คู่รักมีเซ็กส์ในโรงแรมจีนแห่งหนึ่ง ก่อนพบว่าถูกแอบถ่ายลงเว็บให้คนนับพันเข้าชม

- Author, จาง วั่นฉิง
- Role, บีบีซี อาย อินเวสทิเกชัน และแผนกภาษาจีน
- เวลาอ่าน: 13 นาที
คืนหนึ่งในปี 2023 อีริก (นามสมมติ) กำลังไถหน้าจอสำรวจช่องวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มหนึ่ง ซึ่งเขามักจะแวะเข้ามาดูเป็นประจำ เพื่อมองหาคลิปโป๊เปลือยปลุกอารมณ์ทางเพศ แต่หลังจากหยุดชมคลิปหนึ่งไปได้เพียงไม่กี่วินาที เขากลับต้องตกตะลึงจนตัวแข็งค้าง เพราะความตกใจสุดขีด
เห็นได้ชัดว่าคลิปที่เขากำลังดูอยู่ เป็นของชายหญิงคู่หนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องพักของโรงแรม พวกเขาวางสัมภาระลง ก่อนที่ต่อมาจะเริ่มมีเพศสัมพันธ์กัน ซึ่งอีริกได้เห็นจะ ๆ คาตาว่า คู่รักทั้งสองก็คือตัวเขาและแฟนสาวของเขาเอง ก่อนหน้านั้นสามสัปดาห์ พวกเขาพักค้างคืนในโรงแรมแห่งหนึ่งที่เมืองเซินเจิ้นทางตอนใต้ของจีน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขาไม่ได้อยู่กันตามลำพังในห้องนั้น
ช่วงเวลาที่พวกเขามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน ถูกจับภาพและบันทึกไว้ได้ด้วยกล้องแอบถ่ายที่ซุกซ่อนอยู่ในห้องพัก คลิปของพวกเขาถูกนำไปเผยแพร่ต่อให้กับคนแปลกหน้าจำนวนหลายพันคน ซึ่งล้วนเป็นลูกค้าของช่องวิดีโอทางออนไลน์ ที่ล็อกอินเข้ามาใช้บริการชมคลิปโป๊ อีริกเองก็เคยเป็นหนึ่งในผู้ชมเหล่านั้นมาก่อน ทว่าในตอนนี้ เขาไม่ใช่แค่ลูกค้าของอุตสาหกรรมผลิตคลิปโป๊จากกล้องแอบถ่ายของจีนอีกต่อไป แต่กลับกลายมาเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำแทน
คำเตือน: เรื่องราวต่อไปนี้มีการใช้ภาษาที่หยาบโลนในเนื้อหาบางจุดด้วย
สิ่งที่เรียกกันว่า "คลิปโป๊จากกล้องแอบถ่าย" มีอยู่ในจีนมายาวนานอย่างน้อยก็สิบปีแล้ว แม้การถ่ายทำและจัดจำหน่ายสื่อลามกอนาจาร จะเป็นสิ่งผิดกฎหมายในสาธารณรัฐประชาชนจีนก็ตาม
แต่ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เรื่องนี้กลับกลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ผู้คนต่างพูดถึงกันไปทั่วโลกโซเชียล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มหญิงสาว ที่พากันแลกเปลี่ยนเคล็ดลับการตรวจหากล้องแอบถ่าย ซึ่งอาจมีขนาดเล็กเท่ายางลบที่ปลายดินสอ บางคนถึงกับนำเต็นท์นอนไปกางในห้องพักของโรงแรมด้วย เพื่อป้องกันการแอบถ่ายดังกล่าว
เมื่อเดือนเม.ย. ของปีที่แล้ว รัฐบาลจีนได้ออกกฎหมายใหม่เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของกล้องแอบถ่าย โดยกำหนดให้โรงแรมต้องตรวจหาและกำจัดกล้องแอบถ่ายในห้องพักเป็นประจำ ทว่ามาตรการนี้ก็ยังคงไม่สามารถขจัดปัญหาสังคมดังกล่าวให้หมดสิ้นไปได้ ล่าสุดทีมข่าวของบีบีซีพบว่า มีคลิปวิดีโอใหม่จากกล้องแอบถ่ายที่ติดตั้งในโรงแรมนับพันคลิป ถูกนำออกมาเผยแพร่และจำหน่ายตามช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ หลายเว็บไซต์ด้วยกัน
คลิปเหล่านี้ส่วนใหญ่มีการลงโฆษณาชักชวนให้เข้าไปชม ทางแอปพลิเคชันส่งข้อความและสื่อสังคมออนไลน์ "เทเลแกรม" (Telegram) ผู้สื่อข่าวของบีบีซีได้ใช้เวลาติดตามสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้นานถึง 18 เดือน จนพบว่ามีเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่ลงโฆษณาขายคลิปแอบถ่ายบนเทเลแกรมถึง 6 แห่ง ทั้งหมดอวดอ้างว่าตนเองควบคุมกล้องแอบถ่ายรวมกันถึงกว่า 180 ตัว โดยไม่เพียงแต่บันทึกภาพเคลื่อนไหวของชายหญิงที่กำลังเริงรักกันอยู่เท่านั้น แต่ยังถ่ายทอดสดหรือไลฟ์สตรีมกิจกรรมส่วนตัวทุกอย่างที่แขกของโรงแรมทำในห้องพักด้วย
หลังจากติดตามความเคลื่อนไหวของเว็บไซต์หนึ่งเป็นเวลานาน 7 เดือน ผู้สื่อข่าวของบีบีซีพบว่า คลิปโป๊ของเว็บไซต์นี้ถูกรวบรวมมาจากกล้องแอบถ่ายถึง 54 ตัว โดยตลอดเวลา 24 ชั่วโมง จะมีกล้องอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่เปิดทำงานอยู่ นั่นหมายความว่ามีแขกของโรงแรมจำนวนหลายพันคน ที่ถูกแอบถ่ายกิจกรรมส่วนตัวในระหว่างช่วง 7 เดือนนั้น และเมื่อนำตัวเลขนี้ไปคิดเทียบกับอัตราการเข้าพักของแขกแล้ว คนส่วนใหญ่ที่ตกเป็นเหยื่อน่าจะไม่ได้ล่วงรู้เลยว่า ตนเองถูกแอบถ่าย
อีริกวัย 30 ปี ซึ่งเป็นคนฮ่องกงเล่าว่า ตัวเขาเองดูคลิปแอบถ่ายมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น โดยความสดและ "ดิบ" ของคลิปแอบถ่าย ดึงดูดใจให้เขาชื่นชอบและแวะเข้าไปชมเสมอ "สิ่งที่ทำให้ผมติดใจก็คือ คนในคลิปไม่รู้ตัวเลยว่าถูกแอบถ่าย ผมว่าคลิปโป๊เปลือยแบบดั้งเดิมมันดูปลอม เหมือนการจัดฉากมากเกินไป"
ทว่าในตอนนี้ เขาได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการเป็นคนในอีกฝั่งของอุตสาหกรรมกล้องแอบถ่าย และได้รับรู้ถึงความขมขื่นใจของเหยื่อ เมื่อตัวเองและ "เอมิลี" แฟนสาวของเขา ได้ปรากฏตัวเป็นดาราในคลิปอนาจารที่ว่าเสียเอง นับแต่นั้นมาเขาไม่มีอารมณ์อยากจะดูคลิปประเภทนี้อีกเลย
เมื่ออีริกบอกกับเอมิลีว่า พวกเขาถูกแอบถ่ายในตอนที่ไปพักในโรงแรมเมืองเซินเจิ้น หลังจากนั้นคลิปถูกนำไปตัดต่อให้มีความยาวราวหนึ่งชั่วโมง และมีการอัปโหลดเผยแพร่ในแอปพลิเคชันเทเลแกรมแล้ว เอมิลีไม่เชื่อและคิดว่าแฟนหนุ่มล้อเล่นในตอนแรก ทว่าเมื่อเธอได้เห็นคลิปด้วยตาตนเอง เธอถึงกับช็อกไปเลยทีเดียว เอมิลีกลัวมากว่าเพื่อนฝูงหรือครอบครัวของเธอจะมาเห็นมันเข้า เรื่องนี้ทำให้อีริกและเอมิลีหมางใจกัน จนไม่พูดคุยกันเลยนานหลายสัปดาห์
ทีมข่าวบีบีซีได้ทำการสืบสวนต่อไปว่า อุตสาหกรรมที่เอารัดเอาเปรียบและฉกฉวยความเป็นส่วนตัวของคู่รักจำนวนมาก เพื่อนำไปแสวงหาผลกำไรจากลูกค้าชาวถ้ำมองทางออนไลน์นั้น มีกลไกการทำงานอย่างไร และมีใครเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังกันแน่
เราได้พูดคุยกับพ่อค้าคลิปจากกล้องแอบถ่ายชั้นแนวหน้ารายหนึ่ง ซึ่งใช้นามแฝงว่า AKA โดยผู้สื่อข่าวบีบีซีแสร้งแสดงตัวเป็นลูกค้า และได้สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ไลฟ์สตรีมแห่งหนึ่งที่ AKA พยายามส่งเสริมการขายอยู่ โดยจ่ายเงินไปในสนนราคา 450 หยวน (ราว 2,040 บาท) ต่อเดือน
เมื่อลองล็อกอินเข้าไปในเว็บไซต์ดังกล่าว ผู้สื่อข่าวบีบีซีพบว่า ลูกค้าสามารถเลือกชมคลิปได้จากฟีด (feed) หรือการแสดงเนื้อหาแบบเลื่อนดูอย่างต่อเนื่อง ที่มีอยู่หลากหลายถึง 5 ฟีดด้วยกัน ในแต่ละฟีดจะมีคลิปจากกล้องแอบถ่ายในโรงแรมแห่งต่าง ๆ ซึ่งจะมองเห็นได้ในทันที เมื่อแขกเสียบบัตรคีย์การ์ดเพื่อเปิดห้องและเปิดใช้ระบบไฟฟ้าภายในห้องพัก ผู้ชมสามารถย้อนดูคลิปถ่ายทอดสดในช่วงต้นที่ยังไม่ได้ชม และสามารถดาวน์โหลดคลิปที่เก็บไว้ในคลังข้อมูลของเว็บไซต์ได้

แม้ทางการจีนจะสั่งแบนแอปพลิเคชันเทเลแกรมแล้ว แต่มันยังคงถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในการทำสิ่งผิดกฎหมาย นายหน้าค้าคลิปโป๊จากกล้องแอบถ่ายอย่าง AKA ใช้เทเลแกรมเป็นพื้นที่โฆษณาคลิปเหล่านี้ โดยช่องไลฟ์สตรีมบนเทเลแกรมช่องหนึ่ง เคยมีจำนวนสมาชิกมากถึง 10,000 คน ในระหว่างช่วงที่บีบีซีกำลังทำข่าวสืบสวนสอบสวนนี้อยู่
AKA ยังให้บริการคลังข้อมูลหรือ "ห้องสมุด" ที่รวบรวมคลิปแอบถ่ายซึ่งผ่านการตัดต่อแล้วเอาไว้จำนวนมหาศาล โดยจำหน่ายคลิปเหล่านี้บนแอปพลิเคชันเทเลแกรมในราคาคงที่ เราพบว่ามีคลิปวิดีโอในห้องสมุดดังกล่าวถึงกว่า 6,000 คลิป ซึ่งมีการบันทึกเอาไว้ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา
นอกจากจะเข้าไปชมคลิปแอบถ่ายเพื่อความบันเทิงแล้ว สมาชิกของเว็บไซต์ที่ AKA เป็นผู้บริหารอยู่ ยังแสดงความเห็นกันอย่างสนุกปากเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา, บทสนทนา, และท่วงท่าลีลาขณะประกอบกามกิจของบรรดาแขกผู้โชคร้าย พวกเขาจะโห่ร้องส่งเสียงเชียร์เมื่อคู่รักที่ถูกแอบถ่ายเริ่มแสดงบทรัก และจะบ่นอย่างหัวเสียหากแขกที่มาพักปิดไฟมืดขณะทำกิจกรรมทางเพศ ฝ่ายหญิงมักจะถูกคนเหล่านี้เรียกขานด้วยถ้อยคำที่หยาบคายและหมิ่นเกียรติอย่างรุนแรง อย่างเช่น "นังร่าน", "กะหรี่", หรือ "อีสำส่อน"
ทีมข่าวบีบีซีสามารถติดตามสืบเสาะ จนพบตำแหน่งที่ตั้งของกล้องแอบถ่ายตัวหนึ่ง ในห้องพักของโรงแรมซึ่งอยู่ที่นครเจิ้งโจว เมืองเอกของมณฑลเหอหนานในทางตอนกลางของจีน ด้วยวิธีการค้นหารวบรวมข้อมูลเบาะแส จากบรรดาสมาชิกของเว็บไซต์, ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์, และจากการปะติดปะต่อข้อมูลที่ทีมข่าวบีบีซีสืบทราบมาเอง
ทีมงานค้นหาความจริงภาคสนามซึ่งอยู่ในพื้นที่ สามารถเข้าไปในห้องดังกล่าว และค้นหาจนเจอกล้องแอบถ่ายซ่อนอยู่ในช่องระบายอากาศตรงผนังห้อง โดยมีสายไฟเชื่อมต่อเข้ากับระบบจ่ายไฟฟ้าของอาคาร เลนส์กล้องที่ติดตั้งไว้เล็งตรงไปยังทิศทางของเตียงนอน
อุปกรณ์ตรวจจับกล้องแอบถ่ายที่เรานำมา ซึ่งมีการโฆษณาอวดอ้างทางออนไลน์ว่า มันคือสิ่งจำเป็นที่แขกของโรงแรมต้องพกติดตัวเอาไว้ ไม่ได้ส่งสัญญาณร้องเตือนว่ามีกล้องแอบถ่ายขณะที่เราเข้าไปในห้องแต่อย่างใด
ในทันทีที่ทีมงานของบีบีซี ปิดการทำงานของกล้องแอบถ่ายตัวนั้น ข่าวความเคลื่อนไหวดังกล่าวก็แพร่สะพัดไปในแอปพลิเคชันเทเลแกรมอย่างรวดเร็ว สมาชิกคนหนึ่งของเว็บไซต์ที่ AKA บริหารอยู่ เขียนแจ้งในช่องหลักของเว็บไซต์ว่า "จงหัว (ชื่อของกล้องแอบถ่าย) ถูกปิดแล้ว" ซึ่ง AKA ได้ตอบกลับว่า "น่าเสียดายจริง ๆ ห้องนั้นคุณภาพเสียงดีที่สุดด้วย"
ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เสียงบ่นและความผิดหวังได้แปรเปลี่ยนเป็นการแสดงความชื่นชมยินดี เมื่อ AKA ประกาศแจ้งว่า กล้องสำรองซึ่งอยู่ในโรงแรมอีกแห่งหนึ่ง ได้ถูกเปิดใช้งานเพื่อทดแทนกล้องตัวที่ถูกปิดไปแล้ว "นี่คือความเร็วสุดยอดในระดับของเรา น่าทึ่งมากใช่ไหม ?" AKA กล่าว
ตลอดระยะเวลา 18 เดือน ที่ทีมข่าวบีบีซีติดตามสืบสวนกรณีนี้ เราได้พบนายหน้าค้าคลิปแอบถ่ายที่เหมือนกับ AKA อีกกว่าสิบคน เมื่อพิจารณาจากถ้อยคำสำนวนที่พวกเขาสนทนากับลูกค้าแล้ว มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า พวกเขาทำงานให้กับเจ้านายผู้อยู่ในตำแหน่งสูงขึ้นไปอีกในห่วงโซ่อุปทานนี้ บรรดาพ่อค้าคลิปแอบถ่ายเรียกคนเหล่านี้ว่า "เจ้าของกล้อง" ซึ่งหมายถึงผู้จัดการติดตั้งกล้องและบริหารแพลตฟอร์มถ่ายทอดสด
ในตอนที่เราส่งข้อความเพื่อพูดคุยโดยตรงกับ AKA นายหน้าคนนี้ได้พลั้งเผลอเผยภาพข้อความที่บันทึกจากหน้าจอ ซึ่งเขาบอกว่าเป็นข้อความจากชายเจ้าของกล้องผู้หนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "พี่ชุน"
เมื่อ AKA ฉุกคิดได้ เขารีบลบข้อความนั้นทันที และปฏิเสธที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของคนผู้นั้น ทว่าต่อมาทีมข่าวบีบีซีสามารถติดต่อกับ "พี่ชุน" ได้โดยตรง ซึ่งเขาบอกเราว่าตนเองเป็นเพียงนายหน้าค้าคลิปอีกคนหนึ่งเหมือนกับ AKA แม้เราจะมีหลักฐานว่าเขาคือผู้จัดทำเว็บไซต์ถ่ายทอดสดให้ AKA มาทำหน้าที่พ่อค้าขายคลิปอีกทีก็ตาม แต่ถึงกระนั้น "พี่ชุน" ได้กล่าวเป็นนัยว่า อุตสาหกรรมคลิปแอบถ่ายมีผู้กำกับควบคุมในระดับที่สูงยิ่งกว่าเขาขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม เป็นที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมผิดกฎหมายนี้ทำเงินได้มหาศาล เมื่อคำนวณคร่าว ๆ จากค่าสมาชิกและจำนวนสมาชิกของเว็บไซต์ประเภทนี้ บีบีซีประมาณการว่าแค่ AKA คนเดียว ก็โกยรายได้ไปอย่างน้อย 163,200 หยวน (ราว 739,643 บาท) แล้ว นับตั้งแต่เดือนเดือนเม.ย. ของปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าสูงกว่ารายได้เฉลี่ยต่อปีของชาวจีน ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ 43,377 หยวน (ราว 196,600 บาท) ถึงเกือบ 4 เท่าเลยทีเดียว

การหาซื้อและใช้งานกล้องแอบถ่ายในประเทศจีนนั้น มีกฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวด แต่ทีมข่าวบีบีซีกลับพบว่า สามารถหาซื้อของประเภทนี้ได้อย่างง่ายดาย ที่ตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ในย่านหัวเฉียงเป่ยของเมืองเซินเจิ้น
ส่วนจำนวนคนที่เคยถูกจับกุมและดำเนินคดี เนื่องจากกระทำความผิดในการใช้งานกล้องแอบถ่ายนั้น ยากที่จะสืบทราบได้แน่ชัด เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการจีนเผยข้อมูลของคดีอาญาต่าง ๆ สู่สาธารณะน้อยลงมาก ทว่าการสืบค้นของเราพบว่า มีคดีประเภทนี้เกิดขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ตั้งแต่มณฑลจี๋หลินในทางตอนเหนือ ไปจนถึงมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของประเทศ
นางสาวบลู หลี่ เจ้าหน้าที่จากองค์กรเอกชน RainLily ของฮ่องกง ซึ่งมุ่งช่วยเหลือเหยื่อของกล้องแอบถ่าย ด้วยการลบคลิปที่น่าอับอายออกจากระบบอินเทอร์เน็ต บอกว่าในปัจจุบัน มีผู้ต้องการความช่วยเหลือจากองค์กรของเธอเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก แต่การทำงานช่วยเหลือของพวกเธอก็ลำบากยากเย็นยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะทางแอปพลิเคชันเทเลแกรมเมินเฉย ไม่ตอบรับคำขอให้ลบคลิปจากพวกเธอเลย ทำให้ทางองค์กรต้องพยายามติดต่อกับบรรดานายหน้าค้าคลิปแอบถ่ายโดยตรง ทว่าคนเหล่านี้ก็ไม่ต้องการจะพูดคุยกับพวกเธออยู่แล้ว
"เราเชื่อว่าบริษัทเทคโนโลยีที่บริหารสื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนรับผิดชอบอย่างมากต่อการจัดการปัญหาเหล่านี้ เพราะพวกเขาไม่ใช่แพลตฟอร์มที่เป็นกลางเลย นโยบายของพวกเขามีอิทธิพลอย่างยิ่ง ต่อการแพร่กระจายของเนื้อหาจำพวกคลิปแอบถ่ายในอินเทอร์เน็ต" หลี่กล่าว
ทีมข่าวบีบีซีได้แจ้งรายงานต่อแอปพลิเคชันเทเลแกรม ว่าผู้ใช้งานอย่าง AKA และ "พี่ชุน" รวมทั้งกลุ่มสนทนาที่พวกเขาดูแลอยู่ เผยแพร่คลิปลามกอนาจารจากกล้องแอบถ่าย แต่ทางเทเลแกรมก็ไม่ได้ตอบกลับ หรือดำเนินการต่อเรื่องร้องเรียนนี้แต่อย่างใด
ทว่าในอีกสิบวันต่อมา เทเลแกรมได้ตอบกลับเรา หลังจากที่ได้เห็นผลการทำข่าวสืบสวนสอบสวนฉบับเต็มแล้ว โดยเทเลแกรมแถลงว่า "การเผยแพร่เนื้อหาลามกอนาจาร โดยปราศจากความยินยอมของบุคคลในภาพและคลิปนั้น เป็นสิ่งที่เทเลแกรมสั่งห้ามอย่างชัดเจนเด็ดขาด โดยข้อห้ามนี้ปรากฏอยู่ในเงื่อนไขของการใช้บริการ ที่ผ่านมาเราได้ดำเนินการประสานงานเพื่อป้องปรามอย่างแข็งขัน และรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เพื่อขจัดเนื้อหาอันตรายนับล้านชิ้นออกจากแพลตฟอร์มทุกวัน"
ทีมข่าวบีบีซียังได้สอบถามไปยัง AKA และ "พี่ชุน" โดยตรง ถึงข้อกล่าวหาเรื่องที่พวกเขาแสวงผลกำไร จากการละเมิดความเป็นส่วนตัวของบรรดาแขกในโรงแรมที่ถูกแอบถ่าย แต่ทั้งสองไม่ได้ตอบกลับมา ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น บัญชีเทเลแกรมของทั้งสองคนที่ใช้โฆษณาขายคลิปแอบถ่ายก็ถูกลบทิ้ง ทว่าเว็บไซต์ไลฟ์สตรีมของ AKA ที่ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้สมัครเป็นสมาชิก ก็ยังคงถ่ายทอดสดกิจกรรมส่วนตัวของแขกจากห้องพักโรงแรมหลายแห่งอยู่
บาดแผลทางใจของอีริกและเอมิลีที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ ยังคงไม่ลบเลือนจางหายไปง่าย ๆ พวกเขาไม่ออกจากบ้านโดยไม่สวมหมวกอีกเลย เพราะเกรงว่าจะมีคนจำหน้าได้ ทั้งยังเข็ดขยาดการไปพักค้างที่โรงแรมเป็นที่สุด อีริกเลิกใช้แอปพลิเคชันเทเลแกรมเพื่อดูคลิปแอบถ่ายไปอย่างเด็ดขาด แต่ก็อาจจะแวะเข้าไปตรวจตราดูในบางครั้ง เพราะเกรงว่าคลิปของเขาและแฟนสาวอาจถูกนำมาเผยแพร่ซ้ำ
รายงานเพิ่มเติมโดย เคต บราวน์, บริดเจ็ต วิง, และตง เมิ่งหยู

































