รัสเซีย ยูเครน : ยูเครนเริ่มสอบสวนคดีอาชญากรรมสงคราม หลังพบเหตุสังหารหมู่หลายร้อยในเมืองบูชา

นางโอลฮา ซูเคนโก พร้อมทั้งสามีและบุตรชาย ถูกกองกำลังรัสเซียสังหารทั้งหมด

ที่มาของภาพ, Facebook

คำบรรยายภาพ, นางโอลฮา ซูเคนโก พร้อมทั้งสามีและบุตรชาย ถูกกองกำลังรัสเซียสังหารทั้งหมด

รัฐบาลยูเครนประกาศเริ่มการสอบสวนคดีอาชญากรรมสงครามทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างกองทัพรัสเซียรุกรานประเทศ หลังพบหลุมฝังศพหมู่หลายแห่ง รวมทั้งศพของพลเรือนถึง 410 ราย กระจัดกระจายอยู่ตามบ้านเรือนและท้องถนนในบริเวณโดยรอบกรุงเคียฟ ซึ่งศพเหล่านี้ถูกจ่อยิงในระยะเผาขน หลายรายถูกมัดมือไพล่หลังไว้ด้วย

โยกิตา ลิมาเย ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานจากเมืองบูชาของยูเครนว่า ได้ประสบเหตุพลเรือนถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม 2 ครอบครัว โดยที่ชั้นใต้ดินของอาคารที่เคยเป็นศูนย์ดูแลเด็กประจำชุมชน พบศพพลเรือนชาย 5 คน นอนคว่ำหน้าและถูกมัดมือไพล่หลัง ทั้งหมดถูกยิงที่ศีรษะ โดยทางการยูเครนคาดว่าผู้เสียชีวิตถูกทหารรัสเซียจับเป็นตัวประกัน ก่อนจะถูกสังหารในที่สุด

"วลาด" อาสาสมัครที่ช่วยนำศพดังกล่าวขึ้นมาจากชั้นใต้ดินเล่าว่า เขาได้ยินเสียงปืนขณะที่ชายทั้ง 5 คนถูกยิง นอกจากนี้เขายังได้ยินเสียงกับระเบิดลั่นดังขึ้นตลอดวัน เพราะทหารรัสเซียวางกับระเบิดไว้โดยรอบเต็มไปหมด เขายังได้เห็นชายผู้หนึ่งร้องเรียกภรรยาซึ่งเดินออกไปที่ถนนเพื่อหาน้ำดื่ม ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นและพบว่าสองสามีภรรยาเสียชีวิตแล้ว

ส่วนที่หมู่บ้านโมตอยชิน (Motoyzhyn) ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุสังหารหมู่อีกแห่งหนึ่งในเมืองบูชานั้น ผู้สื่อข่าวบีบีซีพบว่ามีศพพลเรือน 4 รายอยู่ที่ชายป่า โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ระบุได้ว่า 3 ศพในจำนวนนั้นเป็นของนางโอลฮา ซูเคนโก ผู้ใหญ่บ้านวัย 51 ปี กับนายอิกอร์ สามีของเธอ และนายโอเล็กซานเดอร์ ลูกชายวัย 25 ปี

ทางการยูเครนคาดว่านางซูเคนโกและครอบครัวอาจถูกกองกำลังรัสเซียสังหาร หลังต้องสงสัยว่าให้การช่วยเหลือแก่ทหารยูเครน โดยศพของพวกเขาถูกทิ้งไว้ในหลุมตื้นและไม่ได้รับการฝังกลบให้เรียบร้อย

มีพลเรือนถูกกองกำลังรัสเซียสังหารกว่า 300 คนที่เมืองบูชา

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, มีพลเรือนถูกกองกำลังรัสเซียสังหารกว่า 300 คนที่เมืองบูชา

นายอนาโตลี เฟโดรุก นายกเทศมนตรีเมืองบูชาประมาณการว่า มีพลเรือนในเมืองถูกกองกำลังรัสเซียสังหารไปอย่างน้อย 300 ราย

ส่วนประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ซึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุที่เมืองบูชา กล่าวประณามรัสเซียว่าพยายามปกปิดร่องรอยของอาชญากรรมสงครามที่ได้ก่อไว้ โดยใช้ปฏิบัติการโฆษณาชวนเชื่อและการสร้างหลักฐานเท็จ เพื่อให้ชาวโลกเข้าใจไขว้เขวว่ายูเครนเป็นฝ่ายสร้างเรื่องใส่ร้ายรัสเซีย

"ก่อนหน้านี้รัสเซียได้รณรงค์เผยแพร่ข่าวปลอม เพื่อปกปิดความผิดของตนที่ลงมือสังหารหมู่พลเรือนในมาริอูโปลมาแล้ว ในครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกเขาจะจัดฉากสร้างบทสัมภาษณ์ปลอม ตัดต่อเทปบันทึกภาพและเสียง รวมทั้งสร้างหลักฐานปลอมขณะสังหารพลเรือนยูเครน เพื่อให้ดูเหมือนว่าไม่ใช่ฝีมือของรัสเซีย"

ผู้นำยูเครนยังมีกำหนดจะขึ้นกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ในวันนี้ (5 เม.ย.) ซึ่งคาดว่านายเซเลนสกีจะเน้นย้ำถึงความจำเป็น ในการดำเนินคดีอาชญากรรมสงครามกับบรรดาผู้นำและกองกำลังรัสเซียที่มีส่วนกระทำความผิดโดยถ้วนหน้า

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ขณะตรวจสอบที่เกิดเหตุสังหารหมู่ในเมืองบูชา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ขณะตรวจสอบที่เกิดเหตุสังหารหมู่ในเมืองบูชา

ด้านนายวาซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตของรัสเซียประจำสหประชาชาติเปิดการแถลงข่าวในนครนิวยอร์ก โดยชี้ว่าข้อกล่าวหาเรื่องรัสเซียก่ออาชญากรรมสงครามนั้นไม่เป็นความจริง แต่เป็นฝีมือของรัฐบาลยูเครนกับ "ผู้สนับสนุนจากชาติตะวันตก" ที่สร้างหลักฐานเท็จขึ้น รวมทั้งเป็นผู้ลงมือโจมตีทำร้ายพลเรือนของตนเองเพื่อใส่ร้ายรัสเซีย

ถึงกระนั้นก็ตาม ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงเหตุสังหารหมู่พลเรือนในเมืองบูชาของยูเครนว่า "ทุกคนคงจะจำกันได้ที่ผมเคยถูกวิจารณ์ เรื่องกล่าวหาว่าปูตินเป็นอาชญากรสงคราม"

"ชายผู้นี้ช่างโหดเหี้ยม...ทุกคนได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองบูชา ซึ่งมันยืนยันว่าเขาคืออาชญากรสงครามจริง ๆ"

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ

"เราต้องรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมด เพื่อที่จะเปิดการไต่สวนคดีอาชญากรรมสงครามในศาลได้" นายไบเดนกล่าว

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังระบุว่า ได้รับรายงานที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการข่มขืน ซ้อมทรมาน และการสังหารพลเรือนยูเครนตามอำเภอใจโดยกองกำลังรัสเซีย ซึ่งการกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบในวงกว้าง

ด้านผู้นำของสหภาพยุโรป (อียู) รวมทั้งสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ต่างก็แสดงการสนับสนุนให้นำคดีอาชญากรรมสงครามที่รัสเซียก่อขึ้นในยูเครน เข้ารับการไต่สวนพิจารณาในศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) โดยเร็วที่สุด ซึ่งอียูพร้อมจะส่งคณะผู้ตรวจสอบเข้าไปค้นหาและบันทึกหลักฐานได้ในทันที

นอกจากนี้ฝรั่งเศส ลิทัวเนีย และเยอรมนี ได้สั่งขับนักการทูตรัสเซียหลายสิบคนให้เดินทางออกจากประเทศ เพื่อเป็นการลงโทษต่อเหตุสังหารหมู่เมืองบูชา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีวี่แววว่าเยอรมนีจะใช้มาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียแต่อย่างใด