ผลตรวจพบสารหนูเกินมาตรฐานในเล็บชาวลุ่มน้ำกก ผู้เชี่ยวชาญพิษวิทยาชี้ต้องรับเข้าไปเป็นหลักเดือน

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

    • Author, นงนภัส พัฒน์แช่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • เวลาอ่าน: 10 นาที

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) และเครือข่าย เผยแพร่ข้อมูลการศึกษาผลกระทบจากสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกกล่าสุดในวงประชุมเมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) พบสารหนูสะสมในเล็บของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง 16 คน จากการสุ่มตรวจ 90 ตัวอย่าง

ข้อมูลในวงประชุมดังกล่าวถูกนำเสนอในการประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ของ จ.เชียงราย เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายแถลงข่าวในเวลาต่อมา ยืนยันว่า จ.เชียงราย ยังปลอดภัย

ข้อมูลใหม่ที่พบมีรายละเอียดที่ยืนยันแล้วอย่างไรบ้าง และมีความหมายอย่างไร

วิจัยพบชาวเชียงราย-เชียงใหม่ มีสารหนูสะสมในเล็บเกินมาตรฐาน

จากข้อมูลที่สื่อไทยหลายสำนักรายงานเมื่อวานนี้ (24 ก.พ.) และบีบีซีไทยตรวจสอบกับ ผศ.ดร.สุนทรี สุรัตน์ หัวหน้าคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เธอยืนยันว่าจากการเก็บตัวอย่างเล็บในผู้ใหญ่และเส้นผมเด็กใน 4 พื้นที่ โดยสุ่มตรวจ 90 ตัวอย่าง พบปริมาณสารหนูสะสมในเล็บเกินเกณฑ์มาตรฐาน (0.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) จำนวน 16 ราย

โดยพื้นที่ที่นักวิจัยไปเก็บตัวอย่าง ได้แก่

  • ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่
  • ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย
  • ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย
  • ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

สำนักข่าวบางสำนักยังรายงานว่ากลุ่มที่พบสารหนูเกินเกณฑ์บางส่วนยังมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ชาปลายมือปลายเท้าและอ่อนแรง ระบบผิวหนังระคายเคือง พบความผิดปกติของสีผิวหรือตุ่มหนาคล้ายตาปลา ระบบทางเดินหายใจเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบและผนังกั้นโพรงจมูกทะลุ ปวดบวมเท้า และปัสสาวะออกน้อย ซึ่งหัวหน้าทีมวิจัยให้ความชัดเจนกับบีบีซีไทยในเวลาต่อมาว่าอาการดังกล่าวคือ "อาการที่ผู้ตอบแบบสอบถามประเมินตนเองว่าเคยมีอาการในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา" ไม่ได้มาจากการตรวจร่างกาย

ทั้งนี้ ผศ.ดร.สุนทรี ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับบีบีซีไทย โดยให้เหตุผลว่าเธอได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับทาง จ.เชียงราย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผู้ว่าฯ เชียงราย ยันจังหวัดยังปลอดภัย

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการในจังหวัดเชียงราย แถลงข่าวพร้อมตัวแทนคณะวิจัย แพทย์โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และตัวแทนสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (25 ก.พ.) หลังการประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ของจังหวัดเชียงราย

"ผลวิจัยต่าง ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เรานำมาสู่การเฝ้าระวังร่วมกัน ที่สำคัญเราให้ความสำคัญต่อผลกระทบต่อสุขภาพพี่น้องประชาชนที่จะดำรงชีวิตอยู่ใน จ.เชียงราย" เขาระบุในการแถลงข่าว ก่อนจะกล่าวในช่วงต่อมาว่า "ผมยืนยันว่าเชียงรายเราปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวและการอยู่อาศัย ไม่พบคนที่มีสุขภาพที่ไม่ดี เป็นโรคจากสารปนเปื้อนในแม่น้ำแต่อย่างใด"

ขณะที่ ดร.ศิริวรรณ กันติสินธุ์ อาจารย์สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมวิจัยดังกล่าว ระบุในการแถลงข่าวว่าการเปิดเผยผลวิจัยนั้นเป็นการนำเสนอรายงานปกติของนักวิจัยเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลงานวิจัย โดย "ไม่ได้มีเจตนาให้เสียภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย"

เธอเน้นย้ำว่าผลวิจัยดังกล่าวยังต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโรคต่อไปว่าการพบสารหนูในร่างกายมาจากสาเหตุใด

"บางครั้งอาจจะไม่ได้มาจากการใช้จากแหล่งน้ำกก อาจมาจากกิจกรรมอย่างอื่น เพราะว่าเหมือนที่เรานำเรียนว่าสารหนูสามารถตรวจพบได้จากกิจกรรมอย่างอื่น เช่น อาจจะมาจากการใช้สารเคมีทางการเกษตรก็ได้ ซึ่งตรงนี้เราอาจจะต้องมีการสอบสวนโรคในขั้นต่อไป" ดร.ศิริวรรณ กล่าว

ด้านแพทย์จาก รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวในการแถลงข่าว ขอให้ประชาชนจังหวัดเชียงรายติดตามข้อมูลจากหน่วยงานในพื้นที่ว่าระดับสารหนูในจุดต่าง ๆ เป็นอย่างไร โดยหากพบค่าเกินเกณฑ์ในบริเวณไหนก็ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำ การบริโภคน้ำและสัตว์ในแหล่งน้ำบริเวณดังกล่าว และหากสัมผัสแหล่งน้ำแล้วมีอาการคลื่นไส้อาเจียน มีผื่นสีดำ มีลักษณะการระคายเคืองหรือแผลต่าง ๆ หรือเล็บเปลี่ยนสีเป็นสีขาว ขอให้รีบพบแพทย์

อย่างไรก็ดี เขากล่าวเสริมว่าขอให้ประชาชนชาวเชียงรายอย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะโดยปกติแล้วสารหนูสามารถพบได้ในธรรมชาติ และหากวัดแล้วมีค่าไม่ถึงกับค่าที่เฝ้าระวัง ร่างกายก็สามารถขับออกมาได้ตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่หากประชาชนพบอาการผิดปกติ ก็สามารถปรึกษาแพทย์ได้

ด้านผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ส่งบุคลากรลงไปเยี่ยมผู้ที่ตรวจพบว่ามีสารหนูสะสมในเล็บกับผมเกินมาตรฐานแล้ว พบว่าทุกคนอยู่ในภาวะปกติ ไม่ได้มีอาการ และไม่ได้มีความวิตกกังวลใด ๆ

ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 ได้วางแผนเฝ้าระวังโดยการสำรวจประชาชน ผ่านการให้ทำแบบสอบถามและตรวจปัสสาวะว่าพบสารหนูหรือไม่ ซึ่งในปี 2568 ได้ตรวจสอบแล้วกว่า 300 ราย แต่ในปี 2569 มีกลุ่มเป้าหมายที่จะให้ได้รับการตรวจ 1,500 ราย

ผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ระบุในการแถลงข่าวโดยยอมรับว่าผลการตรวจสารหนูในแม่น้ำกกเกินค่ามาตรฐานจริง แต่เขาก็เน้นย้ำว่าเกินมาไม่เยอะ และสิ่งที่ส่งมอบให้กับประชาชนทั้งน้ำดื่มและน้ำใช้ ได้รับการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีสารหนูเกินค่ามาตรฐาน รวมถึงสิ่งที่ประชาชนจะบริโภคเช่นผักและปลา ก็มีการตรวจสอบแล้วไม่พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน

แพทย์ชี้ตรวจเจอสารหนูที่เล็บ สะท้อนว่าสะสมมา "เป็นเดือน"

"ถ้าเกิดสมมติว่าการตรวจถูกต้อง โดยทั่วไปการที่ตรวจสารหนูในเล็บมันก็บอกถึงว่ามีการสะสมของสารหนูที่อยู่ในเล็บ ซึ่งก็บ่งบอกว่าผู้ป่วยจะต้องได้รับสารหนูมาสักระยะหนึ่งแล้ว" ศ.นพ.วินัย วนานุกูล จากภาควิชาอายุรศาสตร์ สาขาวิชาเภสัชวิทยาคลินิกและพิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บอกกับบีบีซีไทยเมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา (25 ก.พ.) ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายจะแถลงข่าวร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ดี เขาให้ความเห็นว่าปัจจุบันไม่ค่อยมีการใช้วิธีตรวจสารหนูจากเล็บมากนัก เพราะมีโอกาสยากที่จะได้ปริมาณเล็บมาเพียงพอที่จะสามารถตรวจวิเคราะห์ผลได้อย่างแม่นยำ อย่างโรงพยาบาลรามาธิบดีก็เลิกใช้วิธีการตรวจเช่นนี้มานานแล้ว แต่อาศัยการตรวจจากเลือด ปัสสาวะ และเส้นผมแทน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สัมผัสกับสารหนู

"[ถ้า] สัมผัสมาภายในหนึ่งวันเราตรวจทางเลือด ภายใน 2-3 วันถึงอาทิตย์เราตรวจทางปัสสาวะ ภายในเวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน การตรวจในผมมันจะตรวจได้ง่ายกว่าตรวจในเล็บ ปัจจุบันนี้ก็เลยไปตรวจในผมแทน" เขาระบุพร้อมกล่าวเสริมว่าการตรวจสารหนูจากผมและเล็บ หากเป็นตัวอย่างจากคน ๆ เดียวกันก็ควรได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกันจากทั้งในเส้นผมและในเล็บ นอกจากนี้ การตรวจตัวอย่างทั้งสองวิธียังมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้หากตัวอย่างที่นำมาตรวจไม่สะอาดพอ

"มันมีตัวที่อาจจะทำให้เกิดผลบวกเทียมได้" ศ.นพ.วินัย ชี้ "อย่างใน [เส้น]ผม เราก็รู้ว่าถ้าสมมติว่าคน ๆ นี้ไปอาบน้ำที่สมมติว่ามี arsenic (สารหนู) ปนเปื้อนอยู่ ก็อาจจะทำให้เกิด [ค่า] arsenic สูงได้ คือเราจะตรวจในตัวผม แต่ว่าบางทีถ้ามันเป็น arsenic ที่เคลือบอยู่ในผม ซึ่งมันเกิดมันไปสัมผัสอย่างอื่น ก็อาจจะผิดได้"

"ต้องเรียนว่า arsenic (สารหนู) มันเป็นสารที่อยู่ในใต้ผิวดิน มีอยู่ มากน้อยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง" เขากล่าวย้ำ

.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำสายและแม่น้ำกกทำให้การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ต้องเข้ามาจัดการสภาพน้ำให้ผ่านเกณฑ์มาตรการก่อนส่งต่อให้ประชาชนให้อุปโภค-บริโภค (ภาพเมื่อ 4 มิ.ย. 2568)

แม้จะยังมีข้อสงสัยอยู่เกี่ยวกับกระบวนการและความแม่นยำในการตรวจ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยารายนี้ระบุว่าหากผลการตรวจพบสารหนูในเล็บของกลุ่มตัวอย่างจริง จะหมายความว่ากลุ่มตัวอย่างดังกล่าวได้รับสารหนูเข้ามาในร่างกายโดยสะสมมา "เป็นเดือน" แล้ว

"โดยทั่วไปกว่าจะสะสมอยู่ในเล็บได้ต้องใช้เวลาเป็นเดือน" เขาบอกกับบีบีซีไทย แต่ก็ย้ำว่าผลดังกล่าวไม่อาจเป็นข้อสรุปได้ว่ากลุ่มตัวอย่างได้รับสารหนูเข้าสู่ร่างกายผ่านทางใด

"โดยทั่วไปที่พบบ่อยที่สุดคือการที่กินเข้าไป... แต่ว่าการสัมผัส เช่น ในบางกรณีมีการสูดดมไอของสารหนูก็เกิดอาการได้อะไรอย่างนี้เป็นต้น" ศ.นพ.วินัย ระบุ

ส่วนกรณีที่ผลการค้นพบของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงพบอาการต่าง ๆ ในกลุ่มตัวอย่างที่พบสารหนูในเล็บเกินมาตรฐาน เขาบอกว่าต้องดูเป็นรายกรณีไป เพราะบางอาการก็อาจมีที่มาจากปัจจัยอื่น ๆ ด้วยได้ และตัวเขาเองยังไม่ได้อ่านรายงานฉบับนี้ จึงไม่อาจให้ความเห็นโดยละเอียด

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยารายนี้ไล่เรียงอาการของผู้ที่ได้รับสารหนูว่าจะมีความแตกต่างกันตามวิธีการและระยะเวลาที่รับสารหนูเข้าไป เช่น หากได้รับผ่านการกิน ในช่วงสั้น ๆ ไม่กี่ชั่วโมงอาจมีอาการคลื่นไส้และท้องเสียได้ แต่หากได้รับผ่านการสูดดมอาจก่อให้เกิดอาการโพรงจมูกอักเสบ

นอกจากนี้ สารหนูยังก่อให้เกิดอาการทางผิวหนังได้หลายอย่าง เช่น ในช่วงประมาณ 7 วันแรกจะมีอาการผิวหนังแดงทั้งตัวที่เรียกว่า "เอ็กซ์โฟลิเอทีฟ เดอร์มาไตติส" (exfoliative dermatitis) ซึ่งก็เป็นอาการที่เกิดเร็ว แต่ก็อาจเกิดจากโรคอื่นหรือการได้รับยาบางชนิดได้เช่นกัน

ศ.นพ.วินัย บอกอีกว่า หากสัมผัสสารหนูเป็นเวลานานหลายปีก็อาจเกิดอาการผิวหนังกระดำกระด่างได้ แต่จะไปถึงขั้นมะเร็งผิวหนังต้องใช้เวลาหลายสิบปี

ผลตรวจคุณภาพน้ำล่าสุด พบหลายจุดยังเกินมาตรฐาน

  • แม่น้ำกก: บริเวณสะพานท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จนถึงบริเวณสะพานมิตรภาพแม่นาวาง-ท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ (รหัสจุดตรวจวัด KK01 – KK02) มีค่าอยู่ในช่วง 0.011 – 0.012 มก./ล
  • แม่น้ำสาย: มีค่าเกินมาตรฐานฯ ทุกจุดตรวจวัด โดยมีค่าอยู่ในช่วง 0.011 – 0.014 มก./ล.

อย่างไรก็ดี ผลตรวจคุณภาพน้ำครั้งล่าสุดซึ่งนับเป็นครั้งที่ 15 นี้ พบคุณภาพน้ำผิวดินในแม่น้ำโขงและ แม่น้ำรวก พบว่าค่าสารหนูยังอยู่ในระดับมาตรฐาน ส่วนในลำน้ำสาขาของแม่น้ำกกก็มีค่าโลหะหนักอยู่ในระดับที่ปลอดภัย

ส่วนผลการตรวจคุณภาพตะกอนดินครั้งล่าสุดที่เผยแพร่ในเวลาไล่เลี่ยกันโดยมีการเก็บตัวอย่างเมื่อวันที่ 6 – 9 ม.ค. 2569 พบสารหนูเกินมาตรฐานตะกอนดินระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดินในหลายจุดตรวจวัด ทั้งในแม่น้ำกก ลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยในบางจุดตรวจวัดพบว่าอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์หน้าดินอย่างรุนแรง และในบางจุดตรวจวัดยังพบค่าแคดเมียม นิกเกิล ตะกั่ว ทองแดง และโครเมียม เกินมาตรฐานตะกอนดินระดับที่ปลอดภัยต่อสัตว์หน้าดินอีกด้วย

ขณะที่รายงานข่าวจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ระบุว่านายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) พร้อมเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำผิวดินและตะกอนดินแม่น้ำกก บริเวณสวนสาธารณะหาดนครเชียงราย ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย เมื่อ 24 ก.พ. พบว่าค่าสารหนูส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยพบอยู่ที่ 0.005 มิลลิกรัมต่อลิตร

โดยจากการลงพื้นที่ดังกล่าว คพ. ได้แนะนำให้ประชาชนทำกิจกรรม เช่น พายเรือ เดินเล่นในน้ำได้ตามปกติ แต่ยังไม่แนะนำให้ลงว่ายน้ำ ส่วนการบริโภคน้ำควรผ่านการกรองก่อน และแนะนำให้งดกินหัวปลาหรือตับปลาที่มาจากแม่น้ำ โดยบริโภคเฉพาะเนื้อปลาเท่านั้น