จิรุตม์ อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ว่าที่ กกต. คนที่ 4 ที่วุฒิสภาชุดปัจจุบันมีมติ "เห็นชอบ"

ที่มาของภาพ, PR SENATE
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- เวลาอ่าน: 10 นาที
ที่ประชุมวุฒิสภามีมติ "เห็นชอบ" ให้อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบกเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คนใหม่ แต่โหวตคว่ำชื่อแคนดิเดตอีกคนกลางสภา
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมเจ้าท่า และอดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็น กกต. ด้วยคะแนนเสียง 144 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 26 เสียง
ขณะที่นายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และอดีตอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถูกตีตกไป โดยได้คะแนนเห็นชอบเพียง 9 ต่อ 102 เสียง งดออกเสียง 57 และไม่ลงคะแนน 1 เสียง
รัฐธรรมนูญกำหนดให้ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสรรหาให้เป็น กกต. ต้องได้รับคะแนนเห็นชอบจากวุฒิสภาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ หรือ 100 เสียง จาก 199 เสียง
การสรรหา กกต. ทั้ง 2 คนนี้ เพื่อมาแทนนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ซึ่งครบวาระไปตั้งแต่ 4 ธ.ค. 2568 แต่ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมี กกต. ใหม่มาแทน ทำให้นายเลิศวิโรจน์และนายฐิติเชฏฐ์ยังมีส่วนร่วมในการจัดการเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ. ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเรื่องความไม่โปร่งใสจากกรณีพบ "บัตรเขย่ง" และกรณี "บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส."
ผลการลงมติของวุฒิสภาที่ออกมาแบบ "ผ่าน 1 ปัดตก 1" ทำให้นายฐิติเชฏฐ์ยังต้องอยู่ทำหน้าที่ต่อไปเรื่อย ๆ ในระหว่างเริ่มต้นกระบวนการสรรหา กกต. คนใหม่
แต่ถึงกระนั้น มติของวุฒิสภาในวันนี้ (26 ก.พ.) ยังถือเป็น "จุดสำคัญ" เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเสียงข้างมากในบอร์ด กกต. หากนายจิรุตม์เข้าไปเติมเต็ม ก็จะกลายเป็นว่า กกต. 4 จากทั้งหมด 7 คน มาจากการให้ความเห็นชอบโดยวุฒิสภาชุดที่ 13 ซึ่งถูกขนานนามว่า "สว. สีน้ำเงิน"
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต. กำหนดให้ใช้กรรมการไม่น้อยกว่า 5 คนเป็นองค์ประชุม และให้ กกต. มีวาระดำรงตำแหน่ง 7 ปีเมื่อพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว
การประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. ในวันนี้ ดำเนินการเหมือนเช่นทุกครั้งที่มีวาระเลือกกรรมการองค์กรอิสระอื่น ๆ โดยเริ่มต้นด้วยการเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมฯ วุฒิสภา ที่มีนายกมล รอดคล้าย เป็นประธาน ในส่วนของรายงานเปิดเผย ก่อนเปิดให้สมาชิกอภิปราย
จากนั้นเข้าสู่การประชุมลับในเวลา 10.50 น. โดย กมธ. ได้เสนอรายงานลับ ปิดห้องให้สมาชิกได้อภิปราย และลงคะแนนลับ ใช้เวลาในส่วนนี้ราว 1.40 ชม. ก่อนที่ประธานในที่ประชุมจะประกาศผลการลงมติของ สว. โดยสาธารณชนไม่มีโอกาสรู้เหตุผลที่ทำให้ชื่อนายมณฑล แคนดิเดต กกต. อีกคนถูกโหวตคว่ำโดยวุฒิสภา
ในระหว่างการอภิปรายแบบเปิดเผย สว. บางส่วนได้วิจารณ์การทำหน้าที่ของ กกต. ในจัดการเลือกตั้งของ กกต. ซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระ ทว่ามี น.ต. วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ ที่พูดขึ้นมาตอนหนึ่งว่าในการตรวจสอบประวัติได้ตรวจสอบดีหรือไม่ มีประวัติดี-ไม่ดีอย่างไร มีข้อหาค้างอยู่ใน ป.ป.ช. หรือเปล่า
สว. สีน้ำเงินโต้ "กินรวบใน กกต."
ก่อนถึงวันประชุมวุฒิสภา นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. นอกกลุ่มใหญ่ ได้เสนอญัตติ ขอให้วุฒิสภาชะลอการให้ความเห็นชอบบุคคผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เนื่องจาก กกต. อยู่ระหว่างตรวจสอบและวินิจฉัย สว. เกินกึ่งหนึ่งของสภา สุ่มเสี่ยงจะถูกมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน
แต่นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา แจ้งว่า ไม่สามารถรับญัตติของเขาไว้พิจารณาได้ โดยให้เหตุผล 2 ข้อคือ "อาจนำไปสู่การที่วุฒิสภาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ" และ "ไม่เป็นไปตามพระบรมราชราชโองการประกาศเรียกประชุมสมัยวิสามัญ" จึงขอดำเนินการไปตามระเบียบวาระประชุม

ที่มาของภาพ, PR SENATE
เมื่อถึงวาระให้ความเห็นชอบ กกต. สว. นอกกลุ่มใหญ่อีกคนคือ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส อภิปรายว่า เรากำลังประสบกับวิกฤตเลือกตั้ง มีปัญหามากมาย แต่วันนี้ สว. ยังเดินหน้าให้เลือก กกต. ใหม่ 2 คน จากที่เลือกไปแล้ว 3 คน กลายเป็น 5 "จะกลายเป็นเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จที่จะกลายเป็นการกินรวบใน กกต. หรือไม่ ประชาชนจะคิดอย่างไร นี่เป็นประโยชน์ทับซ้อนที่ประชาชนเขานินทาว่านี่เป็นการเลือกผู้พิพากษาเพื่อมาตัดสินคดีตัวเองหรือไม่"
สว. หญิง ซึ่งถูกมองว่าเป็น "คู่ปรับตลอดกาล" ของสมาชิกส่วนใหญ่ที่ถูกเรียกขานว่า "สว. สีน้ำเงิน" ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การเลือก กกต. 2 คนที่มีประวัติอยู่ในแวดวงกระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย ทั้ง 2 เป็นผู้ใกล้ชิดกับพรรคการเมืองที่ท่านผูกพันอยู่หรือไม่ และตั้งคำถามต่อ กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ว่า ได้คัดเลือกบุคคลตาม พ.ร.ป.ว่าดวย กกต. ที่ระบุว่า ให้เลือกบุคคลที่เป็นกลาง ซื่อสัตย์สุจริต มีความเข้าใจในภารกิจของ กกต. และไม่มีพฤติการณ์ยอมตนอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด ๆ หรือไม่ เพราะจากการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต. จัดการเลือกตั้งที่ถูกวิจารณ์ว่า "สกปรกที่สุด มีเงื่อนงำที่สุด" สะท้อนว่า กกต. ที่ได้รับเลือกไปทำหน้าที่ขาดประสิทธิภาพ ขาดความรู้ความเข้าใจในภารกิจการเลือกตั้ง และวันนี้ยังจะเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านขนส่งและด้านผังเมืองเข้าไปเป็น กกต. อีกหรือ
น.ส.นันทนากล่าวว่า ขณะนี้ "คดีฮั้ว สว." ยังอยู่ในมือ กกต. และยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งฟ้องหรือไม่ เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สว. ควรยุติการลงมติเกี่ยวกับองค์กรอิสระ และส่วนตัวไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับการเลือกองค์กรอิสระ
ด้านนายชินโชติ แสงสังข์ สว. ในกลุ่มใหญ่ ลุกขึ้นอภิปราย โดยระบายความอึดอัด เหมือนถูกกล่าวหา ถูกใส่ร้ายเรื่อง สว. ฮั้วอะไรต่าง ๆ ทำให้ต้องเดือดร้อน
"ผมสารภาพว่าผมอยู่ใน 138 คนที่ถูกกล่าวหาอยู่ ประธานให้ความเป็นธรรมผมด้วย เพราะเป็นเพียงข้อกล่าวหา ต้องสืบสวน สอบสวน สุดท้ายต้องมีคำสั่ง คำพิพากษา ปากท่านก็ว่าพวกผมเป็นคนบริสุทธิ์ แต่แผ่นเสียงก็ตกร่องทุกครั้งที่มีการเห็นชอบองค์กรอิสระ ถูกกล่าวหาว่าไม่มีจิตสำนึกบ้าง อะไรต่าง ๆ ที่เจ็บแสบพอสมควร ทุกครั้งที่มีวาระนี้ ผมผวาทุกครั้งว่าผมต้องฟังเรื่องแบบนี้อีกแล้วหรือ" นายชินโชติกล่าว
เขากล่าวด้วยว่า สว. ไม่ได้เป็นคนเลือก คนสรรหาองค์กรอิสระ เป็นเพียงคนเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้นจากที่คณะกรรมการสรรหาส่งมา ส่วนที่มีการระบุว่าเป็นการเลือกคนเข้าไปจะกินรวบประเทศ หรือ กกต. บริหารงานไม่ดี ก็เป็นคนละเรื่องกัน เวลานี้กำลังทำหน้าที่ สว.

ที่มาของภาพ, PR SENATE
สว. และเครือข่ายรวม 138 คน ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาหลังพบว่า "มีเหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏต่อ กกต." ว่าได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 70 ประกอบมาตรา 36 มาตรา 77 (1) และมาตรา 62 หรือที่ถูกเรียกว่า "คดีโกงเลือก สว. 2567" ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนและไต่สวน โดย กกต. ชุดใหญ่จะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดว่าจะส่งฟ้องคดีต่อศาลฎีกาหรือไม่
ประวัติฉบับย่อของว่าที่ กกต. ใหม่
ว่าที่ กกต. คนล่าสุดเป็นข้าราชการบำนาญ สมัครเข้ารับการสรรหาใน "แท่งอธิบดี" หรือรับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. มาตรา 8 (1) (ก)
นายจิรุตม์ วัย 60 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทสาขาบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยแห่งชาติ (National University) ซานดิเอโก แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ เติบโตในวงราชการที่กระทรวงคมนาคม ผ่านการดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ ดังนี้ อดีตอธิบดีกรมเจ้าท่า (ต.ค. 2560-ก.ย. 2561), รองปลัดกระทรวงคมนาคม (เม.ย.-ก.ย. 2562), อธิบดีกรมขนส่งทางบก (ต.ค. 2562-ก.ย. 2568) โดยเกษียณอายุราชการในตำแหน่งนี้
ปัจจุบัน เขาเป็นประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย และกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด
ย้อนความเป็นมา 4 กกต. ที่วุฒิฯ ชุดที่ 13 เห็นชอบ

ที่มาของภาพ, PR SENATE
สว. ชุดที่ 13 จำนวน 200 คน ซึ่งมาจากการ "เลือกกันเอง" ในกลุ่มอาชีพ และ "เลือกไขว้กลุ่มอาชีพ" เข้าดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือน ก.ค. 2567 ปรากฏว่าได้ให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง กกต. 4 จากทั้งหมด 7 คน หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นเสียงข้างมากของบอร์ด กกต. แล้ว
แต่กว่าจะมาถึงชั้นวุฒิสภาชุดใหญ่ ผู้สมัครคัดเลือก/สรรหาเป็น กกต. ต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหา กกต. 9 คน ที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ซึ่งจะเรียกข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และเรียกผู้สมัครมาสอบสัมภาษณ์ ก่อนลงมติเลือกผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. แล้วส่งรายชื่อให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป โดย สว. ก็จะตั้ง กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ดูคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม เรียกแคนดิเดตมาให้ข้อมูล ก่อนจัดทำรายงานลับและเปิดเผยเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อขอความเห็นชอบในชั้นสุดท้าย
- 22 ก.ค. 2568 วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ดำรงตำแหน่ง กกต. ด้วยคะแนนเสียง 165 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 เป็นอดีตหัวหน้าผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา และเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาให้เป็น กกต.)
- 20 ต.ค. 2568 วุฒิสภามีมติเห็นชอบนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ดำรงตำแหน่ง กกต. ด้วยคะแนนเสียง 137ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 29 เสียง (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 เป็นอดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตอธิบดี 3 กรม)
- 20 ต.ค. 2568 วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้นายณรงค์ รักร้อย ดำรงตำแหน่ง กกต. ด้วยคะแนนเสียง 135 ต่อ 0 งดออกเสียง 32 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง (ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 เป็นอดีตผู้ว่าราชการ 3 จังหวัด)
- 26 ต.ค. 2569 วุฒิสภามีมติเห็นชอบให้นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ดำรงตำแหน่ง กกต. ด้วยคะแนนเสียง 144 ต่อ 1 งดออกเสียง 26 เสียง
ส่วน กกต. อีก 3 คนที่มาจากการแต่งตั้งของ สว. ชุดเฉพาะกาลคือ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ครบวาระไปแล้วเมื่อ ธ.ค. 2568, นายชาย นครชัย จะครบวาระในเดือน ต.ค. 2573 และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ จะครบวาระในเดือน มี.ค. 2574






























