ค้ายา ตั้งฐานล้ำอธิปไตยไทย และอาจเป็นต้นตอการปนเปื้อนแม่น้ำกก เหตุใดไทยทำอะไรกองกำลังว้าแดงไม่ได้สักที ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
เป็นอีกครั้งที่รัฐไทยต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังติดอาวุธทรงอิทธิพลของรัฐฉาน ประเทศเมียนมา นั่นคือ กองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army-UWSA) หรือที่คนไทยรู้จักกันในอีกชื่อว่า "ว้าแดง"
ในครั้งนี้ไม่ใช่ภัยความมั่นคงชายแดนแบบใช้อาวุธเข้าประหัตประหาร แต่เป็นปัญหาความมั่นคงด้านสาธารณสุขที่มีชีวิตของประชาชนผู้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำกกและแม่น้ำสายเป็นตัวประกัน เนื่องจากช่วงต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขของไทยตรวจพบว่าสายน้ำดังกล่าวมีตะกั่วและสารหนูปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ แม่น้ำกกไหลผ่าน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย ใน อ.เมือง อ.เวียงชัย อ.เชียงรุ้ง อ.แม่จัน อ.ดอยหลวง และ อ.เชียงแสน ขณะที่แม่น้ำสายไหลผ่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย
หน่วยงานสาธารณสุขของไทยแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำกกเพื่ออุปโภค-บริโภค โดยตรง และควรใช้น้ำประปาที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพแล้วเท่านั้น โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบาง เด็กเล็ก และผู้หญิงมีครรภ์
สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้ คือแม่น้ำกกที่ไหลผ่าน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งพบค่าปนเปื้อนสูงเกินมาตรฐานหลายจุด
เอกสารข่าวของกรมอนามัยวันที่ 20 เม.ย. ระบุว่า พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่พบการปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานเช่นนี้ อาจทำให้ประชาชนที่ใช้น้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภคได้รับผลกระทบทางสุขภาพ เช่น ผื่นคัน ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน รวมถึงเสี่ยงต่อการสะสมสารพิษระยะยาว อาจเกิดมะเร็งผิวหนัง โรคทางระบบประสาท เป็นต้น
เอกสารข่าวดังกล่าวยังระบุด้วยว่า กรมกิจการชายแดนทหารจะร่วมประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยอาศัยกลไกความร่วมมือชายแดนเพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ ผ่านคณะกรรมการระดับสูง (high level committee)

ที่มาของภาพ, ประชาสัมพันธ์ สสจ.เชียงใหม่
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เคยออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 8 เม.ย. ว่าการปนเปื้อนสารโลหะหนักดังกล่าวยังส่งผลต่อเศรษฐกิจในชุมชนซึ่งประกอบธุรกิจแพริมน้ำ ร้านอาหาร เกษตรกรรม และประมงพื้นบ้านด้วย โดยสันนิษฐานเบื้องต้นว่าสาเหตุการปนเปื้อนมาจากการทำเหมืองแร่ทองคำในประเทศเพื่อนบ้าน จึงต้องการผลักดันให้เกิดการเจรจาระหว่างประเทศอย่างเร่งด่วน
แม่น้ำสายและแม่น้ำกกมีต้นน้ำอยู่ในประเทศเมียนมา จากรายงานพิเศษของสำนักข่าวชายขอบ ระบุว่ามีเหมืองทองจากบริษัทจีนถึง 23 แห่ง กระจายอยู่ตามต้นน้ำแม่สายและแม่น้ำกก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่กองทัพสหรัฐว้าควบคุมอยู่ โดยคาดว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้เกิดโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำที่ไหลมายังประเทศไทย
สารพันปัญหา "ว้าแดง" ที่มีต่อไทย
ช่วงปลายปีที่แล้ว ไทยเพิ่งมีกรณีพิพาทกับกองทัพสหรัฐว้าในประเด็นเกี่ยวกับการตั้งฐานทัพล้ำเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 6 ฐาน แบ่งเป็นในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 1 ฐาน ใน อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ จำนวน 2 ฐาน และ ใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จำนวน 3 ฐาน จากข้อมูลบันทึกการประชุมของ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2567
ทั้งนี้ ตัวเลขฐานทัพที่ล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยมีการรายงานไม่ตรงกัน โดยสื่อมวลชนของไทยรายงานว่ามี 8 แห่ง ขณะที่สื่อต่าง ๆ ของเมียนมาระบุว่ามีทั้งหมด 9 แห่ง
แม้ไทยและเมียนมามีการกำหนดเส้นเขตแดนหรือปักปันเขตแดน (Delimitation of Boundary) ร่วมกันตามสนธิสัญญาสยาม-อังกฤษที่ทำขึ้นระหว่างปี 1968-1940 จำนวน 9 ฉบับ รวมถึงบันทึกความเข้าใจไทย-เมียนมา ซึ่งจัดทำขึ้นในปี 1991 จำนวน 1 ฉบับ แต่การปักหลักหรือการจัดทำหลักเขตแดน (Demarcation of Boundary) ระหว่างกันและกันอย่างเป็นทางการนั้น กลับคืบหน้าน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับเขตแดนที่ติดกับประเทศอื่น ๆ โดยพบว่าจุดที่ฐานทัพว้าแดงล้ำเข้ามานั้นยังไม่ได้มีการปักหลักเขตแดน
ทั้งนี้ ส่วนราชการของไทยยึดถือเส้นเขตแดนตามแผนที่ L7018 ขณะที่ทางเมียนมาก็ยึดถือแผนที่ของตนเอง
นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นประธาน กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐฯ บอกกับบีบีซีไทยว่าปัญหาเรื่องการตั้งฐานทหารล้ำเขตแดนยังทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่สามารถสัญจรเข้าไปยังพื้นที่บริเวณนั้น ทั้งที่เป็นดินแดนที่ถือว่าเป็นเขตอำนาจอธิปไตยของไทย
นับตั้งแต่พบการรุกล้ำของฐานว้าแดง ทางการไทยใช้ทั้งกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) รวมถึงกลไกลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อเจรจาให้กองทัพสหรัฐว้าถอนฐานทัพออก แต่ในตอนนี้ยังไม่มีรายงานออกมาอย่างเป็นทางการว่ากองกำลังดังกล่าวได้ถอนฐานทหารออกไปแล้วหรือไม่
ทว่า รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาวิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ บอกกับบีบีซีไทยว่า ตนเองทราบข้อมูลมาว่ามีการถอนฐานไปแล้วอย่างน้อย 1 แห่ง บริเวณหนองหลวง ต.ถ้ำลอด อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทั้งนี้ มีหลักฐานจำนวนมากที่บ่งชี้ว่ากองทัพสหรัฐว้ายังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตยาเสพติด เช่น ยาบ้าและยาไอซ์ ซึ่งมีเส้นทางลำเลียงเข้ามายังประเทศไทย รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และเอเชียใต้
สถานการณ์สงครามกลางเมืองในเมียนมาหลังการรัฐประหารปี 2564 ยิ่งทำให้สถานการณ์ยาเสพติดในเมียนมาแย่ลง เนื่องจากกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มต้องพึ่งพารายได้จากการผลิตและค้ายาเสพติด เพื่อหาเงินทุนมาสนับสนุนกองกำลังของตนเอง
ปีที่ผ่านมา เมียนมาได้กลายเป็นประเทศผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่ของโลกไปแล้ว จากรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)
รศ.ดร.ดุลยภาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมา บอกว่า การสถาปนารัฐว้า คือเป้าหมายอันสูงสุดของกองทัพสหรัฐว้า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กองกำลังซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาจจะใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปฟิซิกกลุ่มนี้ ต้องลงทุนในธุรกิจหลายอย่างโดยไม่เลือกประเภท ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด เหมืองแร่ ไปจนถึงการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการสถาปนารัฐว้าซึ่งเป็นความฝันอันสูงสุดของกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์นั้น จำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรและเงินทุนจำนวนมหาศาล เพื่อ "สร้างรัฐ สร้างบ้าน สร้างเมืองให้เจริญ"
"แต่กระบวนการเหล่านั้นก็มีทุนจีนเข้ามาสัมพันธ์ด้วยอีก ทำให้ปัญหาที่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยไม่ได้เกิดจากฝีมือว้าล้วนๆ อย่างเดียว แต่มีเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างว้ากับจีนที่ปฏิสัมพันธ์กันผ่านทางเศรษฐกิจเข้ามาด้วย" รศ.ดร.ดุลยภาค บอก
เหตุใดรัฐไทยถึงทำอะไรกองกำลังว้าแดงไม่ค่อยได้ ?
ทุกครั้งที่เกิดปัญหาซึ่งมีกองทัพสหรัฐว้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางการไทยมักใช้วิธีการเจรจาเป็นหลักผ่านกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) ซึ่งมีผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจในแต่ละพื้นที่เป็นกรรมการ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-เมียนมา (RBC) ซึ่งมีแม่ทัพภาคต่าง ๆ เป็นกรรมการ ไปจนถึงคณะกรรมการระดับสูง (HLC) ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นประธาน เป็นต้น โดยอ้างว่าเป็นเรื่องธรรมเนียมการต่างประเทศที่จำเป็นต้องคุยกับตัวแทนของรัฐเมียนมาอย่างเป็นทางการ มากกว่าจะเข้าไปคุยหรือทำข้อตกลงกับกองกำลังว้าแดงโดยตรง
รศ.ดร.ดุลยภาค บอกว่า "ส่วนหนึ่งมันก็เกิดจากความไม่ชัดเจนของรัฐว้า ซึ่งยังไม่มีความเป็นรัฐ ไม่มีอธิปไตยที่เป็นเอกราช เป็นความคลุมเครือจากอธิปไตยหลายเฉดสี เนื่องจากในเมียนมามีเขตปกครองกึ่งรัฐซ้อนอยู่ในรัฐเอกราชอีกที" ส่งผลให้กลไกของไทยซึ่งอาศัยความเป็นทางการ จำเป็นต้องคุยกับตัวแทนของรัฐเมียนมาก่อน
ด้านนายรังสิมันต์บอกว่า ตนเองไม่ปฏิเสธว่าการพูดคุยกับทางการเมียนมาเป็นสิ่งจำเป็น แต่ประเด็นสำคัญคือ "รัฐบาลไทยต้องการแก้ปัญหาจริง ๆ หรือเปล่า ?"
"ถ้ารัฐบาลต้องการแก้ปัญหา ก็จะเห็นว่าวิธีการที่ผ่านมามันไม่ได้ผล ขณะที่แนวโน้มของปัญหาเริ่มรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นวิธีการที่ใช้ ๆ กันอยู่มันจึงไม่มีประสิทธิภาพ ผมจึงต้องการใช้โอกาสนี้ในการตั้งคำถามกับรัฐบาลดัง ๆ ว่า เอ๊ะ หรือว่ารัฐบาล หรือคนในรัฐบาล หรือคนที่มีอิทธิพลต่อรัฐบาล มีผลประโยชน์อะไรกับว้า จนเขาสามารถตั้งฐาน [ในไทย] และมีปฏิบัติการ [ด้านยาเสพติด] ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้ ผมเห็นว่าการปล่อยให้ว้าทำอะไรแบบนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องปกติเลย" สส.จากพรรคประชาชน บอก

ที่มาของภาพ, Getty Images
นายรังสิมันต์ยังบอกด้วยว่า นอกจากการละเมิดเขตแดนไทยซึ่งส่งผลต่ออธิปไตยของประเทศแล้ว ปัญหายาเสพติดซึ่งมีต้นตอมาจากแหล่งผลิตที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของกองทัพสหรัฐว้า ยังส่งผลต่อคุณภาพประชากรของไทย ทั้งปัญหาด้านสาธารณสุข และปัญหาในมิติคุณภาพประชากร รวมถึงปัญหาความยากจน และกรณีล่าสุดซึ่งเป็นผลกระทบจากเหมืองทองทุนจีนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของว้าแดง ก็กำลังส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนไทยอย่างมาก แต่รัฐบาลกลับไม่สามารถให้ความคุ้มครอง มั่นคง ปลอดภัย ให้กับประชาชนได้
"ว้าแทบไม่มีความแตกต่างจากกลุ่มก่อการร้าย แต่เป็นกลุ่มก่อการร้ายที่มีเส้น คือมีรัฐบาลหนุนหลัง แล้วรัฐบาลเมียนมาก็ไม่สามารถ control (ควบคุม) ได้ทั้งหมด เพราะติดพันกับสงครามในที่อื่น ๆ หากเราจะคิดแก้ปัญหา มันคงไม่สามารถจบที่แค่การพูดคุยกับรัฐบาลทหารของเมียนมาได้" เขากล่าว
ด้าน รศ.ดร.ดุลยภาค ฉายให้เห็นภาพใหญ่ว่าที่ผ่านมายุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยเน้นตั้งรับอยู่ในแผนที่ขวานทองเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีนโยบายเชิงรุกออกไปเพื่อสร้างเขตอิทธิพล
"พอเป็นแบบนี้ก็ทำให้เกิดลักษณะสำคัญ เมื่อว้าส่งออกยาเสพติดหรือขยับเขยื้อนอะไรขึ้นมา ไทยจะตั้งรับอย่างเดียว เพราะฐานทางยุทธศาสตร์ของเรามันไม่รุก" เขากล่าว
ข้อเสนอต่อการดีลกับว้า ผ่านยุทธศาสตร์ "การทูตหลาย track" และ "ยาแรง"
รศ.ดร.ดุลยภาค แนะนำว่าเมื่อปัญหาซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐว้าเปลี่ยนแปลงจากฉากทัศน์เดิมในอดีต และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ไทยควรพิจารณาปรับยุทธศาสตร์ความมั่นคงให้มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยเน้นไปที่ผู้เล่น (actor) หลัก ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย
"เราควรเปลี่ยนการตั้งรับให้ประณีตขึ้น เช่น การ seal border (การปิดผนึกแนวชายแดน) ให้เพิ่มมากขึ้น วางกำลังตามชายแดนมากขึ้น เพิ่มการตรวจตรามากขึ้น รวมถึงรู้จักทำ power projection (การแสดงอำนาจ) รุกออกไปข้างนอกบ้าง รู้จักแผ่อิทธิพลกับกลุ่มชนชาติพันธุ์ในเมียนมาบางกลุ่ม เช่น กลุ่มไทใหญ่ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมทางอิทธิพลที่เป็นมิตรกับประเทศไทย" อาจารย์จาก ม.ธรรมศาสตร์ กล่าว และบอกด้วยว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือไทยควรสร้างกลไกที่ช่วยให้เข้าถึงศูนย์กลางอำนาจของกองทัพสหรัฐว้าซึ่งอยู่ในเมืองปางซาง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา
นอกจากกลไก TBC, RBC, HLC ฯลฯ ที่มีอยู่เดิมแล้ว รศ.ดร.ดุลยภาค เสนอว่าไทยควรปรับใช้ "ยุทธศาสตร์การทูตหลาย track" ซึ่งสื่อถึงการทูตหลากหลายช่องทาง เพื่อทำให้ไทยสามารถต่อตรงกับศูนย์กลางอำนาจของว้าแดงได้มากขึ้น
"ไทยควรคุยกับปักกิ่งและคุนหมิงให้มากขึ้น เพราะจีนก็มีบทบาทต่อว้าอย่างมากด้วยเช่นกัน ทั้งเชิงอำนาจที่แผ่อิทธิพลเข้ามาในรัฐฉาน และใคร ๆ ก็ทราบดีว่าว้าเองมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับจีน" เขาบอก "การสร้าง track ทางการทูตที่เชื่อมไปยังปางซางและคุนหมิงจึงเป็นสิ่งสำคัญ"
อีกช่องทางหนึ่งซึ่งอาจช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องสารโลหะหนักที่ปนเปื้อนในแม่น้ำสายและแม่น้ำกกได้ คือใช้กลไกคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission – MRC)
"ดังนั้น เหมืองที่ว้าทำก็ย่อมสร้างมลพิษให้กับแม่น้ำเหล่านั้น ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และแม่น้ำเหล่านั้นก็ไหลรวมไปยังปากแม่น้ำโขง ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อแม่น้ำโขงด้วย การประชุม MRC ก็น่าจะเป็นอีกช่องทางหนึ่ง แม้ยากหน่อยด้วยข้อจำกัดบางอย่างที่อาศัยการตัดสินใจของจีนเป็นหลัก แต่ในเมื่อปัญหานิเวศวิทยามันส่งผลกระทบกับแม่น้ำโขงแล้ว เราก็ต้องอาศัยกลไกคณะกรรมการนี้ดู"
ในเบื้องต้น ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ว่าทาง สทนช. ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานภายในประเทศ รวมทั้งได้ประสานงานกับประเทศเมียนมาผ่านกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-ล้านช้าง (LMC) เพื่อสอบถามและติดตามสถานการณ์การปนเปื้อนของสารโลหะหนักในแม่น้ำกกและแม่น้ำสายแล้ว รวมถึงติดตามผลดำเนินการในการหามาตรการรับมือของเมียนมาด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม ทั้ง รศ.ดร.ดุลยภาค และ นายรังสิมันต์ เห็นตรงกันว่าไทยควรทำให้กองทัพสหรัฐว้าตระหนักถึง "ราคาที่ต้องจ่าย" เมื่อกิจกรรมใด ๆ ก็ตามที่พวกเขาดำเนินอยู่นั้นส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ปลอดภัย ของประเทศไทย
นายรังสิมันต์ กล่าวว่าปัญหาในตอนนี้คือ "ว้าไม่มีความเกรงใจต่อไทย เพราะรู้ว่าไทยไม่สามารถทำอะไรเขาได้ เพราะรัฐบาลไม่คิดจะทำอะไร" โดยเขาเสนอมาตรการยาแรง 3 ระดับ เริ่มต้นจากเบาไปหาหนัก
เบาสุด คือ มิติทางจิตวิทยา นั่นคือการขีดเส้นตาย (deadline) อย่างเป็นรูปธรรมว่าไทยเอาจริง หากกองทัพสหรัฐว้าไม่ยอมทำตามการยื่นคำขาดของไทย
ยาแรงขนานถัดไป คือ การสำรวจว่าผู้ใดในประเทศไทยที่เป็น "นั่งร้านให้กับว้า" ทำธุรกิจกับว้า เนื่องจาก "ว้าต้องมีสเบียง ต้องนำเข้าสิ่งของต่าง ๆ จากไทยไม่น้อย มีท่อน้ำเลี้ยงอยู่ในประเทศไทย รวมถึงมีทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ในประเทศไทย"
ดังนั้น นายรังสิมันต์จึงเห็นว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับว้าจะไม่สามารถอยู่อย่างปกติสุขได้ในประเทศไทย พวกเขาต้องถูกระงับธุรกรรมทางการเงินและธนาคาร รวมถึงระงับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังนี้
ยาแรงขนานสุดท้าย คือ การจัดการกับเจ้าหน้าที่รัฐตามแนวชายแดนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันจนทำให้ขบวนการยาเสพติดของว้าเติบโตอย่างมากตามชายแดนไทย โดยเฉพาะชายแดนของไทยที่อยู่ติดกับพื้นที่ควบคุมของกองทัพสหรัฐว้าใต้
"เป็นไปได้อย่างไรที่มียาบ้าถูกลำเลียงเข้ามาในไทยเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น" นายรังสิมันต์ กล่าว "ทุกวันนี้ เจ้าหน้าที่รัฐที่ไปอยู่ตามเมืองชายแดนมีความร่ำรวยผิดปกติ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?"
"ผมคิดว่าเราสามารถตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ได้ และมันใช้ปราบปราม [อิทธิพลของว้า] ได้ แต่กลับไปที่คำถามเดิมว่ารัฐบาลของเรามีเจตจำนงที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไหม ?"











