เหตุระเบิด-ลอบเผาปั๊มน้ำมันชายแดนใต้ 11 แห่ง ผู้ก่อเหตุมีเป้าหมายอะไร จากทัศนะสองนักวิชาการใต้

.

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เหตุโจมตีสถานีบริการน้ำมันในจังหวัดชายแดน 11 แห่ง เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 10 ม.ค. จนถึงเช้ามืดของวันที่ 11 ม.ค. ถือเป็นความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจที่ยังไม่สามารถประเมินค่าได้ในตอนนี้ และเป็นเหตุรุนแรงเริ่มต้นปี 2569 ก่อนที่การเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นในอีก 1 เดือนข้างหน้า

ตัวเลขผู้บาดเจ็บอยู่ที่ 4 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ราย, พนักงานดับเพลิง 1 ราย, และพลเรือน 2 ราย

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แต่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ "ผู้ก่อเหตุ" ยุติการกระทำดังกล่าวทันที เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่สามารถนำมาเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความชอบธรรมหรือเรียกร้องสิ่งที่ต้องการได้

"ตรงกันข้าม การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในพื้นที่ เป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุไม่มีความชอบธรรมในการเป็นตัวแทนของประชาชนในพื้นที่ได้" แถลงการณ์ สมช. เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ระบุ

แม้ในแถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่า "กลุ่มผู้ก่อเหตุ" ที่ทาง สมช. หมายถึงคือกลุ่มใด แต่ สมช. บอกด้วยว่าในช่วงเช้าของวันที่ 11 ม.ค. ทางฝ่ายเลขานุการคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ได้สื่อสารไปยังแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ หรือ บีอาร์เอ็น (Barisan Revolusi Nasional - BRN) ผ่านมาเลเซียซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวกว่า "รัฐบาลไทยไม่ยอมรับความรุนแรงที่บั่นทอนการใช้ชีวิตของประชาชน เนื่องจากขัดต่อหลักการในกระบวนสันติภาพ"

นอกจากนี้ยังเน้นย้ำด้วยว่า สมช. ยังคงยึดมั่นในแนวทางการสันติวิธีผ่านกระบวนการพูดคุยสันติสุข

ผศ.ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช ผู้เชี่ยวชาญด้านชายแดนใต้จากสถาบันสันติศึกษา ม.สงขลานครินทร์ ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่าที่ผ่านมาทางกลุ่มบีอาร์เอ็นไม่เคยออกมายอมรับในการก่อเหตุใด ๆ อยู่แล้ว

วานนี้ (11 ม.ค.) พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) บอกกับบีบีซีไทยว่าปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั้ง 11 แห่งใน จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ถูกลอบเผาหรือวางระเบิดโดยฝีมือกลุ่มคนที่สวมชุดดำซึ่งลงมือในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

ผศ.ดร.รุ่งรวี บอกว่าหากวิเคราะห์จากสภาพเหตุการณ์ก็พบว่ามีลายเซ็นของกลุ่มบีอาร์เอ็นอยู่ในลักษณะการปฏิบัติการที่ใช้คนจำนวนมากเปิดปฏิบัติการพร้อมกันในหลาย ๆ จุด เพื่อโจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นฐานทางเศรษฐกิจ

"โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในพื้นที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหนึ่งของบีอาร์เอ็นในช่วงตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โดยหลักการแล้วเขาคิดว่าต้องการทำลายฐานเศรษฐกิจ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความสิ่งที่ทำนั้่นถูกต้องนะคะ" เธอกล่าว แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นฝีมือของกลุ่มดังกล่าวหรือไม่

เหตุใดรอบนี้ปั๊มน้ำมัน ปตท. ตกเป็นเป้าโจมตี

ผศ.ดร.รุ่งรวีให้ความเห็นว่าในตอนนี้ยังไม่มีการศึกษาอย่างละเอียดว่าเหตุใดกลุ่มผู้ก่อเหตุเลือกสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจของรัฐ

"อาจจะเป็นเพราะเป็นปั๊มที่มีสาขาเยอะที่สุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้หรือไม่ อาจจะต้องไปดูในแง่โครงสร้างพื้นฐานว่าเป็นของกลุ่มทุนไหน ใครเป็นเจ้าของ" เธอกล่าว แต่ก็บอกด้วยว่าการโจมตีครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่หรือพลเรือน หากดูจากสภาพการณ์

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การโจมตีสถานีบริการน้ำมันครั้งแรกในพื้นที่นี้ ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือน ส.ค. 2565 ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุลอบวางระเบิดหรือโยนระเบิดเพลิงใส่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ในปั๊มน้ำมันอย่างน้อย 10 แห่ง ทำให้ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงปั๊มน้ำมันบางจากใน จ.ปัตตานี และปั๊มน้ำมัน ปตท. จำนวนหนึ่งใน จ.นราธิวาส เกิดเหตุเพลิงไหม้

ด้าน รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ อาจารย์จากคณะรัฐศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่ายี่ห้อสถานีบริการน้ำมันที่ผู้ก่อเหตุเลือกลงมือไม่ใช่ประเด็นหลัก และไม่มีนัยสำคัญต่อปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้

"ผมคิดว่าการที่ผู้ก่อเหตุกำหนดเป้าหมายว่าเป็นปั๊ม ปตท. แบรนด์เดียวกันทั้งหมด มันง่ายต่อการปฏิบัติการ สะดวกต่อความเข้าใจในการสื่อสารเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน "

นักรัฐศาสตร์ผู้นี้เชื่อว่ากลุ่มผู้ลงมือลอบวางระเบิดหรือลอบเผาปั๊มน้ำมันทั้ง 11 แห่งเป็นกลุ่มเดียวกัน และเป็นการดำเนินการที่ต้องใช้กำลังคนจำนวนมากอย่างเป็นระบบ

"หากสมมติว่าแต่ละที่ใช้ประมาณ 5 คน 11 แห่ง ก็ 55 คน เกือบจะครึ่งร้อยแล้ว และมันต้องมีคนมากกว่านั้นสำหรับการดูต้นทาง นั่นหมายความว่าเกือบจะหนึ่งกองร้อยแล้ว" รศ.เอกรินทร์ กล่าว

.

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

รศ.เอกรินทร์มีความเห็นสอดคล้องกับ ผศ.ดร.รุ่งรวี ที่ว่ากลุ่มผู้ลงมือไม่ได้ต้องการหมายชีวิตผู้คน เนื่องจากวันเสาร์ที่ 10 ม.ค. เป็นวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมวันเด็กตามสถานที่สำคัญ ๆ ทั่วพื้นที่ชายแดนใต้ และผู้ปกครองพาเด็ก ๆ ออกมาร่วมกิจกรรมนอกบ้านกันอย่างคึกคัก

เย็นวันเดียวกันนั้นก็มีการจัดแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 2 ฤดูกาล 2025/26 ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปัตตานี ซึ่งเป็นการเจอกันระหว่างทีมสโมสรปัตตานีเอฟซีกับทีมสงขลาเอฟซี มีผู้เข้าชมมากกว่า 10,000 คน

"หากก่อเหตุสัก 19.00-20.00 น. ของวันเสาร์ ผมคิดว่ามีผู้เสียชีวิตเยอะมากอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนทางใต้ที่ใช้พาหนะส่วนบุคคลกันเสียส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ และปั๊มน้ำมันก็มีทั้งร้านสะดวกซื้อและที่ละหมาด"

อย่างไรก็ตาม รศ.เอกรินทร์ ก็เน้นย้ำด้วยว่าการโจมตีสถานีบริการน้ำมันเป็น "อาชญากรรม" ซึ่งโดยส่วนตัวไม่อาจยอมรับได้ และขอประณามผู้ก่อเหตุในฐานะที่ตนเองก็อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ในปัจจุบัน

"เหตุการณ์ข้างต้นเป็นการไม่แยแสต่อความทุกข์และผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ถ้าผู้ก่อเหตุคิดคำนวณแล้วว่าก่อนหน้านี้หนึ่งวันคือวันเด็ก มีการแข่งขันบอล มีเด็กและเยาวชนออกมาในพื้นที่สาธารณะเยอะขึ้น แต่กลับต้องเจอสถานการณ์แบบนี้ ส่วนตัวผมถือว่าเป็นการเลือกเป้าหมายที่เหี้ยมเกรียมและผิดหลักมนุษยธรรม"

ผู้ชมมากกว่า 10,000 คน เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมปัตตานีเอฟซีกับสงขลาเอฟซี เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 10 ม.ค.

ที่มาของภาพ, PATTANI FC

คำบรรยายภาพ, ผู้ชมมากกว่า 10,000 คน เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมสโมสรปัตตานีเอฟซีกับสงขลาเอฟซี เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี เขาตั้งคำถามกับประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นงานข่าวกรอง การติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด ไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เขาตั้งข้อสังเกตด้วยว่าในหลายจุดที่ควรจะมีกล้องวงจรปิดหรือซีซีทีวี (CCTV) เพื่อบันทึกภาพคนร้ายแต่กลับไม่มี หรือบางจุดไม่สามารถจับภาพได้ ทำให้เกิดคำถามว่าการดูแลพื้นที่มีความหย่อนยานหรือไม่

"การที่มีทหารอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก พร้อมกับทรัพยากรและงบประมาณมหาศาล มิพักต้องพูดถึงด่านต่าง ๆ ที่มีจำนวนเยอะมาก เหตุใดเราไม่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้เลย นี่ก็เป็นข้อสังเกตของคนในพื้นที่นะครับ" รศ.เอกรินทร์ กล่าว

ผู้ก่อเหตุต้องการอะไร

พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อว่าผู้ลงมือก่อเหตุลอบวางระเบิดและเผาปั๊มน้ำมัน ปตท. ทั้ง 11 แห่ง เป็นผู้ก่อเหตุกลุ่มเดียวกัน โดยในตอนนี้กำลังแกะรอยผู้ก่อเหตุจากคราบเลือดที่พบบนพื้นปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

แม่ทัพภาคที่ 4 บอกด้วยว่ายังไม่ตัดทิ้งประเด็นใดประเด็นหนึ่ง

ทว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกกับสื่อระหว่างลงพื้นที่หาเสียงในย่านตลาดนัดจตุจักร กรุงเทพมหานคร วานนี้ (11 ม.ค.) ว่า "ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าการก่อเหตุในลักษณะนี้เป็นการส่งสัญญาณที่สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น มากกว่าที่จะมุ่งหวังในเรื่องของการก่อการร้าย"

เลือกตั้งท้องถิ่นที่นายอนุทินกล่าวถึงคือการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารตำบล (อบต.) พร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะเดินหาเสียงที่ตลาดนัดจตุจักรเมื่อวันที่ 11 ม.ค.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ขณะเดินหาเสียงที่ตลาดนัดจตุจักรเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า "การก่อเหตุในลักษณะนี้เป็นการส่งสัญญาณที่สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น มากกว่าที่จะมุ่งหวังในเรื่องของการก่อการร้าย"

รศ.เอกรินทร์มองว่าการให้ความเห็นของนายกฯ เช่นนี้เป็นปัญหา เพราะลดทอนความสำคัญของปัญหาชายแดนใต้ให้เป็นประเด็นการเมืองท้องถิ่น ซึ่งไม่ได้มีอำนาจรัฐในการโยกย้ายราชการ หรือมีงบประมาณมหาศาล และทำให้นักการเมืองท้องถิ่นได้รับผลกระทบจากคำพูดของนายกรัฐมนตรีไปด้วย

"การที่นายกฯ พูดแบบนี้ หรือใครที่ให้ข่าวกับนายกฯ แบบนี้ ถ้าท่านไม่รู้ ท่านไม่มั่นใจ ก็บอกว่ายังไม่มั่นใจก่อนก็ได้" อาจารย์ด้านรัฐศาสตร์กล่าว

ด้าน ผศ.ดร.รุ่งรวี บอกกับบีบีซีไทยว่าการให้ความเห็นของนายอนุทินและแม่ทัพภาคที่ 4 ยังทำให้เห็นความไม่เป็นเอกภาพของรัฐไทยในการมองปัญหาชายแดนใต้ ซึ่งจะเห็นว่าแต่ละฝ่ายมักมีคำนิยามหรือความเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่แตกต่างกัน ในขณะที่ สมช. กลับออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์และยืนยันว่าจะยังคงยึดมั่นในกระบวนการพูดคุยสันติสุข

เธอเห็นว่าการพูดไปคนละทางเช่นนี้ เป็นปัญหาหลักของการจัดการปัญหาชายแดนใต้มาตลอด 20 กว่าปี ซึ่งสะท้อนว่ารัฐไทยไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าปัญหาหลักคืออะไร และใครคือตัวละครหลัก (actor) ส่งผลให้การแก้ปัญหาไม่เคยมีเอกภาพ รวมถึงรัฐบาลแต่ละชุดเองก็ไม่เคยมีเจตจำนงทางการเมืองในเรื่องนี้

"เราต้องมองปัญหาไปในทิศทางเดียวกันในแง่ของ actor และนอกจากจะเห็น actor ที่ตรงกันแล้ว เราต้องดูว่าเราจะแก้ไขปัญหาไปในทิศทางใดที่เป็นทิศทางเดียวกัน เช่น สมช. ก็ออกมาพูดแล้วว่ายึดมั่นในกระบวนการพูดคุยฯ เพื่อจะแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้ใช่ไหมคะ ถ้ารัฐบาลมองไปในทิศทางที่ตรงกันได้ ก็จะแก้ไขปัญหาได้อย่างมีเอกภาพ และเดินไปข้างหน้าได้"

ในวันที่ 8 ธ.ค. 2568 เกิดการประชุมนัดแรกระหว่างคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขชุดใหม่ของไทย ซึ่งนำโดย พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา (ซ้าย) กับคณะพูดคุยของบีอาร์เอ็น ซึ่งนำโดยอุสตาส อานัส อับดุลเราะห์มาน (ขวา) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีทางการมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก

ที่มาของภาพ, Info Rundingan BRN

คำบรรยายภาพ, เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568 มีการประชุมนัดแรกระหว่างคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขชุดใหม่ของไทย ซึ่งนำโดย พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา (ซ้าย) หัวหน้าคณะพูดคุยฯ กับคณะพูดคุยของบีอาร์เอ็น ซึ่งนำโดยอุสตาส อานัส อับดุลเราะห์มาน (ขวา) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีทางการมาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวก

ผศ.ดร.รุ่งรวีมองว่าการเผาปั๊มน้ำมันในครั้งนี้ ทางกลุ่มผู้ก่อเหตุต้องการให้ปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้มาอยู่ในเรดาร์หรือความสนใจของรัฐบาล รวมถึงต้องการให้พรรคการเมืองต่าง ๆ หันมาให้ความสำคัญกับปัญหานี้

"หากเป็นการปฏิบัติการของบีอาร์เอ็น การก่อเหตุนี้น่าจะเป็นการส่งเสียงเรียกร้องไปยังพรรคการเมืองต่าง ๆ ให้สนใจแก้ไขปัญหาในภาคใต้อย่างจริงจัง ที่ผ่านมารัฐบาลแต่ละชุดไม่มีแนวนโยบายที่ชัดเจนในการสร้างสันติภาพในชายแดนใต้"

เธอกล่าวต่อไปว่าหากมองย้อนกลับไปเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว จะเห็นความเคลื่อนไหวสำคัญของกลุ่มบีอาร์เอ็นที่เกิดขึ้นภายหลังการประชุมนัดแรกระหว่างบีอาร์เอ็นกับคณะพูดคุยสันติสุขฯ ของไทยชุดใหม่ที่นำโดย พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ว่าทางกลุ่มบีอาร์เอ็นไม่ต้องการแบ่งแยกดินแดน แต่เรียกร้องรูปแบบการปกครองตนเองในรูปแบบที่พวกเขาอยากเห็น และยกขึ้นมานำเสนอให้รัฐบาลไทยพิจารณา

"การออกมาพูดชัดเจนเช่นนี้มันก็ทำให้ความกังวลตรงนี้ลดลง ฉะนั้นก็เรียกว่าตั้งต้นได้ดีแล้ว แต่เนื่องจากพอเกิดการยุบสภา การพูดคุยมันก็เดินไปได้ไม่ค่อยเต็มที่มากนัก ฉะนั้นเมื่อมีรัฐบาลใหม่ ก็น่าจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าในเรื่องการสร้างสันติภาพในภาคใต้อย่างไร"

ในวันที่ 15 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา เลขาธิการการเจรจาของกลุ่มบีอาร์เอ็นโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อว่า Info Rundinan BRN ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการของทางกลุ่ม ระบุว่าการยุบสภาของไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้ทำให้เกิดความท้าทายและเป็นอุปสรรคต่อความต่อเนื่องของกระบวนการเจรจาสันติภาพอีกครั้ง

พวกเขาเรียกร้องให้การเจรจาสันติภาพเป็น "วาระแห่งชาติ" เนื่องจากมองว่าเป็นความจำเป็นและช่วยสร้างความมั่นใจ รวมถึงเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ว่ากระบวนการนี้จะดำเนินไปได้ต่อเนื่องไม่ว่ารัฐบาลหรือการเมืองไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไร

สภาพความเสียหายของปั๊ม ปตท. ปาเสมัส จ.นราธิวาส

ที่มาของภาพ, กอ.รมน.ภาค 4 สน.

คำบรรยายภาพ, สภาพความเสียหายของปั๊ม ปตท. ปาเสมัส จ.นราธิวาส

ด้าน รศ.เอกรินทร์ให้ความเห็นว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเผาหรือลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันทั้ง 11 แห่งนั้นอาจไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณถึงการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังมาถึงในแง่ของคะแนนเสียง แต่พรรคการเมืองต่าง ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความจำเป็นที่แต่ละพรรคต้องมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้

"ผมไม่ได้คิดว่ามันมีผลต่อตัวคะแนนบวก-ลบ แต่มันมีผลถึงภาพรวมว่ารัฐบาลหน้าจะมีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหา หรือมีโร้ดแมปอย่างไร"

อย่างไรก็ดี นักรัฐศาสตร์จาก มอ. ปัตตานี กล่าวเสริมว่าหากตั้งข้อสมมติฐานว่าผู้ก่อเหตุคือกลุ่มบีอาร์เอ็น ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องประณามกระบวนการต่อสู้ของทางกลุ่มด้วย

"นี่คือความล้มเหลวของกระบวนการต่อสู้เลยก็ว่าได้ ถ้านี่คือการสื่อสารทางการเมืองใด ๆ เช่น เรื่องการพูดคุยเจรจาเพื่อสันติภาพ แต่คุณใช้วิธีการแบบนี้ ผมคิดว่ามันสมควรต้องประณาม เพราะวิธีการแบบนี้ไม่สามารถกินปัญญาบุคคลทั่วไปได้ และมันทำร้ายประชาชน ดังนั้นที่คุณอ้างว่าทำเพื่อประชาชน มันไม่จริง" รศ.เอกรินทร์กล่าว

เขากล่าวต่อว่าการวางเพลิงหรือลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้กำลังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมหาศาล เนื่องจากพื้นที่นี้เพิ่งผ่านอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนที่แล้ว ไม่ต่างจากหาดใหญ่ และผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่ฟื้นตัวจากภัยพิบัติครั้งนั้น

รศ.เอกรินทร์ กล่าวด้วยว่าสำคัญที่สุดคือเหตุการณ์นี้ยังทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากภายนอก แม้ว่ารัฐบาลในทุกยุคทุกสมัยจะมีนโยบายส่งเสริมการลงทุน เช่น การลดหย่อนภาษี เพื่อจูงใจให้นักลงทุนเข้ามา แต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้มาตรการเหล่านี้ไร้ความหมาย เพราะนักลงทุนไม่มั่นใจในความปลอดภัยของทรัพย์สิน

เมื่อมองเจ้าของปั๊มน้ำมันทั้ง 11 แห่ง เขาก็พบว่าล้วนเป็นนักลงทุนในพื้นที่ทั้งสิ้น ดังนั้นเหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งทำให้นักลงทุนท้องถิ่นไม่กล้าเปิดกิจการหรือลงทุนในธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพราะรู้สึกว่าแม้คนกันเองยังถูกทำลายกิจการได้

นอกจากนี้ ความรุนแรงของเหตุการณ์นี้ยังส่งผลไปยังภาคการท่องเที่ยวที่พึ่งพานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นหลัก เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุระเบิดปั๊มน้ำมันซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่นักท่องเที่ยวต้องใช้เดินทาง ย่อมทำให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้หายไป และส่งผลเสียต่อภาคธุรกิจในพื้นที่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกัน

"มันแทบไม่มีความหวังและทุกคนต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเอง เป็นไปได้อย่างไรกันที่คุณทุ่มเงิน-งบประมาณให้กับฝ่ายความมั่นคงเยอะ แต่ประชาชนไม่สามารถฝากผีฝากไข้เรื่องความปลอดภัยกับหน่วยงานความมั่นคงได้เลย" รศ.เอกรินทร์กล่าวกับบีบีซีไทย

ข้อเสนอเร่งด่วน: ยุติการเป็นปฏิปักษ์

.

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

ผศ.ดร.รุ่งรวีบอกกับบีบีซีไทยว่าข้อเสนอเร่งด่วนต่อสองฝ่ายในขณะนี้ คือ ยุติการเป็นปฏิปักษ์ (cessation of hostilities) เนื่องจากเธอเห็นว่าเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำซากในห้วงตลอด 2 ทศวรรษกำลังสะท้อนว่าในปัจจุบันไม่มีข้อตกลงลดความรุนแรงที่มีประสิทธิภาพรองรับอยู่ ส่งผลให้เมื่อเกิดเหตุรุนแรงขึ้น จึงไม่มีกระบวนการช่วยสืบสาวหาผู้รับผิดชอบได้

เธอเสนอว่าการทำข้อตกลงยุติการเป็นปฏิปักษ์ควรเป็นภารกิจแรกของคณะพูดคุยฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรับประกันความปลอดภัยให้กับประชาชน ขณะที่การเจรจายังดำเนินอยู่ โดยกลไกที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริง คือต้องมีการจัดตั้งคณะผู้สังเกตการณ์ในลักษณะฝ่ายที่สาม หรือ third party ซึ่งไม่ใช่คู่ขัดแย้งโดยตรง เข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบการละเมิดข้อตกลง คล้าย ๆ กับกลไกที่เกิดขึ้นในความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา

"การมีกลไกแบบนี้จะทำให้การตรวจสอบต่าง ๆ ดำเนินไปได้อย่างไรมีระบบมากขึ้น ดีกว่าปล่อยให้สถานการณ์เป็นไปเองโดยธรรมชาติ ซึ่งทางฝ่ายบีอาร์เอ็นอาจจะคิดว่าในเมื่อมันไม่ได้มีข้อตกลงใด ๆ มันก็ย่อมเกิดขึ้นได้ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เดือดร้อนมากที่สุดคือพี่น้องประชาชน" ผศ.ดร.รุ่งรวีกล่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านสันติภาพชายแดนใต้รายนี้กล่าวต่อว่า คำถามสำคัญต่อรัฐบาลคือ "คุณจะทำอย่างไรให้เขาวางอาวุธแล้วมาต่อสู้บนหนทางแบบสันติวิธี" ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ในระยะยาว

เธอมองว่าการต่อสู้ด้วยอาวุธจะถูกมองว่ามีความชอบธรรมลดลง หากรัฐบาลเปิดพื้นที่ทางการเมืองมากขึ้น เพื่อให้พวกเขาเข้ามาต่อสู้ในหนทางแบบสันติวิธีมากขึ้น และเห็นว่ากระบวนการทางการเมืองเกิดขึ้นได้จริง และสามารถนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงได้

"ดิฉันคิดว่าการแก้ปัญหาต้องทำให้คนที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาอยู่บนดินมากขึ้น แล้วทำให้เขาตอบคำถามถึงการกระทำของพวกเขามากขึ้น"

นอกจากนี้เธอยังเน้นย้ำด้วยว่าไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นใคร แต่พื้นที่นี้ยังต้องการให้กระบวนการสันติภาพมีโอกาสเดินหน้า

"ที่ผ่านมามันเดินไป 2 ก้าวแล้วก็หยุด หรือมันอาจจะถอยหลังไป 1 ก้าว มันจะเป็นแบบนี้มาโดยตลอด พอเกิดเหตุทีนึง เราก็จะมาตั้งคำถามกันทีนึงว่าจะแก้ปัญหาไฟใต้อย่างไร มันก็ย่ำอยู่ที่เดิมแบบนี้" ผศ.ดร.รุ่งรวี กล่าวกับบีบีซีไทย