รัสเซีย ยูเครน : เซเลนสกีชี้รัสเซียต้องการบุกยุโรป - นายกฯ อิตาลีประณามความหยิ่งยโสของรัสเซีย

A handout photo made available by the Ukrainian Presidential Press Service shows Ukrainian President Volodymyr Zelensky during a broadcast speech in Kyiv (Kiev), Ukraine, late 21 March 2022 (issued 22 March 2022),

ที่มาของภาพ, EPA

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิตาลีผ่านระบบวิดีโอลิงก์ โดยระบุว่ายูเครนใกล้จะรอดพ้นจากการทำสงครามรุกรานของรัสเซียแล้ว พร้อมเตือนว่ารัฐบาลรัสเซียมีเป้าหมายที่จะบุกเข้าสู่ยุโรปต่อไป

"สำหรับกองทัพรัสเซีย ยูเครนคือประตูสู่ยุโรป ซึ่งพวกเขาต้องการบุกเข้าไป แต่เราจะต้องไม่ปล่อยให้ความป่าเถื่อนนี้ล่วงล้ำเข้าไปได้" เขากล่าว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำยูเครนยังย้ำข้อเรียกร้องให้ชาติตะวันตกเพิ่มการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย

หลังการปราศรัยของนายเซเลนสกีจบลง นายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากี ของอิตาลี ได้กล่าวประณามความหยิ่งยโสของรัสเซีย ว่า "ความหยิ่งยโสของรัฐบาลรัสเซียขัดแย้งกันกับความสง่างามของชาวยูเครน ซึ่งสามารถจำกัดเป้าหมายการแผ่ขยายอิทธิพลของรัฐบาลรัสเซีย และสร้างความเสียหายใหญ่หลวงให้แก่กองทัพผู้รุกราน"

นายดรากี ยังระบุว่า ประเทศของเขาต้องการเห็นยูเครนเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป และยูเครนจะต้องได้รับความช่วยเหลือด้านการทหารเพื่อหยุดยั้งการสังหารหมู่ครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ ผู้นำยูเครนได้พูดคุยกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก เพื่อขอให้วาติกันรับบทผู้ไกล่เกลี่ยให้สงครามครั้งนี้ยุติลง

การปราศรัยของนายเซเลนสกีครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเขาได้กล่าวต่อรัฐสภาประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเพื่อขอแรงสนับสนุนในการทำสงครามต่อต้านรัสเซีย โดยในวันพรุ่งนี้ (23 มี.ค.) เขามีกำหนดปราศรัยต่อรัฐสภาฝรั่งเศส

Ukrainian President Volodymyr Zelensky (on screen) addresses members of the Italian Parliament via video conference during an extraordinary Plenary session debating on the "Russian aggression against Ukraine", at the Italian Parliament in Rome, Italy, 22 March 2022.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ส.ส.อิตาลีปรบมือให้การปราศรัยของ ปธน.เซเลนสกี

เด็กยูเครนสังเวยชีวิตในสงครามอย่างน้อย 117 คน

สำนักงานอัยการสูงสุดของยูเครนรายงานว่า นับแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อ 24 ก.พ. ก็มีเด็กยูเครนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 117 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 155 คน

เด็กที่เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเคียฟ (58 คน) และที่เมืองคาร์คิฟ (40 คน) นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนและอาคารทางการศึกษาถูกโจมตี 548 แห่ง ในจำนวนนี้ 72 แห่งถูกทำลายอย่างย่อยยับ

ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) สามารถยืนยันได้ว่า นับแต่รัสเซียบุกยูเครนได้มีการโจมตีสถานพยาบาลไปอย่างน้อย 62 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 15 คน และบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 37 คน

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (The United Nations High Commissioner for Refugees หรือ UNHCR) รายงานว่าสงครามที่เกิดขึ้นทำให้มีประชาชนหลบหนีออกจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 3.557 ล้านคน และเชื่อว่าจะเพิ่มมากขึ้นอีก

A general view of the damaged shopping center that was targeted by a Russian attack in Kyiv, Ukraine, 21 March 2022.

ที่มาของภาพ, EPA

กระทรวงกลาโหมยูเครนระบุว่า ขณะนี้มีทหารรัสเซียราว 15,300 นายเสียชีวิตแล้วนับแต่สงครามเปิดฉากขึ้น นอกจากนี้ยังระบุว่า รัสเซียได้สูญเสียรถถังแล้ว 509 คัน ยานรบหุ้มเกราะอีก 1,556 คัน และระบบปืนใหญ่ 252 เครื่อง อย่างไรก็ตามบีบีซียังไม่สามารถพิสูจน์คำกล่าวอ้างนี้ได้

รัสเซียหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลความสูญเสียของฝั่งตัวเอง โดยข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยคือเมื่อ 2 มี.ค. รัสเซียระบุยอดทหารที่เสียชีวิตไว้เพียง 498 นาย ขณะที่การประเมินล่าสุดของสหรัฐฯ คาดว่ารัสเซียสูญเสียทหารไปแล้วประมาณ 7,000 นาย

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ Komsomolskaya Pravda ของรัสเซีย รายงานทางหน้าเว็บไซต์ โดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่ระบุว่า มีทหารรัสเซียเสียชีวิตแล้ว 9,861 นาย และบาดเจ็บอีก 16,153 นาย แต่ภายหลังบทความดังกล่าวได้ถูกถอดออกไป โดยหนังสือพิมพ์ระบุว่าเว็บไซต์ถูกแฮ็กแล้วมีการป้อนข้อมูลเท็จเข้าไป

คำบรรยายวิดีโอ, ชาวยูเครนมากกว่า 300,000 คน ยังคงติดอยู่ในเมืองมาริอูโปล

ผู้นำสหรัฐฯ ชี้ ปูตินตกอยู่ในภาวะ "หลังชนฝา"

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กล่าวถึงผู้นำรัสเซีย ระหว่างการพบปะตัวแทนภาคธุรกิจว่า "ปูตินต้องสู้แบบหลังชนฝาแล้ว เขาใส่ร้ายเราว่ามีอาวุธเคมีและชีวภาพในยูเครน ซึ่งไม่จริงทั้งนั้น แต่นี่เป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า เขาคิดจะใช้อาวุธทั้งสองชนิดนั้นเสียเอง"

ขณะนี้กองทัพรัสเซียในยูเครนประสบภาวะชะงักงัน โดยไม่สามารถรุกคืบและยึดเมืองเพิ่มเติมได้เลยในทุกแนวรบ เว้นแต่ที่เมืองท่ามาริอูโปลทางตอนใต้ ซึ่งถูกระดมโจมตีจนได้รับความเสียหายไป 90% แล้ว แต่ชาวเมืองยืนกรานไม่ยอมจำนนต่อรัสเซียเด็ดขาด

ไบเดน

ยูเครนชี้การรุกรานของรัสเซียคือ "การก่อวินาศกรรมโดยรัฐ"

Cars are damaged at the site of a bombing at a shopping center in Kyiv as Russia"s invasion on Ukraine continues, Ukraine, March 21, 2022

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คนในเหตุโจมตีศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟ

นายโอเลกซี เรซนิคอฟ รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนระบุว่า การรุกรานยูเครนของรัสเซียคือ "การก่อวินาศกรรมโดยรัฐ"(state terrorism) และจะขยายการโจมตีสู่ประเทศอื่น ๆ ต่อไป

นายเรซนิคอฟกล่าวเรื่องนี้ในระหว่างการเข้าพบนายเบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร ในกรุงลอนดอน เมื่อ 21 มี.ค. โดยระบุว่า มีเด็กยูเครนอย่างน้อย 150 คนเสียชีวิตนับแต่รัสเซียเข้ารุกรานยูเครน และมีสถานศึกษาและโรงเรียนอนุบาลอีกกว่า 400 แห่ง รวมทั้งโรงพยาบาลอีกกว่า 110 แห่งถูกทำลาย

เขาระบุว่า "มีพลเรือนนับพัน ๆ คน" ต้องเสียชีวิต และยังไม่รู้ว่ามีอีกเท่าใดที่ยังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนที่พังเสียหาย"

"นี่คือการก่อวินาศกรรมโดยรัฐ นี่คือเหตุผลที่ต้องหยุดยั้งรัฐบาลรัสเซีย เพราะมันจะขยายวง และจะโจมตีประเทศอื่น ๆ ด้วย" นายเรซนิคอฟกล่าว

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนไม่ได้กล่าวถึงหลักฐานที่ใช้อ้างอิงข้อกล่าวหาของเขา ขณะที่รัสเซียปฏิเสธเรื่องการมุ่งเป้าโจมตีพลเรือน

นายเรซนิคอฟระบุว่า นับแต่สงครามเริ่มขึ้น ทหารยูเครนได้ทำลายรถถังรัสเซียแล้วเกือบ 500 คัน และยานรบหุ้มเกราะอีกกว่า 1,500 คน ซึ่งบางกรณีเป็นการใช้อาวุธที่สหราชอาณาจักรมอบให้แก่ยูเครน

"เรารู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งที่ในปีนี้ อังกฤษเป็นชาติแรกที่มอบอาวุธหนักให้แก่เราซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการป้องกันตัวเองของเรา บทบาทของคุณมีความพิเศษ ความกล้าหาญและความมุ่งมั่นของพวกคุณช่างแตกต่างจากความนิ่งเฉยของบางประเทศ"

เคียฟประกาศเคอร์ฟิวรอบใหม่

คำบรรยายวิดีโอ, นาทีห้างที่กรุงเคียฟถูกขีปนาวุธถล่ม

นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานครั้งใหม่ ตั้งแต่ 20:00 น. ของ 21 มี.ค. ไปจนถึง 07:00 น. ของ 23 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเคยประกาศเคอร์ฟิวแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน

การประกาศครั้งนี้มีขึ้นหลังจากพื้นที่หลายจุดในกรุงเคียฟถูกโจมตีอย่างรุนแรงเมื่อคืนวันที่ 20 มี.ค. ในจำนวนนี้รวมถึงบ้านเรือนหลายหลัง และห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 8 คน

นอกจากนี้มีรายงานหลายชิ้นที่ระบุว่า ทหารรัสเซียได้ยิงใส่ผู้ประท้วงการรุกรานในเมืองเคียร์ซอน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน

ภาพที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นชาวเมืองที่ออกมาประท้วงการรุกรานของรัสเซียบริเวณจัตุรัสในเมือง ก่อนจะมีภาพผู้คนวิ่งหนีในขณะที่มีเสียงปืนดังขึ้น

เคียร์ซอนเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่หลายเมืองที่ถูกกองทัพรัสเซียเข้ายึดได้ และทำให้นับแต่นั้นมีประชาชนออกมาประท้วงการยึดครองของรัสเซียตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.

มาริอูโปลไม่ยอมจำนน

ชาวเมืองมาริอูโปลเดินผ่านรถถังที่มีสัญลักษณ์ Z ซึ่งแสดงถึงการสนับสนุนรัสเซีย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ชาวเมืองมาริอูโปลเดินผ่านรถถังที่มีสัญลักษณ์ Z ซึ่งแสดงถึงการสนับสนุนรัสเซีย

เมืองท่ามาริอูโปลทางตอนใต้ของยูเครน ปฏิเสธที่จะยอมจำนนต่อกองกำลังรัสเซีย หลังได้รับข้อเสนอให้วางอาวุธเพื่อแลกกับการเปิดช่องทางปลอดภัยให้พลเรือนกว่า 300,000 คน อพยพหนีภัยการสู้รบออกจากเมืองได้

หลังจากปิดล้อมโจมตีเมืองมาริอูโปลซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างสูงมานานกว่า 3 สัปดาห์ กองกำลังรัสเซียยื่นคำขาดให้ทางการเมืองมาริอูโปลหยุดการต่อสู้และวางอาวุธ ก่อนเวลา 5.00 น.ของวันนี้ (21 มี.ค.) ตามเวลากรุงมอสโก แล้วฝ่ายรัสเซียจะเปิดระเบียงทางมนุษยธรรมให้พลเรือน รวมทั้งกองกำลังยูเครนและ "ทหารรับจ้างต่างชาติ" เดินทางออกจากเมืองได้ ทั้งจะลำเลียงอาหารรวมทั้งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมอื่น ๆ เข้าไปในเมือง เมื่อเก็บกู้กับระเบิดตามถนนหนทางจนหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม เส้นตายดังกล่าวได้ผ่านเลยไป โดยกองกำลังที่รักษาเมืองมาริอูโปลไม่ยอมจำนนตามที่รัสเซียเรียกร้อง หนังสือพิมพ์ออนไลน์ยูเครนิสกา พราฟดา (Ukrainska Pravda) รายงานคำพูดของนางอิรีนา เวเรชชุก รองนายกรัฐมนตรียูเครนที่ว่า "จะไม่มีการพูดคุยเรื่องยอมจำนนหรือวางอาวุธโดยเด็ดขาด"

นายเปียวเตอร์ อันดรียูเชนโก ที่ปรึกษาของนายกเทศมนตรีเมืองมาริอูโปลบอกกับบีบีซีว่า ข้อเสนอเรื่องความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากรัสเซียนั้นเชื่อถือไม่ได้ "เราจึงไม่หยุดการป้องกันตนเอง เราจะสู้จนถึงที่สุด แม้เหลือแค่ทหารคนสุดท้ายก็ตาม"

นายอันดรียูเชนโกยังยืนยันรายงานข่าวที่ว่า ทหารรัสเซียกวาดต้อนชาวเมืองมาริอูโปลอย่างน้อย 4,000 คน ให้เดินทางข้ามพรมแดนไปยังภูมิภาครอสตอฟของรัสเซีย โดยชาวเมืองเหล่านี้ไม่สมัครใจและไม่มีหนังสือเดินทางติดตัวไปด้วย

คนหลบภัย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คนหลบภัย

"เมื่อรัสเซียพูดถึงการเปิดระเบียงมนุษยธรรม พวกเขาลงมือทำจริงยังไงน่ะหรือ ? มีแต่บังคับกวาดต้อนผู้คนของเราไปรัสเซียน่ะสิ" นายอันดรียูเชนโกกล่าว

องค์การสหประชาชาติระบุว่า การทำสงครามรุกรานของรัสเซียได้ทำให้ชาวยูเครนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นฐานมากกว่า 10 ล้านคนแล้ว โดยตัวเลขนี้รวมถึงผู้อพยพหนีการสู้รบไปยังต่างเมืองและต่างประเทศ

เซเลนสกียันเจรจารัสเซียต่อ แต่วอนนาโตรับเข้าเป็นสมาชิก

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มี.ค.ว่า เขาพร้อมจะเจรจาโดยตรงกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย โดยเห็นว่าการเจรจานั้นเป็นหนทางเดียวที่จะยุติการสู้รบได้ แต่หากการเจรจาสันติภาพล้มเหลว นั่นหมายถึง "สงครามโลกครั้งที่สาม"

อย่างไรก็ตามนายเซเลนสกีย้ำว่า เขาไม่อาจยอมรับข้อเสนอที่จะให้ยูเครนสูญเสียบูรณภาพทางดินแดนโดยเด็ดขาด ทั้งยังกล่าวเป็นนัยว่ายูเครนยังคงต้องการเข้าเป็นสมาชิกนาโตอยู่ แม้ก่อนหน้านี้เขาเคยระบุว่า พร้อมจะล้มเลิกความตั้งใจดังกล่าวตามข้อเรียกร้องของรัสเซีย

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน

ที่มาของภาพ, Getty Images

"หากยูเครนเป็นสมาชิกนาโต สงครามก็คงไม่เกิดขึ้น หากชาติสมาชิกนาโตพร้อมที่จะเห็นเราเป็นพันธมิตรในกลุ่มเดียวกัน จงลงมือทำเช่นนั้นโดยด่วน เพราะผู้คนล้มตายลงไปทุกวัน" ผู้นำยูเครนกล่าว

ก่อนหน้านี้นายเซเลนสกีซึ่งมีเชื้อสายยิว ได้กล่าวปราศรัยทางออนไลน์ต่อที่ประชุมรัฐสภาของอิสราเอล โดยผู้นำยูเครนได้ร้องขอให้อิสราเอลละทิ้งจุดยืนที่เป็นกลางต่อการรุกรานของรัสเซีย และยกเอาคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอลผู้ล่วงลับ โกลดา เมอีร์ ขึ้นมากล่าวว่า "เราตั้งใจจะมีชีวิตอยู่ แต่เพื่อนบ้านต้องการเห็นเราตาย"

นายเซเลนสกียังออกปากขอความช่วยเหลือทางทหารจากอิสราเอล โดยชี้ว่าระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลนั้นดีที่สุดในโลก "ท่านสามารถจะช่วยประชาชนของเรา ช่วยรักษาชีวิตชาวยูเครนได้อย่างแน่นอน"

ต่อมาในข้อความทางวิดีโอที่กล่าวกับชาวยูเครน นายเซเลนสกีเผยว่านายกรัฐมนตรีอิสราเอลกำลังพยายามเป็นสื่อกลางจัดการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยอาจจัดขึ้นที่นครเยรูซาเล็มก็เป็นได้

"นี่คือสถานที่เหมาะสมที่สุดในการแสวงหาสันติภาพ หากสามารถเป็นไปได้" นายเซเลนสกีกล่าว