การบินไทยอยู่ในห่วงโซ่ขนส่งชิ้นส่วน F-35 ไปอิสราเอล กระทบความสัมพันธ์ไทย-โลกมุสลิม หรือไม่

เครื่องบินแอร์บัส 350-900 ถูกใช้บินในเที่ยวบิน TG472 เส้นทางนครซิดนีย์-กรุงเทพมหานคร

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เครื่องบินแอร์บัส 350-900 ถูกใช้บินในเที่ยวบิน TG472 เส้นทางนครซิดนีย์-กรุงเทพมหานคร
    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • เวลาอ่าน: 15 นาที

ในเดือน พ.ย. 2024 องค์กรด้านประชาสังคมระหว่างประเทศกว่า 230 แห่ง เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ระงับการส่งอาวุธไปยังอิสราเอล โดยเฉพาะชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ เอฟ-35 (F-35) เนื่องจากเห็นว่ามันถูกใช้สังหารผู้คนในความขัดแย้งกับปาเลสไตน์ครั้งล่าสุด

ทว่า ต้องใช้เวลาราว 2 ปี กว่าเรื่องนี้จะส่งผลสะเทือนถึงประเทศไทย เมื่อสายการบินแห่งชาติถูกกล่าวหาจากนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายจัดในออสเตรเลียว่า "การบินไทยนำความตายไปสู่กาซา"

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มดังกล่าวที่เรียกตัวเองว่า Defend Peace Djiang จัดทำแคมเปญประท้วงการส่งอาวุธจากออสเตรเลียไปยังอิสราเอล และกล่าวหาว่า "การบินไทยได้ลักลอบขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบิน F-35 ที่อันตรายจากนครซิดนีย์ไปยังอิสราเอล โดยซ่อนไว้ในห้องเก็บสัมภาระของเครื่องบินโดยสารถึง 71 ครั้ง"

อย่างไรก็ตาม ทางบีบีซีไทยไม่สามารถตรวจสอบคำกล่าวอ้างได้อย่างอิสระ

ด้าน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ.การบินไทย) ออกแถลงการชี้แจงในวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทฯ ดำเนินการรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์โดยปฏิบัติตามขั้นตอนด้านพิธีการศุลกากร ตลอดจนกระบวนการตรวจคัดกรองด้านความปลอดภัยตามกฎหมายและข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของประเทศต่าง ๆ ที่บริษัทฯ ให้บริการเที่ยวบินอย่างเคร่งครัด ตลอดจนปฏิบัติตามขั้นตอนและมาตรการควบคุมการขนส่งวัตถุอันตราย (dangerous goods) ตามมาตรฐานการบินสากลอย่างเคร่งครัด โดยอนุญาตให้ขนส่งได้เฉพาะสินค้าที่เป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย กฎหมายของประเทศต้นทาง ประเทศปลายทาง และประเทศตามเส้นทางบินที่เกี่ยวข้อง

"การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนด และมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ เป็นแนวทางการดำเนินงานที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญและถือปฏิบัติมาโดยตลอด โดยมีเป้าหมายให้การปฏิบัติการบินของบริษัทฯ มีมาตรฐานความปลอดภัยที่สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสาร" บมจ.การบินไทย ระบุ

ทางกลุ่ม Defend Peace Djiang ยังรณรงค์ให้ผู้เดินทางคว่ำบาตรสายการบินแห่งชาติของไทย ด้วยการไม่ขึ้นบินกับสายการบินนี้ เนื่องจากเห็นว่า "การบินไทยได้รับผลประโยชน์จากอิสราเอล" และละเมิดทั้งกฎหมายของออสเตรเลียและกฎหมายระหว่างประเทศ

ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าต้องการเห็นการพูดคุยอย่างสันติระหว่างฝ่ายอิสราเอลกับฝ่ายปาเลสไตน์ และเห็นด้วยกับแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐ (two-state solution) พร้อมกับยืนยันว่าประเทศไทยวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งดังกล่าวตลอดมา

บีบีซีไทยได้ติดต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ของไทยเพื่อสอบถามว่าในกรณีที่สายการบินแห่งชาติของไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) โครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 ที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล จะส่งผลกระทบต่อจุดยืนของไทยที่ผ่านมาหรือไม่ และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอการตอบกลับ

เหตุใดกลุ่มภาคประชาสังคมจึงประท้วงการส่งชิ้นส่วนเครื่องบินรบ F-35 ให้กับอิสราเอล

เดือน พ.ย. 2024 องค์กรภาคประชาสังคมทั่วโลกกว่า 230 แห่ง เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ยุติการถ่ายโอนอาวุธต่าง ๆ ไปยังอิสราเอลโดยทันที โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องบินขับไล่ F-35

ประเทศพันธมิตรในโครงการผลิตเครื่องบินขับไล่ F-35 ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา เดนมาร์ก อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก

องค์กรภาคประชาสังคมดังกล่าวระบุว่า "อิสราเอลได้ใช้เครื่องบินขับไล่ F-35 ในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์"

แม้อิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์มาโดยตลอด แต่ เดือน ก.ย. ปีที่แล้ว คณะกรรมการสอบสวนของสหประชาชาติระบุว่าอิสราเอลได้ก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก็ถูกออกหมายจับโดยศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ในข้อหาอาชญากรรมสงคราม

สำหรับเครื่องบินรบ F-35 เป็นเครื่องบินขับไล่โจมตีภาคพื้นความเร็วเหนือเสียง พร้อมด้วยคุณสมบัติล่องหนหรือพรางตัว

ผู้ผลิตหลักคือบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) ของสหรัฐฯ แต่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ถูกผลิตโดยพันธมิตรหลายแห่งทั่วโลก

Activists block rails in Rotterdam port to protest NATO, Israeli military shipments
ROTTERDAM, NETHERLANDS - OCTOBER 11: Hundreds of pro-Palestinian activists from the 'Geef Tegengas' (Push Back) movement block a railway leading to the Port of Rotterdam protesting the port's involvement in NATO logistics and the transport of F-35 fighter jet components from Israel, in Rotterdam, Netherlands on October 11, 2025. Police officers intervene the demonstration and remove the protesters, who had chained themselves to the railway tracks. (Photo by Mouneb Taim/Anadolu via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, 11 ต.ค. 2025 นักกิจกรรมในเนเธอแลนด์ประท้วงปิดกั้นรางรถไฟในท่าเรือรอตเตอร์ดัม เพื่อเรียกร้องให้ระงับการส่งชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ F-35 ไปยังอิสราเอล

ด้านองค์กรพัฒนาเอกชนที่ชื่อว่า กลุ่มรณรงค์การต่อต้านค้าอาวุธ หรือ ซีเอเอที (Campaign Against Arms Trade - CAAT) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในสหราชอาณาจักร อ้างว่าอิสราเอลดัดแปลงเครื่องบินขับไล่ F-35 ให้อยู่ใน "โหมดสัตว์ร้าย (beast mode)" โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน และโครงการ F-35 ของเพนตากอนหรือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ

การดัดแปลงเพิ่มประสิทธิภาพดังกล่าวทำให้เครื่องบินขับไล่ F-35 ของอิสราเอลสามารถบรรทุกระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ (ราว 907 กิโลกรัม) ได้ถึง 4 ลูก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ในห้วงเวลาที่ผ่านมา สำนักข่าวต่าง ๆ รายงานว่ารัฐบาลประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตเครื่องบินรบชนิดนี้ ถูกกดดันให้ระงับการส่งออกชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ดังกล่าวไปยังอิสราเอล

ในปี 2024 ปรากฏคำสั่งศาลเนเธอแลนด์ที่ระบุว่ารัฐบาลต้องระงับการส่งออกชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ F-35 ไปยังอิสราเอล จากรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ส

ศาลของเนเธอร์แลนด์เห็นว่ามีความเสี่ยงอย่างชัดเจนว่าชิ้นส่วนที่ถูกส่งออกไปนั้น อาจถูกนำไปใช้ในการละเมิดมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

ในเดือน ก.ย. 2025 สำนักข่าวอินฟอร์เมชัน (Information) ของประเทศเดนมาร์ก รายงานว่าได้รับการยืนยันจากกองทัพอิสราเอลว่าเครื่องบินขับไล่ F-35 ถูกใช้ในการโจมตีเขตอัล-มาวาซี (Al-Mawasi) เมืองข่านยูนิส ฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2025 ในปฏิบัติการสังหารโมฮัมเหม็ด เดอีฟ และ ราฟา ซาลาเมห์ ผู้นำฮามาสในพื้นที่

ทว่าการโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในเขตช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ส่งผลให้มีพลเรือนชาวปาเลสไตน์ถูกคร่าชีวิต 90 ราย และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 300 ราย จากรายงานของสำนักข่าวอัลจาซีรา

จากรายงานข่าวของอินฟอร์เมชันระบุว่าทางองค์กรแอมเนสตี อินเตอร์เนชันแนล ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศเดนมาร์กระงับการส่งชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ F-35 ไปยังอิสราเอล เนื่องจากเสี่ยงละเมิดกฎของสหภาพยุโรปและสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกอาวุธ

นอกจากนี้ ในเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว องค์กรสิทธิมนุษยชนปาเลสไตน์ยังออกมาเรียกร้องให้ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ในกรุงลอนดอน อนุญาตให้องค์กรฯ ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลสูงที่ปฏิเสธคำร้องของกลุ่มผู้รณรงค์ที่พยายามยับยั้งการส่งมอบชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ F-35 จากสหราชอาณาจักรไปยังอิสราเอล จากรายงานของสำนักข่าวทีเอ็นทีเวิลด์

การบินไทยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร

การบินไทยถูกดึงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานโครงการเครื่องบินขับไล่ F-35 ของออสเตรเลียที่ส่งไปยังอิสราเอลได้อย่างไร

จากรายงานของสำนักข่าวเดอะการ์เดียน ซึ่งเป็นสื่อในอังกฤษเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว ระบุว่ามีบริษัทมากกว่า 1,900 แห่งในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องบินรบชนิดนี้

เดอะการ์เดียนกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมของออสเตรเลียที่ระบุว่า มีบริษัทในออสเตรเลียมากกว่า 75 แห่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานดังกล่าว และชิ้นส่วนสำคัญกว่า 700 ชิ้นที่นำไปประกอบเครื่องบินขับไล่ F-35 ถูกผลิตขึ้นในรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียเพียงแห่งเดียว

ยกตัวอย่างเช่น บริษัท อาร์ยูเอจี ออสเตรเลีย (RUAG Australia) เป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนที่ทำให้เครื่องบินสามารถเปิดประตูช่องเก็บขีปนาวุธและยิงขีปนาวุธได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ยังคงรักษาคุณสมบัติการพรางตัวไว้ได้

สำนักข่าวเดอะการ์เดียนยังระบุด้วยว่า ออสเตรเลียยังเป็นที่ตั้งของศูนย์กระจายสินค้าประจำภูมิภาคสำหรับชิ้นส่วน F-35 อีกด้วย

ในห้วงเวลาที่คณะกรรมการสอบสวนของสหประชาชาติระบุว่าอิสราเอลก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา นักสิทธิมนุษยชนชาวออสเตรเลียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าว ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซีของออสเตรเลียว่าการส่งออกชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ออสเตรเลียควรยุติลง

"หากชิ้นส่วนที่ผลิตในออสเตรเลียถูกนำไปใช้ในเครื่องบินขับไล่ F-35 ที่อิสราเอลใช้ทิ้งระเบิดในกาซา เราก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน" คริส ซิโดติ กล่าว

ก่อนจะมีผลการสอบสวนของสหประชาชาติออกมา ริชาร์ด มาร์ลส์ รักษาการนายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอบีซีว่า ออสเตรเลียไม่ได้จัดหาอาวุธให้กับอิสราเอล แต่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเครื่องบินขับไล่ F-35 มาหลายทศวรรษแล้ว และเห็นว่านั่นเป็น "คำถามที่แตกต่างกันมาก" จากประเด็นเรื่องการเป็นผู้ส่งออกอาวุธไปยังอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม คำสัมภาษณ์ของมาร์ลส์ถูกตอบโต้จาก เดวิด ชูบริดต์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากพรรคกรีน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายในออสเตรเลียว่า "กฎหมายระหว่างประเทศชัดเจนมากว่าชิ้นส่วนอาวุธก็คืออาวุธ" และตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลออสเตรเลียจึงไม่ระงับการส่งออกชิ้นส่วนดังกล่าว ทั้งที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เครื่องบินขับไล่ F-35 ของอิสราเอล

ปลายปีที่แล้ว สำนักข่าวดีคลาสสิไฟลด์ออสเตรเลีย (Declassified Australia) เผยแพร่รายงานการสืบสวนเกี่ยวกับการขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ F-35 อย่างลับ ๆ จากออสเตรเลียไปยังอิสราเอล

สำนักข่าวดีคลาสสิไฟด์ออสเตรเลียอ้างว่าจากเอกสารที่รั่วไหลออกมา ทำให้เห็นข้อมูลว่ามีอย่างน้อย 68 เที่ยวบินที่ขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ F-35 ไปยังอิสราเอล โดยมีต้นทางจากออสเตรเลีย

สำนักข่าวดังกล่าวรายงานว่าชิ้นส่วนล่าสุดที่ถูกขนส่งทางอากาศไปยังอิสราเอลจากออสเตรเลีย คือ แผ่นทางเข้าน้ำมันหล่อลื่น (Inlet Lube Plate) ซึ่งน่าจะใช้สำหรับระบบควบคุมสภาพแวดล้อมของเครื่องบินขับไล่ F-35

เอกสารการขนส่งที่สำนักข่าวดังกล่าวได้เห็น ระบุว่าชิ้นส่วนนี้ถูกสั่งซื้อในวันที่ 7 ก.ย. 2025 และพัสดุถูกรับโดยบริษัทขนส่งจากเมืองวิลเลียมทาวน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฝูงบิน F-35 ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย ในวันที่ 11 ก.ย.

จากนั้นชิ้นส่วนที่ถูกระบุในเอกสารการขนส่งว่าเป็น "สินค้าทางทหาร-ชิ้นส่วนเครื่องบิน" สำหรับใช้ในเครื่องบินขับไล่โจมตีร่วม หรือ เจเอสเอฟ (Joint Strike Fighters - JSF) ซึ่งคู่ค้าคือบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน ถูกขนส่งทางอากาศผ่านเที่ยวบินพาณิชย์ของการบินไทย TG472 ในช่วงบ่ายของวันที่ 17 ก.ย. 2025

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้หลังจากคณะกรรมการสอบสวนของสหประชาชาติระบุว่าอิสราเอลก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ได้เพียง 1 วัน

เที่ยวบินดังกล่าวใช้เวลาราว 10 ชั่วโมงเดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิของไทย และพัสดุถูกขนถ่ายไปยังสายการบินหมายเลข ELY82 ซึ่งเป็นเที่ยวบินของสายการบินเอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์ เพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงของอิสราเอล

สำนักข่าวดีคลาสสิไฟด์ออสเตรเลียระบุว่าเครื่องบินดังกล่าวลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติเบนกูเรียนในเวลา 06.33 น. ของวันที่ 18 ก.ย. ตามเวลาของอิสราเอล จากนั้นเดินทางต่อไปยังฐานทัพอากาศเนวาติมของอิสราเอล และถึงที่หมายในวันที่ 19 ก.ย. 2025

รายงานชิ้นอื่น ๆ ของดีคลาสสิไฟด์ออสเตรเลียยังเปิดเผยด้วยว่า ยังเห็นการขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินผ่านเที่ยวบินของการบินไทย

ในวันที่ 9 เม.ย. พบเที่ยวบิน TG472 เดินทางออกจากนครซิดนีย์ไปยังกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยพัสดุ 2 ชิ้นที่ระบุว่าเป็น "ชิ้นส่วนเครื่องบิน" สำหรับเครื่องบินขับไล่ F-35 โดยมีที่มาจากบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน

เมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ พัสดุทั้งสองชิ้นถูกลำเลียงต่อไปยังเที่ยวบิน ELY86 ของสายการบินเอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์ และเดินทางถึงจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่กรุงเทลอาวีฟ

การบินไทยชี้แจงไม่ได้ระวางขนส่งเอง

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.การบินไทย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.การบินไทย

วันที่ 26 ก.พ. นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.การบินไทย ชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่าตนทราบถึงกรณีดังกล่าว และอธิบายว่าสายการบินทำหน้าที่เป็นเพียงผู้รับขนส่งให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งเป็นแนวทางปกติของอุตสาหกรรมการบิน โดยกรณีนี้ทางการบินไทยไม่ได้เป็นผู้ขายระวางสินค้าเอง

"เขาขาย แต่เขามาส่งขึ้นเครื่องการบินไทย" นายชาย กล่าว "Air Waybill (ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ) เอกสารการส่งของ เป็นของสายการบินอื่น เรารับขน การรับขนก็มีโปรโตคอล มีมาตรการ มีมาตรฐานอยู่"

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของการบินไทยกล่าวต่อว่า ในใบตราส่งสินค้าทางอากาศจะสำแดงว่าสินค้าที่อยู่ในการขนส่งคืออะไร โดยหน้าที่การตรวจสอบขึ้นอยู่กับศุลากรของแต่ละประเทศ การบินไทยไม่สามารถไปเปิดพัสดุดูได้ เนื่องจากไม่มีอำนาจ และมีเพียงศุลกากรที่สามารถเปิดดูได้ว่าพัสดุดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่

เขายืนยันว่าพัสดุที่รับมาไม่เป็นอันตรายต่อเครื่องบิน เนื่องจากผ่านการเอ็กซเรย์มาแล้ว

"ชิ้นส่วนอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ระเบิด ไม่ใช่วัตถุอันตราย เราขนได้" นายชาย กล่าว

เขายืนยันว่าการบินไทยทำตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานความปลอดภัยในการรับคนด้วย เนื่องจากชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นรูปแบบการขนส่งสินค้าใต้ท้องเครื่องบิน

"เราไม่สามารถพูดได้เต็มปาก เพราะไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์นี้มันจะขยายผลอย่างไร แต่เราก็มีมาตรการอยู่ มีความระมัดระวังในการรับขน ก็ต้องไปทำความเข้าใจกับคู่ค้าด้วย" นายชาย กล่าวเสริม

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของการบินไทยบอกด้วยว่า ตนติดตามกระแสการคว่ำบาตรสายการบินไทยในออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด แต่ก็เห็นความเห็นของทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย และฝ่ายที่เข้าใจขั้นตอนการทำธุรกิจของสายการบิน

"เรื่องนี้เป็นเรื่อง sensitive (อ่อนไหว) เราไม่อยากเข้าไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง เราก็ทำหน้าที่ของคนทำธุรกิจ" นายชาย กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญชี้ กรณีนี้ส่งต่อภาพลักษณ์และจุดยืนด้านการทูตของไทย

ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผอ.ศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่า การที่การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติและเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานการขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินขับไล่ F-35 ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาประเทศโลกมุสลิมอย่างปฏิเสธไม่ได้

"มันทำให้ประชาชนกลุ่มประเทศโลกมุสลิมเห็นว่า ประเทศไทยอาจมีส่วนในการทำให้เกิดการเข่นฆ่าในดินแดนฉนวนกาซา แล้วมันทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาโลกมุสลิมดูไม่ดีเอาเสียเลย" เขากล่าว

ดร.ศราวุฒิ อธิบายต่อว่าประเด็นนี้อาจทำให้ประเทศโลกมุสลิมและประชาคมโลกเข้าใจผิดว่าประเทศไทยมีนโยบายต่างประเทศ "ที่อิงแอบอยู่กับอิสราเอล" ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ไทยพยายามรักษาความเป็นกลางท่ามกลางความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นในกาซา

เขาเสริมว่าเหตุผลที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญต่อมุมมองโลกมุสลิม เป็นเพราะหลายประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกันก็เป็นชาติมุสลิม เช่น บรูไน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

นอกจากนี้ ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางยังเป็นตลาดใหม่ที่นำผลประโยชน์มหาศาลทางเศรษฐกิจมาสู่ไทย หลังไทยเพิ่งฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียได้ และขยายตลาดส่งออกไปยังกลุ่มประเทศมุสลิม เช่น กลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ได้แก่ บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปจนถึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียกลาง

"เรากำลังเปิดตลาดใหม่ ๆ นอกเหนือจากตลาดเก่าที่ไม่สามารถรอได้ เช่น ยุโรป หรือเอเชียตะวันออก" ดร.ศราวุฒิ กล่าว

นอกจากนี้ เขาเห็นว่าเรื่องนี้ยังส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของชาวมุสลิมในไทยซึ่งเดินทางไปแสวงบุญที่ประเทศซาอุดีอาระเบียทุกปี

"ในข้อตกลงเรื่องฮัจญ์ระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียนั้น เราจะต้องใช้สายการบินแห่งชาติของประเทศ นั่นก็คือการบินไทย มันก็อาจกระทบต่อความรู้สึกประชากรมุสลิมในไทย รวมถึงผู้ใช้บริการการบินไทยด้วย"

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

ดร.ศราวุฒิ กล่าวว่าการบินไทยไม่ควรเพียงแค่อ้างว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากลเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศและปลายทางของสินค้าด้วย

"ผมคิดว่าการบินไทยต้องพิจารณาการให้บริการลักษณะนี้ ในเรื่องของการขนส่งอาวุธ ในเรื่องการขนส่งชิ้นส่วนเครื่องบินที่จะนำไปสู่การเข้าไปทำสงครามในดินแดนฉนวนกาซา ผมคิดว่าการบินไทยต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง"

เขายังชี้แนะว่าทางการไทยควรออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าการดำเนินการของการบินไทยไม่ได้สะท้อนจุดยืนทางการทูตของประเทศ

"จริง ๆ แล้วทางการไทยควรที่จะออกมาอธิบายว่าการบินไทยและนโยบายการต่างประเทศนั้นเป็นคนละส่วนกัน บอกว่าอันนั้นเป็นบริษัทรัฐวิสาหกิจซึ่งดำเนินตามมาตรฐานการบินสากลอยู่ ในขณะที่ประเทศไทยค่อนข้างที่จะเป็นกลางในประเด็นปัญหาความขัดแย้ง"

พร้อมกันนี้ เขายังเสนอว่าไทยควรทบทวนการส่งแรงงานไทยไปทำงานในอิสราเอล เนื่องจากมองว่าอาจไม่สอดคล้องกับกฎหมายแรงงานระหว่างประเทศ และไม่ปลอดภัยต่อผู้ใช้แรงงานที่ต้องไปทำงานภายใต้สภาวะสงคราม รวมถึงคัดกรองผู้เดินทางชาวอิสราเอลที่มาเยือนประเทศไทยว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในสงครามกาซาหรือไม่

นอกจากนี้ เขาแสดงทัศนะว่าทางการไทยควรชี้แจงกรณีพลเมืองไทยหรือผู้ถือสองสัญชาติที่เข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามกาซา เพื่อไม่ให้เกิดความคลางแคลงใจในกลุ่มประเทศอาหรับว่าไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในความขัดแย้งโดยตรงหรือไม่