รัสเซีย ยูเครน : สาเหตุ 4 ประการ ผลักดันให้รัสเซียทุ่มสรรพกำลังยึดเมืองมาริอูโปล

Mariupol, 20 March

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, แฟรงก์ การ์ดเนอร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคง บีบีซี นิวส์

กว่าสามสัปดาห์แล้วที่เมืองท่ามาริอูโปลทางตอนใต้ของยูเครน ถูกกองกำลังรัสเซียปิดล้อมและระดมโจมตีอย่างหนัก จนอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ถูกทำลายแทบไม่เหลือซากไปถึง 90% ของเมือง ทำให้ตอนนี้เมืองมาริอูโปลไม่ต่างไปจากเมืองอะเลปโปในซีเรีย ซึ่งถูกรัสเซียถล่มหนักด้วยการใช้อาวุธร้ายแรงสารพัดชนิด เพื่อกดดันให้ยอมจำนนให้จงได้

ทำไมรัสเซียจึงให้ความสำคัญกับการยึดครองเมืองมาริอูโปลถึงขนาดนี้ ? มีเหตุผลเบื้องหลังอย่างน้อย 4 ประการ ที่ทำให้จุดยุทธศาสตร์แห่งนี้มีความสำคัญ ถึงขั้นตัดสินชะตากรรมความอยู่รอดของประเทศยูเครนได้

1. "สะพานแผ่นดิน" เชื่อมไครเมียกับภูมิภาคดอนบาส

แม้มาริอูโปลจะเป็นเพียงเมืองท่าขนาดเล็ก แต่ในทางภูมิศาสตร์แล้วที่ตั้งของเมืองนี้ปิดกั้นทางเข้าสู่ดินแดนด้านในของยูเครน หากรัสเซียคิดจะเคลื่อนพลจากคาบสมุทรไครเมียและสร้างเส้นทางบนบกที่เชื่อมต่อไปถึงภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียแล้ว ก็จะต้องยึดเมืองมาริอูโปลให้ได้เสียก่อน เพื่อที่จะสร้าง "สะพานแผ่นดิน" (land bridge) เชื่อมต่อเขตอิทธิพลทางบกของรัสเซียเอง

หากรัสเซียเข้ายึดครองมาริอูโปลได้สำเร็จ นั่นเท่ากับว่าสามารถควบคุมพื้นที่ชายฝั่งทะเลดำของยูเครนได้ถึงกว่า 80% ทำให้ยูเครนไม่อาจทำการค้าและการขนส่งทางทะเลได้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งจะส่งผลเป็นหายนะทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม การป้องกันเมืองอย่างเข้มแข็งของกองกำลังยูเครน ทำให้รัสเซียไม่อาจบุกฝ่าเข้าไปในเขตเมืองมาริอูโปลได้เป็นเวลานานหลายสัปดาห์ จนต้องอาศัยการทิ้งระเบิดและยิงโจมตีจากระยะไกลเป็นหลัก รัสเซียยังหันมาใช้กลยุทธ์ปิดล้อมเมืองแบบโบราณของยุคกลาง คือตัดการลำเลียงปัจจัยสี่ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของชาวเมืองทั้งหมด เพื่อให้อดอยากขาดแคลนจนทนไม่ไหวและต้องยอมจำนนในที่สุด

แต่จนถึงขณะนี้ กองกำลังรักษาเมืองมาริอูโปลยังคงไม่ยอมแพ้ และประกาศว่าจะยืนหยัดต้านทานต่อไป แม้เหลือทหารเป็นคนสุดท้าย

ล่าสุดทหารรัสเซียบางส่วนบุกเข้ามาถึงใจกลางเมืองแล้ว และหากรัสเซียเป็นฝ่ายมีชัยชนะ ก็จะสามารถเคลื่อนย้ายกำลังพล 6,000 คน และกองพันเชิงยุทธวิธีอีกราว 1,000 คน ซึ่งติดพันการรบที่มาริอูโปลมานานไปเสริมกำลังที่แนวรบอื่นได้ โดยอาจเป็นที่เมืองโอเดซาใกล้มาริอูโปล เมืองนีโปรทางตอนกลางของยูเครน หรือที่ภูมิภาคดอนบาส

2. ศูนย์กลางการส่งออกที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยูเครน

เมืองมาริอูโปลเป็นเมืองท่าที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในแถบชายฝั่งทะเลอาซอฟ ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของทะเลดำ เป็นแหล่งผลิตและส่งออกเหล็กกล้า รวมทั้งเป็นสถานที่ส่งออกถ่านหินและข้าวโพด ซึ่งเป็นสินค้าหลักของยูเครนไปยังตะวันออกกลางและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก

แนวแท่งคอนกรีตป้องกันการยกพลขึ้นบกที่ท่าเรือมาริอูโปล เมื่อกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แนวแท่งคอนกรีตป้องกันการยกพลขึ้นบกที่ท่าเรือมาริอูโปล เมื่อกลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

นับเป็นเวลา 8 ปีมาแล้ว ที่รัสเซียผนวกดินแดนไครเมียเข้าอยู่ภายใต้การปกครองของตนเอง ทำให้เมืองท่ามาริอูโปลตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เพราะถูกประกบด้วยเขตอิทธิพลของรัสเซียที่ขนาบสองด้านทั้งทางตะวันตกและตะวันออก หากยูเครนสูญเสียมาริอูโปลไป นั่นหมายถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงของประเทศเลยทีเดียว

3. โอกาสทองของการโฆษณาชวนเชื่อ

เมืองมาริอูโปลยังเป็นฐานที่ตั้งของ "กองพันอาซอฟ" กองกำลังของฝ่ายขวาจัดในยูเครน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าอาจมีพวกนีโอนาซีหรือ "นาซีใหม่" ปะปนรวมอยู่ด้วย โดยที่ผ่านมากองพันอาซอฟเป็นกองกำลังหลักที่สู้รบป้องกันเมืองมาริอูโปลร่วมกับกองทัพยูเครน

แม้กองพันนี้จะมีกำลังทหารไม่มาก และคิดเป็นเพียงสัดส่วนน้อยนิดในกองทัพยูเครนทั้งหมด แต่รัสเซียมักใช้กองพันอาซอฟเป็นเหตุผลในการอ้างความชอบธรรมเพื่อรุกรานยูเครน โดยชี้ว่ากองทัพรัสเซียกำลังสู้รบ "เพื่อปลดปล่อยเพื่อนบ้านจากพวกนาซีใหม่"

ค่ายฝึกทหารของกองพันอาซอฟใกล้เมืองมาริอูโปล (ภาพเมื่อปี 2019)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ค่ายฝึกทหารของกองพันอาซอฟใกล้เมืองมาริอูโปล (ภาพเมื่อปี 2019)

หากกองกำลังรัสเซียสามารถจับเป็นทหารของกองพันอาซอฟได้ คาดว่าจะมีการนำตัวออกแถลงข่าวทางสื่อของรัฐบาลรัสเซียอย่างแน่นอน เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลยูเครนที่รัสเซียกล่าวหาว่าฝักใฝ่นาซีมาโดยตลอด

4. สร้างขวัญและกำลังใจครั้งใหญ่แก่ทหารรัสเซีย

หากรัสเซียสามารถยึดเมืองมาริอูโปลได้ ชัยชนะครั้งนี้จะส่งผลสำคัญทางจิตวิทยาอย่างมหาศาลต่อคู่สงครามทั้งสองฝ่าย ซึ่งสำหรับชาวยูเครนแล้ว นี่จะถือเป็นการสูญเสียเมืองใหญ่ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ระดับสูงเมืองแรก หลังเสียเมืองเคียร์ซอนซึ่งไม่สู้สำคัญนักไปก่อนหน้านี้

แต่สำหรับกองกำลังรัสเซียแล้ว นี่จะเป็นโอกาสแสดงถึงความสำเร็จครั้งสำคัญต่อประชาชนชาวรัสเซีย รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเหล่าทหาร ซึ่งประสบภาวะชะงักงันและไม่อาจรุกคืบหน้าต่อไปในเกือบทุกแนวรบ

ชาวเมืองมาริอูโปลขุดหลุมฝังศพที่ข้างถนน เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชาวเมืองมาริอูโปลขุดหลุมฝังศพที่ข้างถนน เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย การได้เมืองมาริอูโปลมาอยู่ในครอบครอง เท่ากับทำความฝันของเขาในเรื่องการสร้างจักรวรรดิรัสเซียใหม่ (Novorossiya) ซึ่งปกครองชายฝั่งทะเลดำทั้งหมดเหมือนในช่วงศตวรรษที่ 18 ให้เข้าใกล้ความจริงไปอีกขั้นหนึ่ง นอกจากนี้ ชัยชนะเหนือมาริอูโปลยังสามารถเตือนและปรามให้เมืองใหญ่อื่น ๆ ในยูเครน ที่ยังคงต้านทานกองทัพรัสเซียอย่างแข็งขัน ให้ตระหนักว่าในที่สุดพวกเขาจะไม่อาจเอาชนะรัสเซียได้ และจะต้องประสบกับความสูญเสียใหญ่หลวงหากยังคงดื้อดึงไม่ยอมจำนนอยู่ต่อไป