ค้ายา ตั้งฐานล้ำอธิปไตยไทย และอาจเป็นต้นตอการปนเปื้อนแม่น้ำกก เหตุใดไทยทำอะไรกองกำลังว้าแดงไม่ได้สักที ?

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์จาก ม.ธรรมศาสตร์ บอกว่า กองทัพสหรัฐว้าคือกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เป็นอีกครั้งที่รัฐไทยต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังติดอาวุธทรงอิทธิพลของรัฐฉาน ประเทศเมียนมา นั่นคือ กองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army-UWSA) หรือที่คนไทยรู้จักกันในอีกชื่อว่า "ว้าแดง"

ในครั้งนี้ไม่ใช่ภัยความมั่นคงชายแดนแบบใช้อาวุธเข้าประหัตประหาร แต่เป็นปัญหาความมั่นคงด้านสาธารณสุขที่มีชีวิตของประชาชนผู้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำกกและแม่น้ำสายเป็นตัวประกัน เนื่องจากช่วงต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขของไทยตรวจพบว่าสายน้ำดังกล่าวมีตะกั่วและสารหนูปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพประชาชนในระยะยาว

ทั้งนี้ แม่น้ำกกไหลผ่าน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ใน อ.เมือง อ.เวียงชัย อ.เชียงรุ้ง อ.แม่จัน อ.ดอยหลวง และ อ.เชียงแสน ขณะที่แม่น้ำสายไหลผ่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย

หน่วยงานสาธารณสุขของไทยแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำกกเพื่ออุปโภค-บริโภค โดยตรง และควรใช้น้ำประปาที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพแล้วเท่านั้น โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบาง เด็กเล็ก และผู้หญิงมีครรภ์

สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้ คือแม่น้ำกกที่ไหลผ่าน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งพบค่าปนเปื้อนสูงเกินมาตรฐานหลายจุด

เอกสารข่าวของกรมอนามัยวันที่ 20 เม.ย. ระบุว่า พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่พบการปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานเช่นนี้ อาจทำให้ประชาชนที่ใช้น้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคได้รับผลกระทบทางสุขภาพ เช่น ผื่นคัน ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน รวมถึงเสี่ยงต่อการสะสมสารพิษระยะยาว อาจเกิดมะเร็งผิวหนัง โรคทางระบบประสาท เป็นต้น

เอกสารข่าวดังกล่าวยังระบุด้วยว่า กรมกิจการชายแดนทหารจะร่วมประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยอาศัยกลไกความร่วมมือชายแดนเพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ ผ่านคณะกรรมการระดับสูง (high level committee)

.

ที่มาของภาพ, ประชาสัมพันธ์ สสจ.เชียงใหม่

คำบรรยายภาพ, สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) เก็บตัวอย่างน้ำในแม่น้ำกกไปดำเนินการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำในห้องปฏิบัติการ

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เคยออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่าการปนเปื้อนสารโลหะหนักดังกล่าวยังส่งผลต่อเศรษฐกิจในชุมชนซึ่งประกอบธุรกิจแพริมน้ำ ร้านอาหาร เกษตรกรรม และประมงพื้นบ้านด้วย โดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าสาเหตุการปนเปื้อนมาจากการทำเหมืองแร่ทองคำในประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องการผลักดันให้เกิดการเจรจาระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน

แม่น้ำสายและแม่น้ำกกมีต้นน้ำอยู่ในประเทศเมียนมา จากรายงานพิเศษของสำนักข่าวชายขอบ ระบุว่ามีเหมืองทองจากบริษัทจีนถึง 23 แห่ง กระจายอยู่ตามต้นน้ำแม่สายและแม่น้ำกก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่กองทัพสหรัฐว้าควบคุมอยู่ โดยคาดว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำที่ไหลมายังประเทศไทย

สารพันปัญหา "ว้าแดง" ที่มีต่อไทย

ช่วงปลายปีที่แล้ว ไทยเพิ่งมีกรณีพิพาทกับกองทัพสหรัฐว้าในประเด็นเกี่ยวกับการตั้งฐานทัพล้ำเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 6 ฐาน แบ่งเป็นในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 1 ฐาน ใน อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ จำนวน 2 ฐาน และ ใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จำนวน 3 ฐาน จากข้อมูลบันทึกการประชุมของ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2567

ทั้งนี้ ตัวเลขฐานทัพที่ล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยมีการรายงานไม่ตรงกัน โดยสื่อมวลชนของไทยรายงานว่ามี 8 แห่ง ขณะที่สื่อต่าง ๆ ของเมียนมาระบุว่ามีทั้งหมด 9 แห่ง

แม้ไทยและเมียนมามีการกำหนดเส้นเขตแดนหรือปักปันเขตแดน (Delimitation of Boundary) ร่วมกันตามสนธิสัญญาสยาม-อังกฤษที่ทำขึ้นระหว่างปี 1968-1940 จำนวน 9 ฉบับ รวมถึงบันทึกความเข้าใจไทย-เมียนมา ซึ่งจัดทำขึ้นในปี 1991 จำนวน 1 ฉบับ แต่การปักหลักหรือการจัดทำหลักเขตแดน (Demarcation of Boundary) ระหว่างกันและกันอย่างเป็นทางการนั้น กลับคืบหน้าน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับเขตแดนที่ติดกับประเทศอื่น ๆ โดยพบว่าจุดที่ฐานทัพว้าแดงล้ำเข้ามานั้นยังไม่ได้มีการปักหลักเขตแดน

ทั้งนี้ ส่วนราชการของไทยยึดถือเส้นเขตแดนตามแผนที่ L7018 ขณะที่ทางเมียนมาก็ยึดถือแผนที่ของตนเอง

นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นประธาน กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐฯ บอกกับบีบีซีไทยว่าปัญหาเรื่องการตั้งฐานทหารล้ำเขตแดนยังทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่สามารถสัญจรเข้าไปยังพื้นที่บริเวณนั้น ทั้งที่เป็นดินแดนที่ถือว่าเป็นเขตอำนาจอธิปไตยของไทย

นับตั้งแต่พบการรุกล้ำของฐานว้าแดง ทางการไทยใช้ทั้งกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) รวมถึงกลไกลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเจรจาให้กองทัพสหรัฐว้าถอนฐานทัพออก แต่ในตอนนี้ยังไม่มีรายงานออกมาอย่างเป็นทางการว่ากองกำลังดังกล่าวได้ถอนฐานทหารออกไปแล้วหรือไม่

ทว่า รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ บอกกับบีบีซีไทยว่า ตนเองทราบข้อมูลมาว่ามีการถอนฐานไปแล้วอย่างน้อย 1 แห่ง บริเวณหนองหลวง ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

TOPSHOT-MYANMAR-THAILAND-UWSA-DRUG-CRIME
TOPSHOT - Members of UWSA (United Wa State Army) empties a packet of 'WY' also know as Ya Ba drug before they are set on fire during a drug burning ceremony to mark the UN's world anti-drugs day in Poung Par Khem, near the Thai and Myanmar border on June 26, 2017. The United Wa State Army, a 25,000-strong militia known as Asia's most heavily-armed drug dealers boast their own autonomous territories on the border with China and have close links with Beijing. (Photo by YE AUNG THU / AFP) (Photo by YE AUNG THU/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทหารของกองทัพสหรัฐว้าเทยาบ้าออกมาจากถุง เพื่อเผาทำลายในพิธีต่อต้านยาเสพติดเมื่อปี 2560

ทั้งนี้ มีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่ากองทัพสหรัฐว้ายังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาเสพติด เช่น ยาบ้าและยาไอซ์ ซึ่งมีเส้นทางลำเลียงเข้ามายังประเทศไทย รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และเอเชียใต้

สถานการณ์สงครามกลางเมืองในเมียนมาหลังการรัฐประหารปี 2564 ยิ่งทำให้สถานการณ์ยาเสพติดในเมียนมาแย่ลง เนื่องจากกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มต้องพึ่งพารายได้จากการผลิตและค้ายาเสพติด เพื่อหาเงินทุนมาสนับสนุนกองกำลังของตนเอง

ปีที่ผ่านมา เมียนมาได้กลายเป็นประเทศผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่ของโลกไปแล้ว จากรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)

รศ.ดร.ดุลยภาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมา บอกว่า การสถาปนารัฐว้า คือเป้าหมายอันสูงสุดของกองทัพสหรัฐว้า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กองกำลังซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาจจะใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปฟิซิกกลุ่มนี้ ต้องลงทุนในธุรกิจหลายอย่างโดยไม่เลือกประเภท ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด เหมืองแร่ ไปจนถึงการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการสถาปนารัฐว้าซึ่งเป็นความฝันอันสูงสุดของกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์นั้น จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรและเงินทุนจำนวนมหาศาล เพื่อ "สร้างรัฐ สร้างบ้าน สร้างเมืองให้เจริญ"

"แต่กระบวนการเหล่านั้นก็มีทุนจีนเข้ามาสัมพันธ์ด้วยอีก ทำให้ปัญหาที่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยไม่ได้เกิดจากฝีมือว้าล้วนๆ อย่างเดียว แต่มีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างว้ากับจีนที่ปฏิสัมพันธ์กันผ่านทางเศรษฐกิจเข้ามาด้วย" รศ.ดร.ดุลยภาค บอก

เหตุใดรัฐไทยถึงทำอะไรกองกำลังว้าแดงไม่ค่อยได้ ?

ทุกครั้งที่เกิดปัญหาซึ่งมีกองทัพสหรัฐว้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางการไทยมักใช้วิธีการเจรจาเป็นหลักผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) ซึ่งมีผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจในแต่ละพื้นที่เป็นกรรมการ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-เมียนมา (RBC) ซึ่งมีแม่ทัพภาคต่าง ๆ เป็นกรรมการ ไปจนถึงคณะกรรมการระดับสูง (HLC) ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธาน เป็นต้น โดยอ้างว่าเป็นเรื่องธรรมเนียมการต่างประเทศที่จำเป็นต้องคุยกับตัวแทนของรัฐเมียนมาอย่างเป็นทางการ มากกว่าจะเข้าไปคุยหรือทำข้อตกลงกับกองกำลังว้าแดงโดยตรง

รศ.ดร.ดุลยภาค บอกว่า "ส่วนหนึ่งมันก็เกิดจากความไม่ชัดเจนของรัฐว้า ซึ่งยังไม่มีความเป็นรัฐ ไม่มีอธิปไตยที่เป็นเอกราช เป็นความคลุมเครือจากอธิปไตยหลายเฉดสี เนื่องจากในเมียนมามีเขตปกครองกึ่งรัฐซ้อนอยู่ในรัฐเอกราชอีกที" ส่งผลให้กลไกของไทยซึ่งอาศัยความเป็นทางการ จำเป็นต้องคุยกับตัวแทนของรัฐเมียนมาก่อน

ด้านนายรังสิมันต์บอกว่า ตนเองไม่ปฏิเสธว่าการพูดคุยกับทางการเมียนมาเป็นสิ่งจำเป็น แต่ประเด็นสำคัญคือ "รัฐบาลไทยต้องการแก้ปัญหาจริง ๆ หรือเปล่า ?"

"ถ้ารัฐบาลต้องการแก้ปัญหา ก็จะเห็นว่าวิธีการที่ผ่านมามันไม่ได้ผล ขณะที่แนวโน้มของปัญหาเริ่มรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นวิธีการที่ใช้ ๆ กันอยู่มันจึงไม่มีประสิทธิภาพ ผมจึงต้องการใช้โอกาสนี้ในการตั้งคำถามกับรัฐบาลดัง ๆ ว่า เอ๊ะ หรือว่ารัฐบาล หรือคนในรัฐบาล หรือคนที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาล มีผลประโยชน์อะไรกับว้า จนเขาสามารถตั้งฐาน [ในไทย] และมีปฏิบัติการ [ด้านยาเสพติด] ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้ ผมเห็นว่าการปล่อยให้ว้าทำอะไรแบบนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องปกติเลย" สส.จากพรรคประชาชน บอก

This photo is taken on June 26, 2017 shows members of the United Wa State Army travelling in a convoy in Poung Par Khem region, near the Thail and Myanmar border. The armed group, which has its own autonomous territories on the border with China and Thiland is thought to be one of the largest traffickers in Southeast Asia. / AFP PHOTO / YE AUNG THU (Photo credit should read YE AUNG THU/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

นายรังสิมันต์ยังบอกด้วยว่า นอกจากการละเมิดเขตแดนไทยซึ่งส่งผลต่ออธิปไตยของประเทศแล้ว ปัญหายาเสพติดซึ่งมีต้นตอมาจากแหล่งผลิตที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของกองทัพสหรัฐว้า ยังส่งผลต่อคุณภาพประชากรของไทย ทั้งปัญหาด้านสาธารณสุข และปัญหาในมิติคุณภาพประชากร รวมถึงปัญหาความยากจน และกรณีล่าสุดซึ่งเป็นผลกระทบจากเหมืองทองทุนจีนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของว้าแดง ก็กำลังส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนไทยอย่างมาก แต่รัฐบาลกลับไม่สามารถให้ความคุ้มครอง มั่นคง ปลอดภัย ให้กับประชาชนได้

"ว้าแทบไม่มีความแตกต่างจากกลุ่มก่อการร้าย แต่เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่มีเส้น คือมีรัฐบาลหนุนหลัง แล้วรัฐบาลเมียนมาก็ไม่สามารถ control (ควบคุม) ได้ทั้งหมด เพราะติดพันกับสงครามในที่อื่น ๆ หากเราจะคิดแก้ปัญหา มันคงไม่สามารถจบที่แค่การพูดคุยกับรัฐบาลทหารของเมียนมาได้" เขากล่าว

ด้าน รศ.ดร.ดุลยภาค ฉายให้เห็นภาพใหญ่ว่าที่ผ่านมายุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยเน้นตั้งรับอยู่ในแผนที่ขวานทองเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีนโยบายเชิงรุกออกไปเพื่อสร้างเขตอิทธิพล

"พอเป็นแบบนี้ก็ทำให้เกิดลักษณะสำคัญ เมื่อว้าส่งออกยาเสพติดหรือขยับเขยื้อนอะไรขึ้นมา ไทยจะตั้งรับอย่างเดียว เพราะฐานทางยุทธศาสตร์ของเรามันไม่รุก" เขากล่าว

ข้อเสนอต่อการดีลกับว้า ผ่านยุทธศาสตร์ "การทูตหลาย track" และ "ยาแรง"

รศ.ดร.ดุลยภาค แนะนำว่าเมื่อปัญหาซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐว้าเปลี่ยนแปลงจากฉากทัศน์เดิมในอดีต และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ไทยควรพิจารณาปรับยุทธศาสตร์ความมั่นคงให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยเน้นไปที่ผู้เล่น (actor) หลัก ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย

"เราควรเปลี่ยนการตั้งรับให้ประณีตขึ้น เช่น การ seal border (การปิดผนึกแนวชายแดน) ให้เพิ่มมากขึ้น วางกำลังตามชายแดนมากขึ้น เพิ่มการตรวจตรามากขึ้น รวมถึงรู้จักทำ power projection (การแสดงอำนาจ) รุกออกไปข้างนอกบ้าง รู้จักแผ่อิทธิพลกับกลุ่มชนชาติพันธุ์ในเมียนมาบางกลุ่ม เช่น กลุ่มไทใหญ่ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมทางอิทธิพลที่เป็นมิตรกับประเทศไทย" อาจารย์จาก ม.ธรรมศาสตร์ กล่าว และบอกด้วยว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือไทยควรสร้างกลไกที่ช่วยให้เข้าถึงศูนย์กลางอำนาจของกองทัพสหรัฐว้าซึ่งอยู่ในเมืองปางซาง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา

นอกจากกลไก TBC, RBC, HLC ฯลฯ ที่มีอยู่เดิมแล้ว รศ.ดร.ดุลยภาค เสนอว่าไทยควรปรับใช้ "ยุทธศาสตร์การทูตหลาย track" ซึ่งสื่อถึงการทูตหลากหลายช่องทาง เพื่อทำให้ไทยสามารถต่อตรงกับศูนย์กลางอำนาจของว้าแดงได้มากขึ้น

"ไทยควรคุยกับปักกิ่งและคุนหมิงให้มากขึ้น เพราะจีนก็มีบทบาทต่อว้าอย่างมากด้วยเช่นกัน ทั้งเชิงอำนาจที่แผ่อิทธิพลเข้ามาในรัฐฉาน และใคร ๆ ก็ทราบดีว่าว้าเองมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับจีน" เขาบอก "การสร้าง track ทางการทูตที่เชื่อมไปยังปางซางและคุนหมิงจึงเป็นสิ่งสำคัญ"

อีกช่องทางหนึ่งซึ่งอาจช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องสารโลหะหนักที่ปนเปื้อนในแม่น้ำสายและแม่น้ำกกได้ คือใช้กลไกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission – MRC)

"ดังนั้น เหมืองที่ว้าทำก็ย่อมสร้างมลพิษให้กับแม่น้ำเหล่านั้น ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และแม่น้ำเหล่านั้นก็ไหลรวมไปยังปากแม่น้ำโขง ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อแม่น้ำโขงด้วย การประชุม MRC ก็น่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง แม้ยากหน่อยด้วยข้อจำกัดบางอย่างที่อาศัยการตัดสินใจของจีนเป็นหลัก แต่ในเมื่อปัญหานิเวศวิทยามันส่งผลกระทบกับแม่น้ำโขงแล้ว เราก็ต้องอาศัยกลไกคณะกรรมการนี้ดู"

ในเบื้องต้น ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่าทาง สทนช. ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานภายในประเทศ รวมทั้งได้ประสานงานกับประเทศเมียนมาผ่านกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-ล้านช้าง (LMC) เพื่อสอบถามและติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนของสารโลหะหนักในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายแล้ว รวมถึงติดตามผลดำเนินการในการหามาตรการรับมือของเมียนมาด้วย

United Wa State Army (UWSA) soldiers rest during a rehearsal in Panghsang on April 15, 2019, ahead of a military parade to celebrate 30 years of a ceasefire signed with the Myanmar military. (Photo by Ye Aung THU / AFP) (Photo credit should read YE AUNG THU/AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

อย่างไรก็ตาม ทั้ง รศ.ดร.ดุลยภาค และ นายรังสิมันต์ เห็นตรงกันว่าไทยควรทำให้กองทัพสหรัฐว้าตระหนักถึง "ราคาที่ต้องจ่าย" เมื่อกิจกรรมใด ๆ ก็ตามที่พวกเขาดำเนินอยู่นั้นส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ปลอดภัย ของประเทศไทย

นายรังสิมันต์ กล่าวว่าปัญหาในตอนนี้คือ "ว้าไม่มีความเกรงใจต่อไทย เพราะรู้ว่าไทยไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เพราะรัฐบาลไม่คิดจะทำอะไร" โดยเขาเสนอมาตรการยาแรง 3 ระดับ เริ่มต้นจากเบาไปหาหนัก

เบาสุด คือ มิติทางจิตวิทยา นั่นคือการขีดเส้นตาย (deadline) อย่างเป็นรูปธรรมว่าไทยเอาจริง หากกองทัพสหรัฐว้าไม่ยอมทำตามการยื่นคำขาดของไทย

ยาแรงขนานถัดไป คือ การสำรวจว่าผู้ใดในประเทศไทยที่เป็น "นั่งร้านให้กับว้า" ทำธุรกิจกับว้า เนื่องจาก "ว้าต้องมีสเบียง ต้องนำเข้าสิ่งของต่าง ๆ จากไทยไม่น้อย มีท่อน้ำเลี้ยงอยู่ในประเทศไทย รวมถึงมีทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ในประเทศไทย"

ดังนั้น นายรังสิมันต์จึงเห็นว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับว้าจะไม่สามารถอยู่อย่างปกติสุขได้ในประเทศไทย พวกเขาต้องถูกระงับธุรกรรมทางการเงินและธนาคาร รวมถึงระงับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังนี้

ยาแรงขนานสุดท้าย คือ การจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐตามแนวชายแดนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันจนทำให้ขบวนการยาเสพติดของว้าเติบโตอย่างมากตามชายแดนไทย โดยเฉพาะชายแดนของไทยที่อยู่ติดกับพื้นที่ควบคุมของกองทัพสหรัฐว้าใต้

"เป็นไปได้อย่างไรที่มียาบ้าถูกลำเลียงเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น" นายรังสิมันต์ กล่าว "ทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่รัฐที่ไปอยู่ตามเมืองชายแดนมีความร่ำรวยผิดปกติ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?"

"ผมคิดว่าเราสามารถตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ได้ และมันใช้ปราบปราม [อิทธิพลของว้า] ได้ แต่กลับไปที่คำถามเดิมว่ารัฐบาลของเรามีเจตจำนงที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไหม ?"