จากไอเอิร์นโดม เดวิดส์สลิง ถึงขีปนาวุธ THAAD - ระบบป้องกันขีปนาวุธของอิสราเอลมีอะไรบ้าง และทำงานอย่างไร

Israeli missiles light up the night sky after being launched to counter strike missiles fired into Israel from Iran on 1 October 2024

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ระบบป้องกันขีปนาวุธของอิสราเอลสกัดกั้นขีปนาวุธที่ทางอิหร่านยิงมาเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2024
    • Author, เจเรมี โฮเวลล์
    • Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส

อิสราเอลมีระบบป้องกันขีปนาวุธที่เชื่อว่าเป็นระบบที่ได้รับการทดสอบอย่างดีที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม ในการผลัดกันยิงตอบโต้ทางอากาศ ก็ยังพบว่ามีขีปนาวุธบางส่วนทะลุผ่านเข้ามา ส่งผลให้พลเรือนได้รับบาดเจ็บและสร้างความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน

ในอดีต อิสราเอลเคยถูกโจมตีโดยอิหร่าน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มฮามาสในกาซา และกลุ่มกบฎฮูตีในเยเมน ดังนั้นระบบป้องกันของอิสราเอลจึงสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธในระดับความสูงและระยะทางที่หลากหลาย

ทว่าระบบป้องกันล้ำสมัยเหล่านี้คืออะไรบ้าง และมันทำงานอย่างไร ?

.

ไอเอิร์นโดม (Iron Dome)

ไอเอิร์นโดม (Iron Dome) คือระบบป้องกันขีปนาวุธที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด มันถูกออกแบบมาให้สกัดกั้นจรวดพิสัยใกล้ รวมถึงเป็นเกราะป้องกันกระสุนปืนใหญ่และปืนครกในระยะทางระหว่าง 4-70 กิโลเมตร จากเครื่องยิงขีปนาวุธ

มีฐานไอเอิร์นโดมกระจายอยู่ทั่วอิสราเอล แต่ละฐานมีเครื่องยิงสกัดกั้นขีปนาวุธ 3-4 เครื่อง ซึ่งแต่ละเครื่องบรรจุขีปนาวุธสกัดกั้น 20 ลูก

.

ไอเอิร์นโดมตรวจจับและติดตามจรวดที่พุ่งเข้ามาด้วยเรดาร์ จากนั้นจึงคำนวณว่าจรวดลูกใดจะตกลงในพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยอยู่ เพื่อยิงขีปนาวุธไปที่จรวดเหล่านี้ ขณะที่จรวดลูกอื่น ๆ ถูกปล่อยให้ตกลงสู่พื้นที่เปิดโล่ง

ก่อนหน้านี้ กองกำลังป้องกันประเทศของอิสราเอล (IDF) เคยอ้างว่าไอเอิร์นโดมทำลายจรวดเป้าหมายได้ถึง 90% โดยขีปนาวุธทามีร์ (Tamir) ที่ใช้ยิงสกัดกั้นมีราคาประมาณลูกละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.65 ล้านบาท)

ระบบนี้ถูกพัฒนาหลังเกิดสงครามฤดูร้อนในปี 2006 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ ในตอนนั้นกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในเลบานอนได้ยิงจรวดเกือบ 4,000 ลูก มายังอิสราเอล สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง และคร่าชีวิตประชาชนหลายสิบคน

An Iron Dome launcher fires a Tamir missile

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ไอเอิร์นโดมถูกระบุว่าเป็นระบบป้องกันขีปนาวุธที่ผ่านการทดสอบระบบดีที่สุดในโลก

ระบบนี้ออกแบบโดยบริษัทของอิสราเอลที่มีชื่อว่า ราฟาเอล แอดวานซ์ ดีเฟนส์ ซิสเตมส์ (Rafael Advanced Defense Systems) และบริษัท อิสราเอล แอโรสเปซ อินดัสทรีส์ (Israel Aerospace Industries) โดยได้รับการสนับสนุนบางส่วนจากสหรัฐอเมริกา และเริ่มใช้งานระบบดังกล่าวในปี 2011 ซึ่งมันถูกใช้สกัดกั้นจรวดที่ถูกยิงมาจากฉนวนกาซาในตอนนั้น

นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2023 ระบบไอเอิร์นโดมสกัดกั้นจรวดที่กลุ่มฮามาส รวมถึงกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ ยิงมาจากฉนวนกาซาได้นับแสนลูก

Smoke rises from Soroka Medical Center, Beersheba's general hospital, and billows towards the ground following a missile strike from Iran on Israel, on 19 June 2025

ที่มาของภาพ, Amir Cohen / Reuters

คำบรรยายภาพ, ขีปนาวุธของอิหร่านสร้างความเสียหายให้กับศูนย์การแพทย์โซโรคา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทั่วไปในเมืองเบียร์ เชวา ของอิสราเอล เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2025

เดวิดส์สลิง (David's Sling)

เดวิดส์สลิง (David's Sling) หรือที่เรียกกันในอีกชื่อว่า เมจิก แวนด์ (Magic Wand - ไม้กายสิทธิ์วิเศษ) ในภาษาฮีบรู สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธพิสัยไกลได้ถึง 300 กิโลเมตร

มันถูกพัฒนาโดยบริษัทราฟาเอล แอดวานซ์ ดีเฟนส์ ซิสเตมส์ ของอิสราเอล และบริษัทเรย์ธีออน (Raytheon) ของสหรัฐฯ และเริ่มถูกนำมาใช้งานในปี 2017

David's Sling missile launcher on an Israeli armed forces exercise

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เดวิดส์สลิงถูกออกแบบมาให้ยิงสกัดขีปนาวุธแบบทิ้งตัวที่ระดับความสูงต่ำ

เช่นเดียวกันกับไอเอิร์นโดม เดวิดส์สลิงสามารถระบุเป้าหมายขีปนาวุธที่เป็นภัยต่อบริเวณที่มีสิ่งปลูกสร้างเท่านั้น

ทั้งเดวิดส์สลิงและไอเอิร์นโดมถูกออกแบบมาให้สกัดกั้นเครื่องบิน โดรน และขีปนาวุธร่อน (cruise missile)

ขีปนาวุธที่ใช้กับเดวิดส์สลิงเรียกว่า "สตันเนอร์ (Stunner)" ซึ่งมีราคาอยู่ที่ลูกละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33 ล้านบาท

ระบบแอร์โรว์ทูและแอร์โรว์ทรี

ระบบแอร์โรว์ทู (Arrow 2) ถูกออกแบบมาเพื่อทำลายขีปนาวุธแบบทิ้งตัวพิสัยสั้นและพิสัยกลางในขณะที่มันบินผ่านชั้นบรรยากาศชั้นบนประมาณ 50 กิโลเมตร เหนือพื้นโลก

ระบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นหลังเกิดสงครามอ่าวครั้งแรกในปี 1991 เมื่ออิรักยิงขีปนาวุธสคุด (Scud) ซึ่งผลิตโดยโซเวียตหลายสิบลูกมายังอิสราเอล และถูกนำมาใช้งานครั้งแรกในปี 2000

มันสามารถตรวจจับขีปนาวุธได้จากระยะ 500 กิโลเมตร และสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธพิสัยใกล้ในระยะ 100 กิโลเมตรจากฐานยิงได้ โดยขีปนาวุธของระบบแอร์โรว์ทูเดินทางด้วยความเร็วเหนือความเร็วเสียงถึง 9 เท่า และสามารถยิงเป้าหมายได้สูงสุดถึง 14 เป้าหมายพร้อมกัน

มีรายงานว่าระบบแอร์โรว์ทูปฏิบัติงานในสนามรบครั้งแรกเมื่อปี 2014 เพื่อยิงขีปนาวุธที่ยิงจากพื้นสู่อากาศของซีเรีย

An Arrow-2 missile being test-fired in the US in 2004.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ระบบ Arrow-2 ถูกออกแบบมาให้สกัดกั้นขีปนาวุธในชั้นบรรยากาศตอนบนของโลก

ระบบแอร์โรว์ทรี (Arrow 3) ถูกนำมาใช้งานครั้งแรกในปี 2017 และมันถูกออกแบบมาให้สกัดกั้นขีปนาวุธแบบทิ้งตัวพิสัยไกลในขณะที่ขีปนาวุธของศัตรูเดินทางมาถึงจุดสูงสุดของวิถีโค้ง นอกชั้นบรรยากาศของโลก ในระดับความสูงถึง 2,400 กิโลเมตร

มันถูกใช้ในการต่อสู้ครั้งแรกเมื่อปี 2023 เพื่อสกัดกั้นขีปนาวุธแบบทิ้งตัวที่ทางกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนยิงไปยังเมืองเอลัต ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของอิสราเอล

ระบบนี้ถูกพัฒนาโดยรัฐวิสาหกิจของอิสราเอล โดยได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทโบอิง (Boeing) ของสหรัฐฯ

ระบบ THAAD ที่สหรัฐฯ เป็นผู้ผลิต

หลังอิหร่านโจมตีอิสราเอลในเดือน ต.ค. 2024 สหรัฐฯ ได้ส่งชุดเครื่องยิงขีปนาวุธ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) หรือ ธาด ซึ่งเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศล้ำสมัย

ระบบขีปนาวุธ THAAD ถูกออกแบบมาให้ทำงานลักษณะเดียวกันกับเดวิดส์สลิง โดยมันสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธของฝั่งตรงข้ามในช่วงระยะสุดท้ายของการบินที่ระยะ 150-200 กิโลเมตร

ระบบนี้สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธของศัตรูได้ทั้งภายในและภายนอกชั้นบรรยากาศของโลก

Thaad missile launch

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ขีปนาวุธ THAAD ถูกออกแบบมาให้โจมตีขีปนาวุธของศัตรูได้ทั้งในชั้นบรรยากาศของโลกและในอวกาศ

ชุดเครื่องยิงขีปนาวุธ THAAD โดยทั่วไป ประกอบด้วยเครื่องยิง 6 เครื่อง แต่ละเครื่องบรรจุขีปนาวุธ 8 ลูก

ทั้งนี้ ทางสหรัฐฯ ได้ส่งทหารไปปฏิบัติการในระบบขีปนาวุธ THAAD ของอิสราเอลด้วย

กองทัพสหรัฐฯ ใช้งานระบบนี้ตั้งแต่ปี 2015 และขายระบบดังกล่าวให้กับซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย