ผู้นำปากีสถานประกาศพร้อม "บดขยี้" ตาลีบัน หลังโจมตีสองเมืองหลักของอัฟกานิสถาน

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

เวลาอ่าน: 9 นาที

ปากีสถานยืนยันว่าได้เปิดการโจมตีกรุงคาบูลและเมืองกันดาฮาร์ของอัฟกานิสถาน โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีครั้งที่เกิดขึ้นก่อนหน้า โดยก่อนเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ปากีสถานกล่าวว่าทหารสองนายของตนเสียชีวิตจากปฏิบัติการของกลุ่มตาลีบันอัฟกานิสถานตามแนวชายแดนร่วมของสองประเทศ

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวเขย่ากรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถานในช่วงเช้ามืดประมาณ 01.50 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และมีเสียงปืนดังในใจกลางกรุงคาบูลจนถึงประมาณ 02.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เมื่อคืนที่ผ่านมา (27 ก.พ.)

เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีของปากีสถาน กล่าวว่ากองกำลังของประเทศ "มีขีดความสามารถเต็มที่ในการบดขยี้ความทะเยอทะยานที่ก้าวร้าวใด ๆ"

"จะไม่มีการประนีประนอมใด ๆ ในการปกป้องมาตุภูมิอันเป็นที่รัก และการรุกรานทุกครั้งจะได้รับการตอบโต้ที่เหมาะสม" เขาระบุในหลายโพสต์บนเอ็กซ์ (X)

ต่อมา คาวาจา มูฮัมหมัด อาซิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของปากีสถาน ได้ประกาศ "เปิดสงคราม" กับรัฐบาลตาลีบันในอัฟกานิสถานบนโพสต์ที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X)

รมว.กลาโหมปากีสถานระบุบนโพสต์ว่า "ปากีสถานได้พยายามทุกวิถีทางที่จะรักษาสถานการณ์ให้เป็นปกติผ่านช่องทางโดยตรงและผ่านประเทศที่เป็นมิตร ประเทศได้ดำเนินการทางการทูตอย่างเต็มที่แล้ว"

"ความอดทนของเราหมดลงแล้ว บัดนี้คือการเปิดสงครามระหว่างเรากับพวกคุณ"

หลังจากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงหลายครั้ง ทั้งสองฝ่ายเคยได้ตกลงในข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางเมื่อเดือน ต.ค. แม้ว่าการต่อสู้ยังคงเกิดขึ้นในภายหลัง

สองคู่ขัดแย้งมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ?

.

ที่มาของภาพ, EPA

การโจมตีของปากีสถาน ต่อเมืองสำคัญของอัฟกานิสถาน อย่างกรุงคาบูล เมืองหลวงและเมืองกันดาฮาร์ เป็นเหตุการณ์ล่าสุดจากเหตุปะทะกันระหว่างปากีสถานและอัฟกานิสถาน แม้ว่าทั้งสองประเทศจะตกลงในข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาก็ตาม

สัปดาห์ที่แล้ว ปากีสถานได้ทำการโจมตีทางอากาศหลายครั้งในอัฟกานิสถานในเวลากลางคืน ซึ่งกลุ่มตาลีบันกล่าวว่าส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน รวมถึงผู้หญิงและเด็กด้วย

ทางการกรุงอิสลามาบัดยืนยันว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายที่ค่ายและที่ซ่อนของกลุ่มติดอาวุธ 7 แห่งใกล้ชายแดนปากีสถานและอัฟกานิสถาน และกล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเหตุระเบิดพลีชีพในปากีสถานเมื่อเร็ว ๆ นี้

ขณะเดียวกัน ทางการกรุงคาบูลระบุว่า บ้านเรือนของพลเรือนและโรงเรียนสอนศาสนาถูกโจมตี โดยมีผู้หญิงและเด็กอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตด้วย

กลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานกล่าวว่า ได้เปิดปฏิบัติการ "ขนาดใหญ่" เพื่อตอบโต้ และเมื่อวัน พฤหัสบดีที่ผ่านมา (26 ก.พ.) ได้อ้างว่าการโจมตีของพวกเขาได้สังหารทหารปากีสถาน "จำนวนมาก"

แต่เรื่องนี้ถูกปฏิเสธโดยโฆษกของนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งโต้แย้งคำกล่าวอ้างของซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกของกลุ่มตาลีบันที่ว่าได้ยึดฐานที่มั่นทางทหาร 15 แห่งแล้ว

ต่อมาในวันเดียวกัน ปากีสถานยืนยันว่ามีทหารของฝ่ายปากีสถานเสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บอีก 3 นาย หลังจากที่ทหารตอบโต้ "การยิงโดยไร้เหตุผล" ตามแนวชายแดนที่ทั้งสองประเทศใช้ร่วมกัน

มาวลาวี วาฮิดุลลาห์ โมฮัมมาดี โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มตาลีบันกล่าวว่า "ปฏิบัติการตอบโต้" ได้เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ในวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.)

เช่นเดียวกับการปะทะกันครั้งก่อน ๆ ระหว่างกองกำลังปากีสถานและอัฟกานิสถาน แต่ละฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเป็นฝ่ายโจมตีก่อน และทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าได้สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่อีกฝ่าย

เรารู้อะไรแล้วบ้างเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิต ?

.

ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images

ตามคำกล่าวของโมชาร์ราฟ ไซดี โฆษกนายกรัฐมนตรีปากีสถาน กองกำลังปากีสถานได้สังหารกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานไปแล้ว 133 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 200 คน

เขายังเขียนบนเอ็กซ์ (X) ด้วยว่า มี "ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก" จากการโจมตีของปากีสถานในอัฟกานิสถานในกรุงคาบูล ปักเตีย และกันดาฮาร์ ในวันนี้

ขณะที่ ซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกกลุ่มตาลีบันอัฟกานิสถาน เขียนบนเอ็กซ์ (X) ว่า "ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ" จากการโจมตีครั้งล่าสุดของปากีสถาน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังตรวจสอบได้ยาก

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัฐบาลตาลีบันในอัฟกานิสถานระบุด้วยว่า มีการยิงปืนใหญ่จากปากีสถานใส่ค่ายผู้ลี้ภัยในจังหวัดนังการ์ฮาร์ ซึ่งเป็นที่พักของพลเมืองอัฟกานิสถานผู้ที่เดินทางมาจากปากีสถาน

บีบีซี แผนกอัฟกานิสถาน รายงานว่าเจ้าหน้าที่บอกว่า การโจมตีดังกล่างส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 9 คน ประกอบด้วยหญิง 7 คน และชาย 2 คน และหนึ่งในผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัส

ด้านกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานระบุว่า ได้โจมตีตอบโต้ด่านชายแดนของปากีสถานทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

ซาบิอุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกของรัฐบาลตาลีบัน กล่าวกับบีบีซีว่า กองกำลังอัฟกานิสถานได้ทำลายด่านชายแดนของปากีสถาน 19 แห่ง และจับกุมทหารปากีสถานจำนวนหนึ่ง และเขายังอ้างว่ามีทหารปากีสถานเสียชีวิตมากกว่า 50 นาย

ในขณะเดียวกัน ปากีสถานอ้างว่าได้ทำลายจุดตรวจชายแดนจำนวน 27 แห่งที่เป็นของกลุ่มตาลีบัน และระบุว่าได้สร้างความสูญเสียอย่างหนักให้กับกองกำลังตาลีบัน

ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างอิสระ

ในระหว่างการสู้รบระลอกนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าได้สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่ฝ่ายตนเองได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย

กลุ่มตาลีบันอัฟกานิสถานไม่น่าจะทำสงครามแบบดั้งเดิมกับปากีสถาน

นักวิเคราะห์บอกกับบีบีซี แผนกภาษาอูรดู ว่าเป็นไปได้ยากที่กลุ่มตาลีบันจะทำสงครามแบบดั้งเดิมกับปากีสถาน เนื่องจากมีความแตกต่างกันอย่างมากในด้านขีดความสามารถทางทหารระหว่างปากีสถานและกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน

กองทัพปากีสถานซึ่งมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 15 อันดับแรกของโลกในด้านความแข็งแกร่งทางทหารมาโดยตลอด

ในทางกลับกัน กลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานขาดทรัพยากรทางทหารในระดับเดียวกันและเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจของตนเองอยู่แล้ว

อาวุธที่กองทัพตาลีบันครอบครองส่วนใหญ่มาจากสามแหล่ง ได้แก่ อาวุธที่เหลืออยู่จากกองทัพอัฟกานิสถานเดิม อาวุธจากกองกำลังต่างชาติที่ถอนตัวออกไป และอาวุธใหม่ที่พวกเขาได้มาจากแหล่งต่าง ๆ รวมถึงตลาดมืด

ผู้เชี่ยวชาญบอกด้วยว่า วิดีโอการปะทะกันตามแนวชายแดนในอดีตชี้ให้เห็นว่ากองกำลังตาลีบันส่วนใหญ่ใช้อาวุธเบาต่อสู้กับกองกำลังของปากีสถาน

แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่ากลุ่มตาลีบันก็มีประสบการณ์มากมายในการทำสงครามกองโจร

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของอัฟกานิสถานให้สัมภาษณ์กับบีบีซีภาษาอูรดูว่า การปะทะกันหลายครั้งระหว่างกลุ่มตาลีบันกับกองกำลังปากีสถานนั้นเกี่ยวข้องกับยุทธวิธีแบบกองโจร เช่น การโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวและการวางระเบิดริมถนน

หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องการลดระดับความรุนแรง

อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษที่กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ด้านโวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) เรียกร้องให้มีการเจรจาระหว่างอัฟกานิสถานและปากีสถาน ท่ามกลางการปะทะกันตามแนวชายแดนและการโจมตีทางอากาศที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เรียกร้องให้ทั้งสองประเทศคู่ขัดแย้งปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า จีน "มีความกังวลอย่างยิ่ง" ต่อความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นตามแนวชายแดนอัฟกานิสถานและปากีสถาน และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่าย "ยุติความแตกต่างและข้อพิพาทผ่านการเจรจา"

แถลงการณ์ระบุต่อไปว่า จีน "ได้ดำเนินการเพื่อไกล่เกลี่ยความขัดแย้งผ่านช่องทางที่มีอยู่ของจีน และพร้อมที่จะมีบทบาทที่สร้างสรรค์ต่อไปเพื่อลดความตึงเครียดและปรับปรุงความสัมพันธ์ทวิภาคี"

เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวด้วยว่า "ในฐานะเพื่อนบ้านและมิตรสหาย จีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น และเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดจากความขัดแย้ง" พร้อมเสริมว่า "การเพิ่มความรุนแรงใด ๆ จะก่อให้เกิดความเสียหายและความสูญเสียแก่ทั้งสองฝ่าย"

"ตอนแรกผมนึกว่าเกิดแผ่นดินไหว" ประชาชนในกรุงคาบูลเล่านาทีโดนโจมตีทางอากาศ

ชาวอัฟกานิสถานคนหนึ่งในหมู่บ้านดัชติ บาร์ชี เขต 6 ของกรุงคาบูล ซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่ที่รายงานว่าถูกโจมตีทางอากาศโดยกองทัพปากีสถานเมื่อคืนที่ผ่านมา เล่าให้บีบีซีฟังว่า บ้านของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากแรงระเบิด

"ตอนแรกผมนึกว่าเกิดแผ่นดินไหว เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนมีแผ่นดินไหวในคาบูล" เขากล่าว "จากนั้นเราก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น"

ชาวอัฟกานิสถานคนนี้ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เสริมว่าผู้คนในหมู่บ้านดัชติ บาร์ชี รีบวิ่งออกไปข้างนอกทันทีและพวกเขานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน

"ไม่มีใครนอนหลับหลังจากนั้น ทุกคนต่างหวาดกลัว" เขาบอก

ชายคนนี้อธิบายต่อไปว่า เขาพบเห็นเครื่องบินเจ็ตบินอยู่เหนือกรุงคาบูลไม่นานหลังเกิดการระเบิด

"เมื่อเราเห็นเครื่องบินรบอยู่เหนือหัว เราก็รู้ว่าเป็นเครื่องบินของปากีสถาน"

พื้นที่เป้าหมายอยู่ห่างจากบ้านของเขาประมาณ 4-5 กม. เขากล่าว พร้อมเสริมว่านั่นทำให้ "ภรรยาและพ่อแม่ของผมกลัวมาก พวกเราทุกคนนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน"