ยูเครน รัสเซีย : Swift คืออะไร เศรษฐกิจโลกสะเทือนไหม เมื่อตัดแบงก์รัสเซียออกจากระบบ

ผู้ประท้วง

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงในกรุงเบอร์ลินของเยอรมนีเมื่อวันศุกร์ เรียกร้องไม่ให้รัสเซียใช้สวิฟต์
    • Author, รัสเซลล์ ฮอตเทน
    • Role, ผู้สื่อข่าวธุรกิจ บีบีซี นิวส์

หกชาติใหญ่แห่งโลกตะวันตกจับมือสหภาพยุโรป (อียู) ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการรุกรานยูเครน ประกาศลงโทษรัสเซียโดยการโดดเดี่ยวจากระบบการเงินของโลก

"หลังจากกองกำลังรัสเซียเข้าโจมตีเคียฟและอีกหลายเมืองของยูเครน พวกเรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มรายจ่ายให้รัสเซียโดยการโดดเดี่ยวรัสเซียออกจากระบบการเงินสากลและเศรษฐกิจของพวกเรา" อียู สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งศส และอิตาลี ประกาศร่วมกันเมื่อ 26 ก.พ.

หนึ่งในมาตรการที่จะถูกนำมาใช้เร็ววัน คือการถอด "ธนาคารรัสเซียบางรายออกจากระบบสื่อสารของสวิฟต์"

"วิธีนี้จะทำให้ธนาคารเหล่านี้ต้องถูกกันออกจากระบบการเงินสากลและเป็นอุปสรรคต่อความสามารถของพวกเขาในการดำเนินการในระดับโลก"

Swift logo

ที่มาของภาพ, Reuters

ข้อเสนอเรื่องการตัดรัสเซียออกจากเครือข่ายการชำระเงินสวิฟต์เป็นที่พูดกันมากในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มีข่าวว่าชาติยุโรปบางแห่งที่ค้าขายกับรัสเซียมากจะได้รับผลกระทบ

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวว่า ควรจะใช้ข้อห้ามนี้ทันทีเพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลรัสเซีย แต่หลายประเทศยังลังเลที่จะสนับสนุนเรื่องนี้

สวิฟต์คืออะไร

สวิฟต์ คือเส้นเลือดใหญ่ทางการเงินของโลก ที่ทำให้มีการโอนเงินข้ามประเทศเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น Swift ย่อมาจาก Society for Worldwide Interbank Financial Telecommunication หรือภาษาไทย คือ สมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคาร ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1973 และตั้งอยู่ในเบลเยียม สวิฟต์เชื่อมต่อธนาคารและสถาบันต่าง ๆ 11,000 แห่ง ในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

แต่สวิฟต์ไม่ใช่ธนาคารที่พบเห็นตามท้องถนนทั่วไป มันคือระบบการสื่อสารแบบทันทีทันใดประเภทหนึ่งที่แจ้งให้ผู้ใช้งานทราบเมื่อมีการส่งและรับการชำระเงิน

สวิฟต์ส่งข้อความมากกว่า 40 ล้านข้อความต่อวัน ขณะที่เงินมูลค่าล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ่ายโอนกันไปมาระหว่างบริษัทและรัฐบาลต่าง ๆ

คาดว่า มากกว่า 1% ของข้อความเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชำระเงินของชาวรัสเซีย

ใครเป็นเจ้าของและควบคุมสวิฟต์

สวิฟต์ก่อตั้งโดยธนาคารของยุโรปและสหรัฐฯ หลายแห่ง ซึ่งไม่ต้องการให้สถาบันแห่งใดแห่งหนึ่งพัฒนาระบบของตัวเองขึ้นมาและผูกขาด

ปัจจุบัน เครือข่ายสวิฟต์มีธนาคารและสถาบันการเงินเป็นเจ้าของร่วมกันมากกว่า 2,000 แห่ง

ธนาคารแห่งชาติของเบลเยียมร่วมมือกับธนาคารกลางที่สำคัญหลายแห่งทั่วโลก ดูแลระบบนี้ รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางอังกฤษ

Person counting roubles

ที่มาของภาพ, Reuters

สวิฟต์ช่วยทำให้การค้าระหว่างประเทศมีความปลอดภัยในหมู่สมาชิก และไม่ควรที่จะเลือกข้างในความขัดแย้งใด ๆ

อย่างไรก็ตาม อิหร่านเคยถูกห้ามใช้สวิฟต์ในปี 2012 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคว่ำบาตรเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทำให้อิหร่านสูญเสียรายได้จากการส่งออกน้ำมันเกือบครึ่งหนึ่งและการค้าต่างประเทศลดลง 30%

สวิฟต์ระบุว่า ทางเครือข่ายไม่ได้มีอิทธิพลต่อการคว่ำบาตรใด ๆ และการตัดสินใจคว่ำบาตรต่าง ๆ อยู่ที่รัฐบาล

การห้ามรัสเซียไม่ให้ใช้สวิฟต์จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง

บริษัทต่าง ๆ ของรัสเซีย จะไม่สามารถทำธุรกรรมได้อย่างทันทีทันใดและราบรื่นตามปกติจากบริการของสวิฟต์ การชำระเงินในผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตรและพลังงานที่มีมูลค่ามหาศาลของรัสเซีย จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

ธนาคารต่าง ๆ น่าจะต้องติดต่อกับธนาคารอีกแห่งโดยตรง ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและล่าช้า และสุดท้ายแล้วก็จะส่งผลให้รัฐบาลรัสเซียมีรายได้ลดลง

เคยมีการขู่ว่า จะขับรัสเซียออกจากสวิฟต์มาก่อนหน้านี้ในปี 2014 ตอนที่รัสเซียผนวกรวมไครเมีย รัสเซียระบุว่า การไม่ให้รัสเซียใช้สวิฟต์จะเทียบเท่ากับการประกาศสงครามกับรัสเซีย

พันธมิตรตะวันตกหลายประเทศจึงไม่ได้เดินหน้าต่อในเรื่องนี้ แต่การข่มขู่ในครั้งนั้นก็ทำให้รัสเซียต้องพัฒนาระบบการโอนเงินข้ามประเทศของตัวเองขึ้นมาซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน

ในการเตรียมรับมือกับคว่ำบาตรเช่นนี้ รัฐบาลรัสเซียได้ก่อตั้งระบบบัตรชำระเงินแห่งชาติ (National Payment Card System) หรือที่รู้จักกันว่า Mir เพื่อใช้ในกระบวนการชำระเงินผ่านบัตร อย่างไรก็ตาม มีประเทศที่ใช้งานระบบนี้ไม่กี่แห่ง

ทำไมชาติตะวันตกจึงเสียงแตกเกี่ยวกับสวิฟต์

การห้ามรัสเซียไม่ให้ใช้สวิฟต์จะส่งผลกระทบต่อบริษัทต่าง ๆ ที่ขายสินค้าและซื้อสินค้าจากรัสเซีย โดยเฉพาะเยอรมนี

รัสเซียเป็นผู้จัดส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายหลักของสหภาพยุโรป และการหาแหล่งทดแทนอื่น ๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยเหตุที่ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในขณะนี้ รัฐบาลต่าง ๆ จึงต้องการหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบเพิ่มขึ้นอีก

บริษัทต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าหนี้รัสเซีย คงจะต้องหาทางเลือกในการรับชำระเงินจากรัสเซีย คนบางส่วนบอกว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดความวุ่นวายทางการธนาคารระหว่างประเทศมีมากเกินไป

อเล็กเซ คูดริน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของรัสเซีย เคยกล่าวว่า การถูกตัดออกจากสวิฟต์ อาจจะทำให้เศรษฐกิจของรัสเซียหดตัวลงได้ 5%

แต่ก็ยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจของรัสเซียว่าจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน ธนาคารของรัสเซียอาจจะเปลี่ยนไปใช้การชำระเงินผ่านประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ได้ถูกคว่ำบาตรได้ อย่างจีน ซึ่งมีระบบการชำระเงินของตัวเอง