กกต. ประกาศรับรอง สส. ล็อตแรก 396 คน จาก 10 พรรค ยังแขวนน้องธรรมนัส-3 ว่าที่ผู้ชนะจากภูมิใจไทย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติประกาศรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ล็อตแรก 396 คน โดยทั้งหมดเป็น สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งมาจาก 10 พรรคการเมือง
สำหรับ 4 เขตเลือกตั้งที่ กกต. ยังไม่ได้ประกาศรับรองผล ได้แก่ สส.พะเยา เขต 1, สส.สุพรรณบุรี เขต 2, สส.จันทบุรี เขต 1 และ สส.จันทบุรี เขต 2 โดยให้เหตุผลว่า "อยู่ระหว่างการดำเนินการนับคะแนนใหม่ตามมติ กกต."
ผู้สมัครที่มีคะแนนนำในทั้ง 4 เขตที่ยังไม่ได้รับการประกาศรับรองเป็น สส. ในล็อตนี้ มาจาก 2 พรรคการเมือง ประกอบด้วย นายอัครา พรหมเผ่า ผู้สมัคร สส.พะเยา เขต 1 พรรคกล้าธรรม, นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย (ภท.), นายสุรพล วิรัตน์โยสินทร์ ผู้สมัคร สส.จันทบุรี เขต 1 พรรค ภท., นายคัมภีร์ ชื่นบาน ผู้สมัคร สส.จันทบุรี เขต 2 พรรค ภท.
การประกาศผลการเลือกตั้งในวันนี้ (25 ก.พ.) เกิดขึ้นภายหลังการประชุม กกต. ชุดใหญ่ ซึ่งใช้วิธีให้สำนักงาน กกต. ออกเอกสารข่าวชี้แจงและเผยแพร่ประกาศ กกต. เรื่อง ผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ผ่านสื่อสารมวลชน โดยไม่มีบอร์ด กกต. หรือผู้บริหารสำนักงาน กกต. ตั้งโต๊ะแถลงข่าวแต่อย่างใด ที่สำคัญคือไม่มีการเปิดเผยผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ 100% จากสำนักงาน กกต. และยังไม่ทราบกระทั่งจำนวนผู้ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.
เอกสารข่าวสำนักงาน กกต. ระบุตอนหนึ่งว่า กกต. ได้ประชุมพิจารณาตามมาตรา 127 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 ซึ่งบัญญัติให้ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้งเมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจํานวนไม่น้อยกว่า 95% ของเขตเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่ง กกต. ต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง
แม้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว แต่ กกต. ยังมีอำนาจสืบสวนและไต่สวนตามมาตรา 138 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น ทั้งนี้หากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จนกว่าศาลจะพิพากษา

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
การประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส. เมื่อ 8 ก.พ. เกิดขึ้นท่ามกลางการฟ้องดำเนินคดีกับ กกต. และกล่าวหาว่ากระบวนการการจัดการเลือกตั้งมิชอบด้วยกฎหมาย ในอย่างน้อย 3 ศาล จากกรณีปรากฏบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หากสามารถพิสูจน์ย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นใครและลงคะแนนให้ใคร ก็จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นไปโดยตรงและลับ อีกทั้งยังมีปัญหาจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ไปไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิออกเสียง หรือที่เรียกว่า "บัตรเขย่ง"
อย่างไรก็ตาม กระบวนการสืบสวนในชั้นศาลยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นแม้แต่กรณีเดียว
- ศาลปกครอง: สำนักงานศาลปกครองรับคำร้องในทางธุรการเท่านั้น
- ศาลรัฐธรรมนูญ: คำร้องจากผู้ตรวจการแผ่นดินยังไปไม่ถึงศาล เพราะอยู่ระหว่างรอ กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารหลักฐาน ก่อนที่ผู้ตรวจการฯ จะมีความเห็นส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
- ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง: ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณา และนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง 17 มี.ค.
สำนักงาน กกต. แจ้งผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับเลือกเป็น สส. รับหนังสือรับรองการเป็น สส. ได้ที่ห้องประชุม สำนักงาน กกต. ชั้น 2 ตั้งแต่วันที่ 26, 27 ก.พ. และ 2-6 มี.ค. ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น.
ขณะที่สำนักงานสภาผู้แทนราษฎรพร้อมเปิดให้ว่าที่ สส. เข้ารายงานตัวได้ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. เป็นต้นไป ที่ห้องประชุม ชั้นบี 1 อาคารรัฐสภา ทั้งนี้ นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเมื่อ 24 ก.พ. ว่า หาก กกต. รับรองผลการเลือกตั้งได้รวดเร็วตามกำหนด สภาก็มีความพร้อมในเรื่องเอกสารต่าง ๆ ทันที แต่ยอมรับว่าอาจมีอุปสรรคเล็กน้อยในเรื่องการทำบัตรประจำตัว สส. เนื่องจากกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต้องใช้เวลา อาจจะมีการมอบบัตรให้สมาชิกในภายหลัง ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงาน
ส่วนการประกาศรายชื่อพรรคการเมืองและรายชื่อผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) จำนวน 100 คน สำนักงาน กกต. ระบุผ่านเอกสารข่าวว่า "อยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต." แต่สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันโดยอ้างแหล่งข่าวว่า กกต. จะประกาศรับรองได้ภายในต้นเดือน มี.ค.
ถ้าดูจากข้อมูลของสำนักงาน กกต. ซึ่งนับคะแนนการเลือกตั้งเสร็จแล้ว แต่เปิดเผยผลการนับคะแนนต่อสาธารณะที่ 94% คาดว่าจะมี 21 พรรคที่ได้ สส.บัญชีรายชื่อ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
เปิดยอด สส. 10 พรรค ที่ กกต. รับรองแล้ว
สำหรับยอด สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ของแต่ละพรรคที่ กกต. ประกาศรับรองแล้ว มีดังนี้
พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 171 คน (ยังไม่รับรอง 3 คน)
พรรคประชาชน (ปชน.) 87 คน
พรรคเพื่อไทย (พท.) 58 คน
พรรคกล้าธรรม (กธ.) 55 คน (ยังไม่รับรอง 1 คน)
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 10 คน
พรรคไทรวมพลัง (ทร.) 5 คน
พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 4 คน
พรรคประชาชาติ (ปช.) 4 คน
พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) 1 คน
พรรคโอกาสใหม่ (อ) 1 คน
ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลใหม่
หลัง กกต. ประกาศรับรอง สส. อย่างเป็นทางการครบ 95% ของสมาชิกสภาทั้งหมด หรือ 475 จากทั้งหมด 500 คน รัฐธรรมนูญ มาตรา 121 กำหนดให้เรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายใน 15 วัน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม แกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงานก่อนสงกรานต์ใช่หรือไม่ โดยบอกว่า "ต้องได้" เพราะวันนี้ประเทศไทยคงรอไม่ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอรัฐบาลใหม่ขับเคลื่อน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ รวมถึงสภาพการเมืองโลกที่ตึงเครียด เพราะฉะนั้นต้องพยายามตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด เพื่อขับเคลื่อนในสิ่งที่พรรค ภท. หาเสียง ประเทศไทยจะได้พ้นจากบ่วงเหล่านี้ได้เร็วขึ้น
บีบีซีไทยขอนำเสนอปฏิทินในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ศึ่งเป็นการประมาณการณ์เบื้องต้น โดยเทียบเคียงกับกรอบเวลาตามกฎหมายและแนวปฏิบัติในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง 2566 ดังนี้
- ภายในสัปดาห์แรกของเดือน มี.ค.: กกต. ประกาศรับรองผล สส. ครบ 95%
- ภายในสัปดาห์ที่หนึ่งถึงสองของเดือน มี.ค.: สส. รับหนังสือรับรองจากสำนักงาน กกต. และเข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
- ภายในสัปดาห์ที่สองถึงสามของเดือน มี.ค.: โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ) เรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 และประกอบรัฐพิธีเสร็จเปิดประชุมรัฐสภา
- ภายในสัปดาห์ที่สามถึงสี่ของเดือน มี.ค.: ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกเพื่อเลือกประธานสภาและรองประธานสภาอีก 2 คน
- โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานรัฐสภา
- ต้นเดือน เม.ย.: ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี
- โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกฯ
- เดือน เม.ย.-พ.ค: จัดตั้งคณะรัฐมนตรี และโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม. ชุดใหม่































