ผลวิจัยชี้ ปลาป่วยเพราะสารพิษปนเปื้อน ตอนนี้ 'แม่น้ำกก' อันตรายต่อมนุษย์-สัตว์น้ำ แค่ไหน ?

.

ที่มาของภาพ, สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต

คำบรรยายภาพ, ผลศึกษาของทีมวิจัยจาก สกสว. พบว่าปลาแค้ติดเชื้อโรคและพยาธิ อันเนื่องมาจากการปนเปื้อนในแม่น้ำกก ส่งผลต่อภูมิคุ้มกันของปลา
    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสารโลหะหนักและสารกึ่งโลหะที่ปนเปื้อนลุ่มน้ำกกมาจากเหมืองในรัฐฉาน ประเทศเมียนมาที่อยู่ทางต้นลุ่มน้ำ โดยพบว่าราว 70% มาจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth Element – REE) ขณะที่อีกราว 30% มีต้นตอจากเหมืองทองคำ จากการตรวจสอบด้วยวิธีการทางนิติวิทยาศาสตร์ล่าสุด

"ถือว่าเป็นข้อมูลที่ยังไม่เคยมีมาก่อน" รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผอ.หน่วยภารกิจฐานข้อมูลและระบบดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หัวหน้าคณะวิจัย บอกกับบีบีซีไทย

ขณะที่รายงานล่าสุดของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ เอ็มอาร์ซี (Mekong River Commission-MRC) ระบุว่า จากการประเมินคุณภาพน้ำเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยเอ็มอาร์ซีเอง พบว่าสถานที่สุ่มตัวอย่าง 4 ใน 5 แห่ง มีความเข้มข้นของสารหนูซึ่งเป็นสารกึ่งโลหะปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานที่ระบุไว้ที่ 0.01 มิลลิกรัม/ลิตร และสถานการณ์การปนเปื้อนสารโลหะในลุ่มน้ำกกยังขยายไปสู่ลำน้ำโขงด้วย

ทางคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงยังบอกด้วยว่าเมื่อเทียบกับการประเมินเมื่อเดือน พ.ค. 2568 โดยกรมควบคุมมลพิษของไทย ยังทำให้เห็นด้วยว่า ระดับสารหนูในแม่น้ำโขงมีค่าสม่ำเสมอที่ราว 0.025 มิลลิกรัม/ลิตร และจากการตรวจพบสารหนูตามแนวชายแดนลาว-เมียนมา ยังบ่งชี้ว่าแหล่งที่มาอาจอยู่นอกพรมแดนประเทศ

จากรายงานการตรวจสอบดังกล่าว คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงจึงจัดประเภทการปนเปื้อนสารโลหะหนักในครั้งนี้เป็น "สถานการณ์ร้ายแรงระดับปานกลาง"

ด้าน นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต บอกกับบีบีซีไทยว่า ทั้งจากรายงานการศึกษาของ สกสว. และเอ็มอาร์ซีกำลังแสดงให้เห็นว่า ปัญหามลพิษในลุ่มน้ำกกและลุ่มน้ำโขงเป็น "อาชญากรรมสิ่งแวดล้อมระดับภูมิภาค" ซึ่งผู้ก่อมลพิษและผู้รับซื้อแร่เหล่านั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยไม่อาจปฏิเสธได้

"ผมไม่เคยเห็นอาชญากรรมสิ่งแวดล้อมที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ อาจเรียกได้ว่า เป็นปัญหามลพิษครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ผมเกิดมา" นายสมเกียรติ วัย 58 ปี กล่าว

พบธาตุแรร์เอิร์ธปนเปื้อนในแม่น้ำกก

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) ประเมินว่า จีนครอบครองสัดส่วนการแปรรูปแร่แรร์เอิร์ธมากถึง 92% ในปี 2566

รศ.ดร.ธนพล เล่าว่าเมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย. ถึงต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยไล่เก็บตัวอย่างน้ำ ตะกอนท้องน้ำ ดินริมตลิ่ง ไปจนถึงตัวอย่างพืช ตั้งแต่ต้นน้ำกกไปจนถึงปลายน้ำในไทย และเมื่อนำตัวอย่างทั้งหมดไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ เขาก็พบว่าสัดส่วนของธาตุแรร์เอิร์ธหรือธาตุหายาก, ธาตุกัมมันตรังสี และโลหะหนักที่อยู่ในแม่น้ำกกนั้น สอดคล้องกับผลการศึกษาของเขาในรัฐคะฉิ่น ประเทศเมียนมา ซึ่งพบการปนเปื้อนในแหล่งน้ำรอบเหมืองแร่แรร์เอิร์ธจำนวน 2 แห่งด้วยกัน โดยงานศึกษาดังกล่าวตีพิมพ์เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา

"มันทำให้เราเจอสิ่งที่เรียกว่า fingerprint (ร่องรอยหลักฐานที่พบ)" รศ.ดร.ธนพล อธิบาย "เหมืองในรัฐคะฉิ่นจะอยู่ต้นน้ำขึ้นไปอีก แต่ว่าอยู่ในแหล่งแร่เดียวกัน เราก็มาดูว่าสัดส่วนของธาตุสอดคล้องกันไหมแม้ว่าถูกเจือจางแล้ว และสอดคล้องกันประมาณเท่าไร เพื่อคำนวณย้อนกลับ"

รายงานสรุปการศึกษา ระบุว่า ตัวอย่างน้ำที่เก็บจากจุดต่าง ๆ ของแม่น้ำกก พบการปนเปื้อนสารหนู แมงกานีส ตะกั่ว ดิสโพรเซียม (Dy) ซึ่งเป็นธาตุแรร์เอิร์ธ ยูเรเนียมซึ่งเป็นธาตุกัมมันตรังสีในกระบวนการทำแร่แรร์เอิร์ธ รวมถึงทอเรียมซึ่งเป็นธาตุกัมมันตรังสีที่มักพบในกากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ โดยช่วงต้นน้ำกกในประเทศไทยซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งกำเนิดในเมียนมามากที่สุดมีปริมาณปนเปื้อนสูง และเจือจางลงตามลำดับเมื่อไปถึงช่วงปลายน้ำ

นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์ของ รศ.ดร.ธนพล ยังพบว่าองค์ประกอบทางเคมีของน้ำปนเปื้อนในแม่น้ำกกมีความคล้ายคลึงกับองค์ประกอบทางเคมีของน้ำทิ้งจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในรัฐคะฉิ่นประมาณ 68.5% และจากการวิเคราะห์ทางสถิติแบบการสหสัมพันธ์ (correlation analysis) ก็พบว่าสารหนูน่าจะมาจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธมากกว่าเหมืองทองคำ

"ความสัมพันธ์ระหว่างสารหนูที่อยู่ในแหล่งน้ำของไทย มันสัมพันธ์กับทอเรียม ยูเรเนียม เทอร์เบียม ดิสโพรเซียม มากกว่าสัมพันธ์กับเงินและทองแดง เพราะเงินและทองแดงเหมือนเป็น signature (ลายเซ็น) ที่มากับเหมืองทอง ขณะที่ธาตุกัมมันตภาพรังสีและธาตุแรร์เอิร์ธมาจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธมากกว่า" เขากล่าว

ทว่า งานศึกษาชิ้นนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเหมืองแห่งใดคือผู้ปล่อยสารพิษ เนื่องจากทีมนักวิทยาศาสตร์จากไทยยังไม่สามารถเข้าไปเก็บตัวอย่างน้ำที่ถูกปล่อยมาจากเหมืองแต่ละแห่งโดยตรง ซึ่งดำเนินการอยู่ในพื้นที่ควบคุมของกองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army - UWSA) หรือคนไทยเรียกกันในอีกชื่อหนึ่งว่า "ว้าแดง"

อย่างไรก็ดี รศ.ดร.ธนพลเห็นว่าข้อมูลชุดนี้ช่วยให้รัฐบาลไทยมุ่งเป้าการเจรจาไปยังกลุ่มธุรกิจหลักที่ปล่อยมลพิษ และสามารถโน้มน้าวให้กองกำลังสหรัฐว้าและรัฐบาลเมียนมาที่กรุงเนปิดอว์เห็นว่าไทยมีข้อมูลที่ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดทางให้เก็บตัวอย่างน้ำรอบเหมืองเพื่อหาผู้ปล่อยสารพิษลงลุ่มน้ำได้

"ข้อมูลนี้ทำให้เรามุ่งเป้าไปได้ว่าเหมืองแร่แรร์เอิร์ธต้องรับผิดชอบมากกว่า แต่ว่าเราไม่ได้ทิ้งเหมืองทองนะครับ อันนั้นก็ต้อง target (มุ่งเป้า) เหมือนกัน" เขาอธิบาย "แต่มันนำไปสู่การเจรจา เราสามารถนำไปข้อมูลนี้ไปโน้มน้าวอีกฝั่งได้ว่าอาจไม่ใช่ทุกเหมืองที่แย่ก็ได้ เขาจะได้กระตือรือร้นและหาผู้รับผิดที่แท้จริง ไม่โบ้ยกันไปมา"

แผนที่แสดงเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่ควบคุมของกองทัพสหรัฐว้า

ที่มาของภาพ, SHRF

คำบรรยายภาพ, แผนที่แสดงเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่ควบคุมของกองทัพสหรัฐว้า

ก่อนหน้านี้ มูลนิธิสิทธิมนุษยชนรัฐฉาน หรือ เอสเอชอาร์เอฟ (Shan Human Rights Foundation-SHRF) เปิดภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นว่ามีการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ 2 แห่ง และเหมืองทองคำ 2 แห่ง ตั้งใกล้บริเวณต้นน้ำกกในเมืองยอน และด้านใต้ของเมืองสาด รัฐฉาน ห่างจากชายแดนภาคเหนือของไทยประมาณ 25 กิโลเมตร โดยทางมูลนิธิฯ บอกว่าเหมืองดังกล่าวดำเนินภายใต้การได้รับอนุญาตและมีส่วนร่วมของรัฐบาลทหารเมียนมา ถึงแม้เป็นพื้นที่ควบคุมของกองทัพสหรัฐว้าก็ตาม โดยสินแร่ต่าง ๆ ต้องผ่านด่านตรวจที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเมียนมาก่อนที่จะส่งออกไปได้

"การจัดวางตำแหน่งของแหล่งทำเหมืองที่ปรากฏบนภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งประกอบไปด้วยสระแปรรูปแบบวงกลมที่วางเรียงรายนั้น มีลักษณะเดียวกับการจัดวางตำแหน่งของแหล่งทำเหมืองแร่ธาตุหายากในรัฐคะฉิ่น ซึ่งบริษัทจีนเป็นผู้ขุดเทอร์เบียม (Tb) และดิสโพรเซียม (Dy) ในปริมาณมาก" รายงานของ SHRF ระบุ

.

ที่มาของภาพ, SHRF

คำบรรยายภาพ, ภาพซ้ายคือเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในรัฐคะฉิ่น ส่วนภาพขวาคือเหมืองที่สงสัยว่าผลิตแร่แรร์เอิร์ธในเมืองยอน ซึ่งทั้งสองภาพแสดงให้เห็นสระแปรรูปลักษณะเดียวกัน

เทอร์เบียมใช้ผลิตสารเรืองแสงสีเขียว โลหะผสมแม่เหล็ก Terfeno-D เซลล์เชื้อเพลิง ไปจนถึงแม่เหล็กมอเตอร์ ขณะที่ดิสโพรเซียมใช้ผลิตแม่เหล็กสถานะสูง แกนควบคุมเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เลเซอร์เซนเซอร์ ไปจนถึงแบตเตอรีในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ขณะเดียวกัน มูลนิธิฯ ก็พบว่าพื้นที่ควบคุมของกองทัพสหรัฐว้าที่ในเมืองป้อก รัฐฉาน ซึ่งเป็นพื้นที่ทางเหนือติดกับชายแดนจีนก็พบการเพิ่มขึ้นของเหมืองแร่แรร์เอิร์ธถึง 8 เท่าจากปี 2558 ที่เคยมีเพียง 3 แห่ง เป็น 26 แห่งในปัจจุบัน โดยพื้นที่ตั้งของเหมืองดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มของแม่น้ำสายหลักสองสาย ได้แก่ แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำโขง แต่เส้นทางน้ำทำให้ไทย เมียนมา และลาว ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อน โดยที่จีนไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

รายงานของมูลนิธิสิทธิมนุษยชนรัฐฉาน ระบุว่า จากข้อมูลล่าสุดในปี 2564 ไม่พบว่ารัฐบาลเมียนมาอนุญาตให้ประกอบการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่เมืองป้อก "จึงเป็นไปได้ว่ามีความร่วมมือแบบทวิภาคีระหว่างกองทัพสหรัฐว้าและประเทศจีน เพื่ออนุญาตให้บริษัทเหมืองแร่ที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน สามารถขุดเจาะและจัดส่งแร่แรร์เอิร์ธข้ามพรมแดนจีนไปได้ โดยไม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยราชการ" ของรัฐบาลเมียนมาเลย

มูลนิธิ SHRF ยังพบด้วยว่าเหมืองที่พบในรัฐฉานใช้วิธีการทำเหมืองแบบที่พบในเหมืองแร่แรร์เอิร์ธทุนจีนในรัฐคะฉิ่น ซึ่งทำเหมืองแบบการชะล้างในแหล่งแร่ (in-situ leaching) อันเป็นวิธีการสกัดแร่ด้วยการฉีดสารละลายเคมีเข้าไปในแหล่งแร่ใต้ดิน เพื่อละลายแร่ออกมา จากนั้นจึงสูบสารละลายที่ผสมแร่นั้นขึ้นมาเพื่อนำไปสกัดแร่ต่อ

"กระบวนการทำเหมืองเช่นนี้ส่งผลร้ายแรงอย่างมากต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความปนเปื้อนต่อแหล่งน้ำผิวดินและใต้ดิน คุกคามต่อสุขภาพและการประกอบอาชีพของชุมชนที่อยู่ท้ายเหมือง" รายงานของมูลนิธิ SHRF ระบุ

บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลของ Discovery Alert ซึ่งเป็นบริการแจ้งเตือนข้อมูลการค้นพบหรือโอกาสลงทุนในเหมืองแร่ที่สำคัญในตลาดหุ้นของออสเตรเลีย ได้ระบุว่าเพียงแค่ปี 2567 เพียงปีเดียว เมียนมาจัดหาแร่แรร์เอิร์ธให้กับจีนมากถึง 44,000 ตัน หรือคิดเป็น 57% ของการนำเข้าแร่ธาตุหายากทั้งของจีน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากเพียง 25,000 ตันในปี 2563 อันสะท้อนให้เห็นว่า เมียนมาขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานแร่แรร์เอิร์ธของจีนอย่างรวดเร็ว

ในปัจจุบัน จีนแทบจะเป็นผู้ผูกขาดการสกัดและกลั่นแร่หายากทั้งหมด ซึ่งเป็นกระบวนการแยกแร่หายากออกจากแร่ธาตุชนิดอื่น ๆ โดยองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency) ประเมินว่า จีนผลิตแร่ธาตุหายากราว 61% ของการผลิตทั้งโลก และครอบครองสัดส่วนการแปรรูปมากถึง 92% จากสถิติปี 2566

ภาพการทำเหมืองแร่ด้วยวิธีการชะล้างในแหล่งแร่ในเหมืองแห่งหนึ่งในเมืองป้อก รัฐฉาน

ที่มาของภาพ, SHRF

คำบรรยายภาพ, ภาพการทำเหมืองแร่ด้วยวิธีการชะล้างในแหล่งแร่ในเหมืองแห่งหนึ่งในเมืองป้อก รัฐฉาน

เมื่อสอบถาม รศ.ดร.ธนพล ในตอนนี้สามารพูดได้อย่างเต็มปากหรือไม่ว่าประเทศจีนซึ่งเป็นอีกหนึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ต้องรับผิดชอบต่อการปนเปื้อนในลุ่มน้ำสายหลักขณะนี้ เขาบอกว่าการระบุผู้รับผิดชอบอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น บริษัททุนจีน จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลที่มากกว่านี้และดีกว่านี้ อาทิ การเก็บตัวอย่างน้ำที่ปล่อยจากเหมืองแต่ละแห่งในรัฐฉานมาวิเคราะห์

"ผมยังไม่รู้ว่าแร่ไปที่ไหน แต่ถ้าหากอ้างอิงว่าแร่แรร์เอิร์ธจากเมียนมาส่วนใหญ่ถูกส่งไปที่จีน ก็อาจตั้งสมมติฐานเช่นนั้นได้" เขากล่าว

อย่างไรก็ดี สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เคยแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2568 ว่ากรณีที่มีข้อสงสัยว่าบริษัทจีนในเมียนมาทำกิจกรรมเหมืองที่ส่งผลให้แม่น้ำกก แม่น้ำสาขา และแม่น้ำอื่น ๆ ในไทยมีสารโลหะหนักปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานนั้น ฝ่ายจีนสนับสนุนให้ไทยและเมียนมาดำเนินการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ร่วมกัน และฝ่ายจีนยังกำหนดให้บริษัทจีนที่อยู่ในต่างประเทศปฏิบัติตามกฎหมายประเทศนั้น ๆ รวมถึงให้ความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในลุ่มน้ำโขง เพื่อปกป้องระบบนิเวศและคุณภาพในลุ่มน้ำโขง

ไขข้อข้องใจ ปลาตัวเป็นตุ่มกินได้ไหม และน้ำจากแม่น้ำกกปลอดภัยเพียงใดในตอนนี้ ?

นายสมเกียรติ นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต บอกกับบีบีซีไทยว่า ชุมชนที่พึ่งพาลุ่มน้ำกก ลุ่มน้ำสาย ลุ่มน้ำโขง ต่างมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของน้ำที่ใช้อุปโภคบริโภค การบริโภคปลาและพืชผักริมน้ำ ไปจนถึงผลกระทบต่อผิวหนังหากมีบาดแผลแล้วต้องสัมผัสน้ำ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวนา จ.เชียงราย ก็กังวลอย่างมากว่าน้ำและดินในพื้นที่เกษตรของพวกเขารวมกันมากกว่า 100,000 ไร่มีการปนเปื้อนหรือไม่ และเมื่อฤดูทำนาปรังช่วงปลายปีมาถึง พวกเขายังสามารถพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำกกและแม่น้ำสายได้ 100% ดังเดิมหรือเปล่า

"นี่คือสิ่งที่ภาคประชาชนกังวลอย่างมาก ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ และตอบคำถามว่าพื้นที่เกษตรยังคงปลอดภัยอยู่หรือไม่" เขาบอก

สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตยังเป็นภาคประชาสังคมกลุ่มแรก ๆ ที่หยิบยกประเด็นปลาแค้ (ชื่อวิทยาศาสตร์ Bagarius bagarius) ในแม่น้ำกกมีร่องรอยโรคเป็นตุ่มตามตัวขึ้นมา ซึ่งพวกเขาและชุมชนมองว่า พวกมันกำลังได้รับผลกระทบจากโลหะหนัก

เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เคยบอกกับบีบีซีไทยว่า ปลาที่มีตุ่มผิดปกติเกิดจากเชื้อโรคชนิดหนึ่ง ไม่ได้เป็นผลจากสารโลหะหนักที่เกินค่ามาตรฐานในน้ำ แต่กระนั้นงานวิจัยของ สกสว. ล่าสุด กลับให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไป

วันที่ 5 มิ.ย. 2568 ชาวบ้านใน จ.เชียงรายผู้ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำกกขุ่นข้นและยังเจือสารปนเปื้อนในน้ำจัดกิจกรรมเพื่อปกป้องแม่น้ำกก โดยทางสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตพบการรายงานสภาพปลาแค้ที่ผิดปกติตั้งแต่ปี 2567

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, วันที่ 5 มิ.ย. 2568 ชาวบ้านใน จ.เชียงรายผู้ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำกกขุ่นข้นและยังเจือสารปนเปื้อนในน้ำจัดกิจกรรมเพื่อปกป้องแม่น้ำกก โดยทางสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตพบการรายงานสภาพปลาแค้ที่ผิดปกติตั้งแต่ปี 2567

ดร.ทนพ.ณัฐวุฒิ เจริญผล จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยของ สกสว. นำปลาแค้ที่ได้จากแม่น้ำกกหลายจุดด้วยกันมาตรวจวิเคราะห์ทางโลหิตวิทยาและจุลพยาธิวิทยา พบว่าในตัวปลาเกิดการอักเสบทุกส่วน รวมถึงพบพยาธิและไข่พยาธิ ส่วนความเข้มข้นของสารโลหะและกึ่งโลหะในเนื้อปลานั้นยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ในบางกรณีพบว่ามีค่าเกินในลำไส้

ค่าปรอทที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อความฉลาดทางปัญญาของเด็กทารกและเด็กเล็ก คือ 0.3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แต่ที่น่ากังวลคือค่าปรอทสูงสุดที่พบในเนื้อปลาอยู่ที่ 0.25 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งใกล้เคียงกับเกณฑ์ดังกล่าวมาก

ทีมวิจัยได้ผลสรุปว่าสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำกกทำให้ปลาแค้ติดเชื้อเรื้อรังหลายระบบ ทั้งจากพยาธิ แบคทีเรีย และสารพิษอื่น ๆ ร่วมกับความผิดปกติของระบบเม็ดเลือดขาวและแดงที่สะท้อนสุขภาวะของปลา

นอกจากนี้ ยังพบปลาที่ป่วยในพื้นที่ใกล้ประเทศเมียนมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นการปนเปื้อนข้ามแดนด้วย

ลุ่มน้ำกกและลุ่มน้ำโขงหล่อเลี้ยงประชากรนับล้าน

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ลุ่มน้ำกกและลุ่มน้ำโขงหล่อเลี้ยงประชากรนับล้าน

รศ.ดร.ธนพล ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัย บอกว่า ผลการศึกษาล่าสุดเห็นแย้งกับผลการศึกษาของกรมประมงก่อนหน้านี้ที่บอกว่าอาการป่วยของปลาไม่เกี่ยวของกับสารโลหะหนักที่ปนเปื้อนในน้ำ

"แต่เราฟันธงว่าเกี่ยวข้องด้วย 2 สาเหตุ หนึ่ง อันแรก คือ การพบเซลล์เม็ดเลือดแดงแตก ซึ่งงานวิจัยบอกว่าแบบนี้มันเกิดจากโลหะหนัก และประการที่สอง คือ แม้แต่ค่าโลหะหนักในตัวปลาเอง ในไส้ของมัน เราก็พบว่ามันเกินค่าในปลาที่ไม่ป่วย สรุปคือปลาเป็นตุ่มเพราะติดเชื้อและพยาธิ ปลาไม่ได้เป็นมะเร็งอย่างที่แชร์กันในโลกออนไลน์ แต่สภาพการปนเปื้อนในน้ำทำให้ภูมิคุ้มกันมันทำงานแย่ลง จนส่งผลให้มันติดเชื้อ รวมไปถึงพยาธิต่าง ๆ"

รศ.ดร.ธนพล บอกว่าปลาแค้เป็นหนึ่งในปลานักล่าที่กินปลาเล็ก และมันอยู่อาศัยอยู่กับตะกอนในท้องน้ำ ดังนั้น ปลาชนิดนี้จึงเป็นตัววัดทางชีวภาพที่ดี และคำแนะนำของเขาในตอนนี้คือ ควรหลีกเลี่ยงบริโภคปลาแค้ที่เห็นรอยโรคที่เป็นตุ่มตามตัว

"ถามว่าปลาตัวไหนปนเปื้อนมากที่สุด มันก็คือปลานักล่าอย่างปลาแค้ เพราะก่อนหน้านี้เราอาจวัดสารปรอทในน้ำไม่เจอ แต่มันสะสมอยู่ในแพลงก์ตอนต่าง ๆ ที่ปลาเล็กกินเข้าไป พอปลาแค้กินปลาเล็กเข้าไปมันก็สะสมไว้มากสุด แล้วต่อไปมันก็จะสะสมในคนมากสุด" เขาอธิบายการขยายชีวภาพ (Biomagnification) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ความเข้มข้นของสารพิษหรือสารเคมีอันตรายต่าง ๆ เพิ่มขึ้นในสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในลำดับขั้นสูงขึ้นของห่วงโซ่อาหาร

"หลักการคำนวณค่ามาตรฐานต่อสุขภาพที่เรายอมรับได้มันเป็นตัวเลข 70 ปี ดังนั้น ไม่ใช่ว่ากินไป 5 เดือนแล้วจะมีปัญหา แต่คำถามคือ ให้กินไปสักเดือนไหม ผมก็ไม่เอา ก็เพราะรู้แล้วว่ามันไม่โอเค คือมันไม่ได้หมายความว่า 70 ปีจะไม่ป่วยเลย มันอาจสะสมขึ้นไปเรื่อย ๆ แล้วทำให้เราอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลง และป่วยเป็นโรคอื่น ๆ แทน" รศ.ดร.ธนพล กล่าว และเห็นด้วยว่าพื้นที่ภาคเหนือของไทยกำลังถูกซ้ำเติมด้วยปัญหามลพิษทางน้ำ เพิ่มเติมจากปัญหามลพิษทางอากาศที่ยังแก้ไม่ตก

ส่วนคำถามว่าน้ำในแม่น้ำกกยังปลอดภัยหรือไม่ งานวิจัยของ สกสว. ชี้ให้เห็นว่าการปนเปื้อนสารโลหะหนักและสารกึ่งโลหะในแม่น้ำยังไม่เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนเกินระดับที่ยอมรับได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำใต้ดินบ่อตื้น หรือพืชผักที่ปลูกโดยใช้น้ำจากแม่น้ำกก แต่ความเสี่ยงอาจเกินระดับที่ยอมรับได้ในอนาคต หากไม่ดำเนินการหยุดการปลดปล่อยจากแหล่งกำเนิด

รายงานของ สกสว. แสดงให้เห็นว่าภายอวัยวะภายในของปลาแค้ที่นำมาผ่าตรวจสอบ พบพยาธิในตับของมันเป็นจำนวนมาก

ที่มาของภาพ, สกสว.

คำบรรยายภาพ, รายงานของ สกสว. แสดงให้เห็นว่าภายอวัยวะภายในของปลาแค้ที่นำมาผ่าตรวจสอบ พบพยาธิในตับของมันเป็นจำนวนมาก

ด้านนายสมเกียรติเห็นว่า งานศึกษาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าห่วงโซ่อาหารไม่มีความปลอดภัย และสถานการณ์สิ่งแวดล้อมกำลังบั่นทอนความมั่นคงทางอาหารของประชากรในลุ่มน้ำกก-สาย-โขง มากกว่า 1 ล้านคน

"ความรุนแรงที่เกิดขึ้นยังไม่มีมาตรการใด ๆ มาปกป้องทรัพยากรทางธรรมชาติ และที่น่าเศร้ากว่าคือไม่มีอะไรคุ้มครองวิถีชีวิตของประชาชน" นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าว

"ผมถือว่ามันเป็นโศกนาฏกรรม หากไม่สามารถยุติที่ต้นตอของปัญหาได้"

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ตอนลุ่มน้ำโขงได้รับผลกระทบจากเขื่อนจีน ตนเองยังมองโลกในแง่ดีว่าแม่น้ำระหว่างประเทศสายนี้อาจได้รับการฟื้นฟูในอนาคตอีกหลายสิบปีข้างหน้าก็ได้ แต่การทำเหมืองในพื้นที่กองทัพสหรัฐว้าซึ่งขึ้นชื่อว่าไร้ขื่อแป กลับไม่ทำให้ตนเองเห็นอนาคตในภาพเดียวกัน

"เราจะต้องอยู่อย่างนี้ไปอีกกี่ปีก็ไม่รู้ ชะตากรรมของเราจะอยู่ไปจนกว่าจะไม่มีเหมืองให้เค้าได้ประโยชน์ใช่ไหม มันจะอีกกี่ปีกัน 20, 30 หรือ 50 ปี ?"

รมช.มหาดไทย ยืนยัน รัฐบาล "จะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพียงลำพัง"

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยผ่านจดหมายข่าวของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนที่อาจได้รับผลกระทบจากกิจกรรมในประเทศเพื่อนบ้าน โดยจากนี้จะต้องมีการเร่งจัดทำแผนฟื้นฟูแม่น้ำกกให้ครอบคลุมทุกมิติและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

"จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกร่วมมือกับทุกภาคีเครือข่าย ทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชนสถาบันการศึกษา และประชาชน ตลอดจนอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุและดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบให้ดีที่สุด" ข้อความในจดหมายข่าวดังกล่าวระบุ

น.ส.ธีรัตน์ กล่าวต่อว่าทางมหาดไทยจะทำหน้าที่ประสานงานส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยยืนยันว่า "จะไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเพียงลำพัง"

ขณะเดียวกัน รมช.มหาดไทยก็ได้รับฟังข้อมูลจากทีมวิจัยของ สกสว. แล้ว และเห็นพ้องกันว่าจะนำระบบอัจฉริยะที่ทำงานด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ สกสว. เข้ามาสนับสนุนงานแผนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนในลุ่มน้ำกก

ในวันเดียวกัน น.ส.ธีรรัตน์ ยังเปิดเผยด้วยว่าสำหรับความคืบหน้าในการเจรจากับทางการเมียนมาเพื่อแก้ปัญหานั้น ขณะนี้รัฐบาลไทยได้หยิบยกประเด็นสารพิษข้ามพรมแดนขึ้นหารือในทุกเวที และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีแผนเดินทางไปยังกรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เพื่อเจรจาในประเด็นดังกล่าวโดยตรง

ด้านนายสมเกียรติ นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ท้วงติงว่า ตนเองได้ยินแผนการบินไปหารือของรองนายกรัฐมนตรีประเสริฐกับรัฐบาลเมียนมามาหลายครั้ง แต่เห็นเลื่อนมาหลายวาระ จนเกิดคำถามว่าติดขัดปัญหาประการใด

.

ที่มาของภาพ, สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่

ส่วนในระดับพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้สารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ใช่ทุกพื้นที่เข้าถึงบริการประปาส่วนภูมิภาค

ขณะเดียวกัน สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ยังคงดำเนินการตรวจสอบคุณภาพน้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน พร้อมกับประชาสัมพันธ์ผลการตรวจสอบผ่านสื่อต่าง ๆ และหน่วยงานยังทำปฏิบัติการเชิงรุกเข้าไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้กับประชาชน รวมถึงให้ประชาชนนำน้ำในบ้านเรือนมาตรวจสอบสารหนูได้ตามวัน-เวลาราชการ ด้วยชุดทดสอบสารหนู (Test Kits)

อย่างไรก็ตาม นายสมเกียรติยังตั้งคำถามถึงการเผยผลตรวจสอบของกรมควบคุมมลพิษเอง รวมถึงสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ว่าเหตุใดไม่เผยผลคุณภาพน้ำแจกแจงรายละเอียดตามรายชื่อสารสำคัญที่ตรวจพบเหมือนช่วงต้นที่เกิดวิกฤต แต่นำเสนอเพียงแค่ค่าสารหนูเท่านั้น

"ผมเข้าใจว่ารัฐไม่อยากสื่อสารให้เกิดความตื่นตระหนก แต่ผมคิดว่ายิ่งปิดไว้ ชาวบ้านยิ่งไม่เชื่อมั่นในการทำงานของภาครัฐ การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาต่างหากที่ช่วยลดความตื่นตระหนกของประชาชนได้ และทำให้พวกเรารู้ว่าต้องระมัดระวังตัวเองอย่างไร" เขากล่าวทิ้งท้ายกับบีบีซีไทย