้งหมดจะชื่นชอบและให้การสนับสนุนคาเมเนอี เพราะประชาชนพลเมืองต่างมีความเห็นที่แบ่งแยกออกเป็นหลายฝ่ายในเรื่องของผู้นำ ซึ่งทำให้เกิดความร้าวฉานที่บาดลึกลงไปทุกขณะ
เมื่อสองปีก่อนเพิ่งเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ ที่มุ่งต่อต้านระบอบการปกครองของท่านผู้นำทางศาสนา โดยบรรดาสตรีที่เข้าร่วมชุมนุมต่างเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ หลังจากที่ถูกกดขี่ด้วยระบอบอยาตอลเลาะห์มานาน
แต่ถึงกระนั้น เราไม่อาจมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า ยังคงมีผู้นิยมและสนับสนุนระบอบอยาตอลเลาะห์อยู่ไม่น้อย ซึ่งรวมถึงกองทัพที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับผู้นำทางศาสนา
- นาฟิเซห์ คอห์นาวาร์ด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง

ที่มาของภาพ, Reuters
จะเกิดอะไรขึ้นหากระบอบอยาตอลเลาะห์ถูกโค่นล้ม ?
เรายังคงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับประเด็นนี้ เนื่องจากเห็นได้ว่าตลอดช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ไม่มีแนวร่วมฝ่ายต่อต้านที่เป็นเอกภาพ หรือมีความสามารถมากพอจะทำงานร่วมกัน เพื่อโค่นล้มและเข้ามาแทนที่รัฐบาลชุดปัจจุบัน
อิหร่านมีตัวเลือกจำนวนไม่น้อยสำหรับผู้นำคนใหม่ ซึ่งรวมถึงเรซา ปาห์เลวี โอรสของพระเจ้าชาห์องค์สุดท้ายที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ เขาผู้นี้มีเสียงสนับสนุนมากมายทั้งในและนอกอิหร่าน แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่า ความนิยมดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนเท่าใดกันแน่
ยิ่งไปกว่านั้น เชื้อสายของพระเจ้าชาห์ยังคงมีศัตรูคู่แค้น ซึ่งรวมถึงเหล่านักปฏิวัติในประเทศ ที่ไม่ต้องการหวนคืนไปสู่ระบอบกษัตริย์ หลังจากระบอบนี้ถูกโค่นล้มไปนานเกือบ 40 ปีแล้ว
ดังนั้นเราอาจจะกล่าวสรุปได้ว่า อิหร่านยังไม่มีตัวผู้นำในอนาคตที่ชัดเจน ซึ่งมีศักยภาพพอจะมาแทนที่คาเมเนอีได้
- นาฟิเซห์ คอห์นาวาร์ด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง
ฟอร์โดอยู่ไหนและเป็นสถานที่แบบใดกันแน่ ?
สถานที่ทางนิวเคลียร์ฟอร์โด (Fordo nuclear site) ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของกรุงเตหะราน โดยห่างออกไปราว 200 กิโลเมตร จัดเป็นหนึ่งในโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมสองแห่งของอิหร่าน ที่มีความสำคัญยิ่งยวด
สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นใต้ดิน โดยฝังตัวอยู่ลึกลงไปใต้ภูเขา เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกข้าศึกโจมตีทำลายล้าง ทั้งยังเป็นหนึ่งในโรงงานหลักที่อิหร่านใช้เพิ่มการผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ เพื่อนำไปเก็บสะสมให้ได้เป็นจำนวนมากขึ้น
ฟอร์โดเพิ่งถูกอิสราเอลยิงโจมตี แต่หลายคนเชื่อว่าเป็นเพียงการยิงสกัดขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ รวมทั้งเป็นการยิงใส่ระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่น ๆ ของอิหร่าน ที่ตั้งอยู่โดยรอบสถานที่แห่งนี้ เพื่อเปิดทางให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าไปโจมตีด้วยอาวุธร้ายแรงได้ง่ายขึ้นในภายหลัง
- ไมกี เคย์ พิธีกรรายการ Security Brief (สรุปข่าวความมั่นคง)

ที่มาของภาพ, Maxar
อิหร่านเข้าใกล้การถือครองระเบิดนิวเคลียร์แค่ไหนแล้ว ?
คนกลุ่มเดียวที่รู้ว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อยู่จริงหรือไม่ ก็คือทีมนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด รวมถึงเจ้าหน้าที่ความมั่นคงวงใน และตัวท่านผู้นำสูงสุดเอง คนอื่นได้แต่เพียงคาดเดาจากการปะติดปะต่อเชื่อมโยงข้อมูลเอาเท่านั้น
แต่เมื่อช่วงต้นเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา หน่วยงานของสหประชาชาติอย่างไอเออีเอได้แจ้งเตือนว่า อิหร่านได้ละเมิดข้อตกลงที่จะไม่ขยายโครงการนิวเคลียร์ของตน โดยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี ที่อิหร่านได้สะสมยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ 60% เป็นปริมาณมากถึง 400 กิโลกรัม ซึ่งเกินกว่าระดับที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์สำหรับพลเรือน
ไอเออีเอยังบอกว่า อิหร่านไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการตรวจสอบ ทำให้ระบุยืนยันไม่ได้ว่า ไม่มีการนำวัสดุนิวเคลียร์ไปผลิตอาวุธตามที่อิหร่านกล่าวอ้าง ซึ่งข้อความตรงนี้มีความหมายคนละแบบกับถ้อยแถลงของอิสราเอล ซึ่งกล่าวหาว่าอิหร่านกำลังเร่งพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์อยู่
แม้กองทัพอิสราเอลจะได้แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า "ตลอดช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ข่าวกรองได้เผยว่าอิหร่านใกล้จะได้ถือครองอาวุธนิวเคลียร์แล้ว โดยเข้าใกล้ความสำเร็จมากยิ่งกว่าครั้งใดที่เคยมีมา" ทว่าข่าวกรองที่อิสราเอลกล่าวอ้างนั้น เป็นข่าวกรองจากแหล่งใดและของใครกันแน่ ?
เป็นที่ชัดเจนว่า ข่าวกรองข้างต้นไม่ได้มาจากพันธมิตรอย่างสหรัฐฯ แน่ ๆ เพราะเมื่อเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ตุลสี แกบบาร์ด ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐฯ ให้การต่อสภาคองเกรสว่า "แม้อิหร่านจะสะสมยูเรเนียมเกรดที่ใช้ผลิตอาวุธ โดยเก็บไว้เป็นจำนวนมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อยู่"
ส่วนอิหร่านยังคงยืนกรานเหมือนเดิมว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนทั้งหมด ดำเนินการด้วยวัตถุประสงค์เพื่อสันติภาพ
- แฟรงก์ การ์ดเนอร์ ผู้สื่อข่าวความมั่นคง
อิสราเอลมีอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ ?
ผู้เชี่ยวชาญประมาณการว่า อิสราเอลอาจมีหัวรบนิวเคลียร์ถึง 90 ลูก แต่ไม่มีใครรู้ถึงคำตอบที่แน่ชัดในเรื่องนี้
ที่ผ่านมาอิสราเอลไม่ได้กล่าวยืนยันหรือปฏิเสธ เมื่อถูกถามเรื่องความสามารถทางนิวเคลียร์ของตน แต่ปัจจุบันอิสราเอลไม่ได้เป็นชาติภาคีของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นข้อตกลงระดับโลก เพื่อยับยั้งไม่ให้มีชาติที่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มมากขึ้น
การที่ประเทศใดจะถือครองอาวุธนิวเคลียร์ได้นั้น จะต้องมีองค์ประกอบต่อไปนี้ครบพร้อมทั้ง 3 ประการ ได้แก่ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะถึงระดับ 90% , องค์ความรู้และเทคโนโลยีในการสร้างหัวรบ, รวมทั้งระบบยิงปล่อยหัวรบนิวเคลียร์ไปสู่เป้าหมาย ซึ่งที่ผ่านมาอิสราเอลไม่เคยประกาศอย่างชัดแจ้งว่า ได้ถือครองสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสามองค์ประกอบดังกล่าว












