รัสเซีย ยูเครน: ชาวเมืองมาริอูโปลเล่าความเจ็บปวดที่ลูกหลานต้องเป็นเหยื่อไฟสงครามของปูติน
- Author, วีเรอร์ เดวีส์
- Role, บีบีซี นิวส์, ซาปอรีเซีย
ที่เตียงโรงพยาบาล หนูน้อยอาร์ตียอม เหม่อมองไปในอากาศ ในมือกำรถของเล่นสีเหลืองคันน้อยเอาไว้ โดยที่ไม่ปริปากพูดใด ๆ ในขณะที่พยาบาลกำลังเฝ้าดูอาการของเขา กระสุนปืนใหญ่รัสเซียที่พุ่งใส่ในระหว่างที่ครอบครัวของเขากำลังหลบหนีออกจากเมืองมาริอูโปล ทำให้สะเก็ดระเบิดกระเด็นใส่ท้องของหนูน้อย และทำให้พ่อแม่รวมทั้งตายายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
เหยื่อของสงครามที่วลาดิเมียร์ ปูตินเป็นคนก่อผู้นี้มีอายุเพียง 2 ขวบเท่านั้น
ที่ข้างเตียงของอาร์ตียอมคือมาร์ชา วัยรุ่นหญิงวัย 15 ปีที่อาศัยอยู่ใกล้ กับเมืองมาริอูโปล เธอถูกตัดขาขวา หลังจากถูกลูกปืนใหญ่ของรัสเซียยิงใส่เมื่อวันที่ 15 มี.ค.
ผลพวงอันเลวร้ายที่สุดจากการที่รัสเซียระดมทิ้งระเบิดใส่พลเรือนผู้ติดค้างอยู่ในเมืองมาริอูโปลซึ่งกำลังถูกปิดล้อมนั้น ปรากฏให้เห็นอย่างดาษดื่นที่โรงพยาบาลเด็กประจำแคว้นในเมืองซาปอรีเซีย ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล

ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากถูกนำไปรักษาตัวที่นี่ และแม้บาดแผลทางร่างกายของพวกเขาอาจได้รับการเยียวยา แต่บาดแผลทางจิตใจจะติดตัวพวกเขาไปตลอดกาล
คณะแพทย์และครอบครัวเด็กที่ได้รับบาดเจ็บขอให้บีบีซีช่วยเป็นกระบอกเสียงบอกเล่าเรื่องราวความโหดร้ายของสงครามที่เกิดขึ้น หนึ่งในนั้นคือ นพ.ยูริ บอร์เซนโก หัวหน้าแพทย์ประจำโรงพยาบาลเด็กแห่งนี้ที่ไม่อาจซ่อนความรู้สึกเกลียดชังต่อสิ่งที่รัสเซียกระทำต่อเด็กผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย
"ผมเกลียดรัสเซีย" นพ.บอร์เซนโก กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เด็กหญิงผู้สูญเสียขา (มาร์ชา) ได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจอย่างรุนแรง เธอไม่กินหรือดื่มอะไรอยู่นานหลายวัน จิตใจเธอไม่สามารถรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ พวกเราจึงต้องให้สารอาหารทางหลอดเลือดแก่เธอ"
"ส่วนเด็กชายอีกคน อายุ 6 ขวบ ที่มีสะเก็ดระเบิดฝังอยู่ในกะโหลกศีรษะ เล่าโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ถึงการมองดูแม่ตัวเองถูกไฟคลอกจนเสียชีวิตในรถยนต์ของพวกเขาที่ถูกถล่ม สองวันต่อมาเขาพูดว่า "พ่อซื้อแม่ใหม่ให้ผมหน่อย ผมต้องการคนเดินไปส่งผมที่โรงเรียน"
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองมาริอูโปล ทางตอนใต้ของยูเครน นับเป็นหายนะทางมนุษยธรรม และอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม การที่กองทัพรัสเซียเข้าปิดล้อมและระดมทิ้งระเบิดทำให้ 90% ของอาคารบ้านเรือนในเมืองได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายจนย่อยยับ

หลังจากรัสเซียโจมตีโรงละครที่มีชาวเมืองเข้าไปหลบภัยอยู่ด้านในกว่า 1,000 คน เมื่อสัปดาห์ก่อน อีกไม่กี่วันต่อมาก็ทิ้งระเบิดใส่โรงเรียนสอนศิลปะแห่งหนึ่งของเมืองซึ่งเป็นสถานที่หลบภัยของพลเรือนราว 400 คน
ชาวเมืองมาริอูโปลที่หลบหนีออกมาได้ต่างเล่าถึงภาพอันน่าสะพรึงกลัวของสงครามที่เกิดขึ้น ทั้งศพที่เกลื่อนถนน ไปจนถึงภาพบ้านเรือนที่ถูกทำลาย

ที่คาเฟ่แห่งหนึ่งในเมืองดนีโปร ซึ่งเป็นเป้าการโจมตีของรัสเซียเช่นกัน ทีมข่าวบีบีซีได้พบกับอ็อกซานา กูซัก รวมทั้งพ่อแม่ และสามีของเธอที่ชื่ออันดรี พวกเขาหลบหนีออกจากเมืองมาริอูโปลเมื่อสัปดาห์ก่อน ผ่านเส้นทางที่มีกับระเบิด และด่านตรวจของทหารรัสเซียที่ไม่เป็นมิตร
หลังจากต้องสูญเสียทุกอย่างในเมืองมาริอูโปล การได้ดื่มน้ำสักแก้วกลายเป็นเรื่องหรูหราสำหรับอ็อกซานา แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาได้ปฏิเสธข้อเสนอที่เราจะซื้อกาแฟเลี้ยง โดยบอกว่ามันจะเป็นการสบประมาทต่อคนในครอบครัวพวกเขาที่ยังคงติดค้างอยู่ในมาริอูโปล
อันดรีเล่าว่า คนที่นั่นต้องเผชิญภาวะไร้น้ำประปา ไฟฟ้า เครื่องทำความร้อน และการสื่อสาร ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจเสี่ยงตายหนีออกมา

อ็อกซานา บรรยายถึงความรู้สึกในตอนนั้นว่า "แน่นอนว่าเราต้องเสี่ยง แต่ ณ จุดนั้น ฉันไม่สนอีกต่อไปว่าฉันจะตายอยู่ในมาริอูโปลหรือตายเพราะพยายามหนีออกมา"
"เรารู้ว่าเรามีโอกาส พวกเราคือเป้าหมาย และเราตระหนักดีว่าเราจะต้องใช้โอกาสนี้ ถ้าเรายังอยู่ต่อไป โอกาสรอดก็จะกลายเป็นศูนย์"
อันดรีและอ็อกซานาโชคดีที่หนีรอดมาได้อย่างปลอดภัยด้วยกัน และพวกเขาก็รู้ดีว่าตัวเองโชคดีแค่ไหน
ที่โรงพยาบาลเด็กในเมืองซาปอรีเซีย บีบีซีได้พบกับวลาดิเมียร์ พ่อผู้โศกเศร้าคนหนึ่งที่ต้องสูญเสียคนที่รักไปในสงครามครั้งนี้
นาตาชา ลูกสาววัย 26 ปี และโดมินิกา หลานสาววัย 4 ขวบของเขาเสียชีวิตจากกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงมาตกใกล้กับที่หลบภัยของครอบครัวในเมืองมาริอูโปล
"ผมมองไปที่พื้น และเห็นหลานสาวตัวน้อยของผมในสภาพศีรษะกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ" วลาดิเมียร์ เล่า "เธอนอนอยู่ตรงนั้นโดยไร้ลมหายใจ ที่ข้าง ๆ เธอคือลูกสาวของผมในสภาพขาเหวอะหวะ"

ที่มาของภาพ, Family handout/BBC
หนูน้อยโดมินิกาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วนแม่ของเธอเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บในวันถัดมา
แม้หัวใจสลาย แต่วลาดิเมียร์ก็พยายามเข้มแข็งเพื่อไดอานาลูกสาวคนที่สองของเขา เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุระเบิดครั้งนั้น และกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน
แม้จะพยายามมากเพียงใด แต่วลาดิเมียร์ก็ไม่อาจซ่อนความเจ็บปวดของเขาไว้ได้ "พระเจ้า ทำไมพระองค์ถึงทำกับผมแบบนี้ ผมไม่ควรจะฝังศพลูกของผม ลูกสาวที่น่ารักของพ่อ พ่อไม่สามารถปกป้องลูกได้"

คุณมีคำถาม เราหาคำตอบ: ผลกระทบของสงครามในยูเครนต่อประเทศไทย













