รัสเซีย ยูเครน: โลกตะวันตกมีมาตรการคว่ำบาตรอะไรที่จะใช้ยังยั้งสงครามได้บ้าง

Ukrainian Servicemen are seen stationed outside of Zolote, Ukraine

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, รัสเซียและยูเครนต่างเร่งเสริมกำลังทหารตามแนวชายแดน ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้น
    • Author, เจมส์ แลนเดล
    • Role, ผู้สื่อข่าวการทูต

เหล่ามหาอำนาจตะวันตกขู่จะดำเนินการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงต่อรัสเซีย เพื่อพยายามยับยั้งไม่ให้รัสเซียเข้ารุกรานยูเครน

วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังรวบรวมรายการมาตรการคว่ำบาตรต่าง ๆ ที่พวกเขาเรียกว่า "มารดาแห่งการคว่ำบาตรทั้งปวง" ขณะที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ระบุว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน "ยังไม่เคยได้เห็นมาตรการอย่างที่ผมสัญญาว่าจะบังคับใช้มาก่อน"

ล่าสุด ชาติตะวันตกและพันธมิตรซึ่งรวมถึงสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา และญี่ปุ่น ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย หลังมีการรับรองเอกราชให้ดินแดนภายใต้การยึดครองของกลุ่มกบฏฝักใฝ่รัสเซีย บริเวณภาคตะวันออกของยูเครน

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ แถลงที่ทำเนียบขาวโดยประณามการกระทำของรัสเซียว่า "ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง" ทั้งระบุว่าผู้นำรัสเซียไม่มีสิทธิรับรองเอกราชให้แก่รัฐใด ๆ ที่ตั้งอยู่ในอาณาเขตของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการกระทำเช่นนี้เท่ากับโจมตี "สิทธิในการดำรงอยู่" ของประเทศยูเครน

ผู้นำสหรัฐฯยังกล่าวว่า จุดยืนล่าสุดของประธานาธิบดีรัสเซียนั้น แสดงถึงการเมินเฉยไม่ใส่ใจที่จะเจรจาทางการทูตกันอย่างจริงจัง ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรร่วมมือกันอย่างแข็งขันยิ่งขึ้น เพื่อต่อต้านการรุกรานของรัสเซียและคุ้มกันเหล่าพันธมิตรนาโต

นายไบเดนระบุว่าสหรัฐฯได้คว่ำบาตรเงินกู้ภาครัฐที่ให้แก่รัสเซีย รวมทั้งคว่ำบาตรสถาบันการเงินใหญ่ของรัสเซียสองแห่ง ได้แก่ธนาคาร VEB และธนาคารทหารซึ่งเป็นของกองทัพรัสเซีย นอกจากนี้ยังเตรียมคว่ำบาตรบรรดาชนชั้นนำและครอบครัว โดยจะรวมถึงเหล่าสมาชิกรัฐสภาของรัสเซียที่ออกเสียงสนับสนุนการกระทำของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งนี่เป็นมาตรการคว่ำบาตรแบบเดียวกับของสหภาพยุโรป

"รัสเซียจะไม่สามารถหาเงิน หรือระดมทุนจากโลกตะวันตกได้อีกต่อไป" นายไบเดนกล่าว

นอกจากนี้แล้ว ชาติตะวันตกจะมีแผนดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียได้อย่างไรบ้าง

ข้อจำกัดทางการเงิน

มาตรการหนึ่งที่อาจมีการพิจารณาคือการตัดรัสเซียออกจากระบบจ่ายเงินระหว่างประเทศที่เรียกว่า Swift ซึ่งเป็นระบบที่สถาบันการเงินหลายพันแห่งใช้ในกว่า 200 ประเทศ

นี่จะทำธนาคารรัสเซียทำธุรกิจในต่างประเทศได้ยากมาก

อิหร่านเคยถูกมาตรการนี้มาแล้วในปี 2012 ต้องสูญเสียรายได้จากการค้าน้ำมันมูลค่ามหาศาล และเกิดความเสียหายครั้งใหญ่ต่อการค้ากับต่างประเทศ

SWIFT logo displayed on a phone screen and American flag displayed in the background

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สหรัฐฯ และเยอรมนี ตั้งคำถามว่าการตัดรัสเซียออกจากระบบ Swift จะก่อให้เกิดความเสียหายมากเกินไปหรือไม่

ขณะเดียวกัน มาตรการนี้อาจสร้างความเสียหายให้กับประเทศใหญ่อย่างสหรัฐฯ และเยอรมนี ที่ธนาคารหลายแห่งมีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ของรัสเซีย

ทำเนียบขาวระบุว่า การตัดรัสเซียออกจากระบบ Swift ยังไม่น่าจะเป็นมาตรการที่จะใช้ในทันที เพื่อตอบโต้กรณีที่รัสเซียบุกยูเครน

ห้ามทำธุรกรรมเป็นดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐฯ อาจใช้วิธีตัดรัสเซียออกจากการทำธุรกรรมทางการเงินที่ต้องใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนี่หมายความว่า หากบริษัทสัญชาติตะวันตกใดยอมให้สถาบันการเงินของรัสเซียทำธุรกรรมทางการเงินโดยใช้เงินดอลลาร์ ก็จะต้องได้รับบทลงโทษ

มาตรการนี้จะทำให้มีข้อจำกัดอย่างมาก ในการซื้อ-ขายสินค้าทั่วโลก และจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจรัสเซีย เนื่องจากการค้าน้ำมันและก๊าซส่วนใหญ่ใช้เงินดอลลาร์

ตลาดตราสารหนี้นานาชาติ

ชาติมหาอำนาจตะวันตกอาจดำเนินมาตรการสกัดกั้นไม่ให้รัสเซียเข้าถึงตลาดตราสารหนี้ระหว่างประเทศ

ปัจจุบันมีการควบคุมความสามารถของสถาบันการเงินและธนาคารในประเทศตะวันตกในการซื้อตราสารหนี้ของรัสเซียอยู่แล้ว แต่อาจมีการกำหนดให้ข้อจำกัดนี้มีความเข้มงวดยิ่งขึ้น

มาตรการนี้จะลดทอนโอกาสที่รัสเซียจะเข้าถึงเงินทุนที่ต้องใช้ในการขับเคลื่อนและสร้างความเติบโตให้เศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ต้นทุนการกู้ยืมเงินของรัสเซียอาจเพิ่มสูงขึ้น และเงินรูเบิลอาจมีมูลค่าลดลง

รัสเซียได้เตรียมรับมือสถานการณ์นี้ด้วยการลดปริมาณหนี้ที่อยู่ในการถือครองของนักลงทุนต่างชาติ

ควบคุมการส่งออกสู่รัสเซีย

ชาติตะวันตกอาจใช้วิธีจำกัดการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญไปยังรัสเซีย

โดยสหรัฐฯ อาจห้ามบริษัทต่าง ๆ ขายสินค้าที่มีเทคโนโลยีอเมริกัน เช่น ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้แก่รัสเซีย

นี่อาจรวมถึงสินค้าประเภทชิปสารกึ่งตัวนำ (semiconductor chip) ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของสินค้ามากมาย ตั้งแต่ สมาร์ทโฟน เครื่องมือกล ไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภค

มาตรการนี้ไม่เพียงจะมุ่งเป้าไปที่ภาคการทหาร รวมทั้งการบินและอวกาศของรัสเซีย แต่ยังจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของรัสเซียด้วย

Logo of Russian bank SBER

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สเบอร์แบงก์ (Sberbank) ของทางการรัสเซีย คือหนึ่งในธนาคารใหญ่ที่สุดในรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตรจากสหภาพยุโรป

ขึ้นบัญชีดำธนาคารรัสเซีย

สหรัฐฯ อาจใช้วิธีขึ้นบัญชีดำธนาคารรัสเซียบางแห่ง ซึ่งจะทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ใดในโลกจะสามารถทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารเหล่านี้ได้

รัฐบาลรัสเซียจะต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือธนาคารเหล่านี้ และจะทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น และรายได้ลดลง

อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อนักลงทุนตะวันตกที่มีเงินอยู่ในธนาคารรัสเซียที่ถูกขึ้นบัญชีดำ

ควบคุมการส่งออกพลังงาน

เศรษฐกิจของรัสเซียต้องพึ่งพาการขายก๊าซและน้ำมันให้ต่างชาติ ยอดขายสินค้าประเภทนี้คือแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลรัสเซีย

ชาติตะวันตกอาจกำหนดให้การซื้อน้ำมันจากบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซียอย่างก๊าซพรอม (Gazprom) และรอสเนฟต์ (Rosneft) เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

A worker walking pass by an output filtration facility of a gas treatment unit at the starting point of the Nord Stream 2 offshore natural gas pipeline

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักการเมืองเยอรมันบางคนไม่เห็นด้วยกับการระงับการส่งก๊าซในโครงการนอร์ดสตรีม 2 เพราะเกรงจะเกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจยุโรป

นอกจากนี้ สหรัฐฯ อาจใช้อำนาจทางการทูตเพื่อยับยั้งการส่งก๊าซจากรัสเซียสู่เยอรมนีผ่านท่อส่งใต้ทะเลบอลติกที่เรียกว่า "นอร์ดสตรีม 2" (Nord Stream 2) หลังจากดำเนินการก่อสร้างท่อส่งแล้วเสร็จ และกำลังรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

ประธานาธิบดีไบเดน กล่าวว่า "ผมสัญญากับคุณว่าเราจะทำเช่นนั้น (ยับยั้งการส่งก๊าซ) ได้อย่างแน่นอน"

อย่างไรก็ตาม การจำกัดการส่งออกพลังงานของรัสเซีย จะทำให้ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั่วยุโรป ซึ่งหลายประเทศต้องพึ่งพาพลังงานจากชาติในโลกตะวันออก

ล่าสุด เยอรมนีได้สั่งระงับกระบวนการออกใบอนุญาตดำเนินโครงการท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 2 แล้ว แม้ว่าภูมิภาคยุโรปจะต้องพึ่งพาก๊าซจากโครงการนี้มากถึง 40% ของการบริโภคทั้งหมดก็ตาม

มุ่งเป้าคว่ำบาตรบุคคล

มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่อาจมุ่งเป้าต่อบุคคลต่าง ๆ ไม่เพียงแค่ผู้เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีปูติน แต่อาจรวมถึงตัวนายปูตินเองด้วย

Russian President Vladimir Putin gestures during a joint news conference with German Chancellor Olaf Scholz in Moscow, Russia February 15, 2022

ที่มาของภาพ, Reuters

มาตรการนี้น่าจะใช้เพื่อลงโทษพฤติกรรมคุกคามอันเป็นศัตรูต่อยูเครน หรือการข่มขู่จะละเมิดอธิปไตยหรือความมั่นคงของยูเครน

การอายัดทรัพย์สิน และห้ามการเดิมทางน่าจะเป็นทางเลือกที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับการคว่ำบาตรนี้ แม้ที่ผ่านมา จะเคยมีการใช้มาตรการคว่ำบาตรลักษณะนี้มาแล้ว แต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของรัสเซียได้มากนัก

สหรัฐฯ และชาติมหาอำนาจในยุโรปต่างหวังว่า มาตรการนี้จะทำให้ชนชั้นนำในรัสเซียกดดันประธานาธิบดีปูติน หากพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงทรัพย์สินในต่างประเทศของตนเอง หรือไม่สามารถส่งบุตรหลานไปศึกษาในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในชาติตะวันตกได้

การกวาดล้างในลอนดอน

รัฐบาลสหราชอาณาจักรอาจใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อสกัดกั้นชาวรัสเซียลงทุนหรืออยู่อาศัยในกรุงลอนดอน

ปัจจุบันมีชาวรัสเซียเข้ามาถือครองอสังหาริมทรัพย์และมีเงินฝากจำนวนมากในธนาคารสหราชราชอาณาจักร ทำให้เมืองหลวงของประเทศนี้ได้รับการขนานนามว่า "ลอนดอนแกรด" (Londongrad)

General view of the London financial district - a bus crossing Bank junction, in front of The Bank of England and Royal Exchange building, Britain, 02 Mar 2021

ที่มาของภาพ, EPA

รัฐบาลสหราชอาณาจักรอ้างว่ากำลังเร่งแก้ปัญหานี้ด้วยคำสั่งของศาลอังกฤษว่าด้วย "ความมั่งคั่งที่ไม่สามารถอธิบายได้" (unexplained wealth orders หรือ UWO) ซึ่งกำหนดให้บุคคลต้องเปิดเผยที่มาของทรัพย์สินที่ถือครอง

แต่ที่ผ่านมา มีการใช้คำสั่งนี้เพียงไม่กี่ครั้ง และหลายองค์กรในสหรัฐฯ ต้องการให้ทำเนียบขาวกดดันสหราชอาณาจักรในเรื่องนี้ให้มากขึ้น

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร แถลงต่อรัฐสภาเมื่อ 22 ก.พ. ว่าได้ออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยอายัดทรัพย์สินของธนาคารรัสเซีย 5 แห่ง และของมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย 3 คน ที่เก็บอยู่ในสหราชอาณาจักร ทั้งยังห้ามคนเหล่านี้เดินทางเข้าสหราชอาณาจักรด้วย

ความยากที่โลกตะวันตกเผชิญ

ชาติตะวันตกได้วางแผนในการร่วมมือ และการใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงหากรัสเซียเข้ารุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ

แต่จะเกิดอะไรขึ้น หากรัสเซียจะ "จู่โจมเพียงเล็กน้อย" อย่างที่ประธานาธิบดีไบเดนได้กล่าวไว้

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่า รัสเซียอาจตรึงกำลังทหารไว้รอบยูเครนต่ออีกหลายเดือนเพื่อเป็นการข่มขู่ ในขณะที่เปิดการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อให้อีกฝ่ายอ่อนแอลง

นักการทูตสหรัฐฯ และยุโรปต่างระบุว่า ชาติตะวันตกมีความเห็นพ้องต้องกันน้อยลงในสถานการณ์นี้

บางประเทศ ซึ่งมีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับรัสเซียมากกว่า เช่น ฮังการี อิตาลี และออสเตรีย อาจไม่ยอมใช้มาตรการคว่ำบาตร หากรัสเซียไม่ได้บุกยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ รัสเซียยังอาจบรรเทาผลกระทบจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกด้วยการหันไปพึ่งพาจีน และชาติพันธมิตรอื่น ๆ แทน

ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ การใช้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงและได้ผลมากที่สุด มักมาพร้อมกับราคาอันสูงลิ่วที่ผู้บังคับใช้จะต้องจ่ายเป็นการแลกเปลี่ยน และใช่ว่าทุกประเทศในโลกตะวันตกยินยอมที่จะทำเช่นนี้

คำบรรยายวิดีโอ, การคว่ำบาตรคืออะไร ?