รัสเซีย ยูเครน: โดเนตสก์และลูฮันสก์ สองดินแดนที่ฝ่ายกบฏประกาศแยกตัวเป็นเอกราช

Pro-Russian rebels guard combat positions near separation line in Luhansk region, 17 February 2020

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, กลุ่มกบฏที่รัสเซียหนุนหลังประจำการอยู่ที่เส้นแบ่งเขตแดนในลูฮันสก์

โดเนตสก์ และ ลูฮันสก์ สองแคว้นทางตะวันออกสุดของยูเครนกำลังเป็นจุดศูนย์กลางความขัดแย้งกับรัสเซีย หลังจากประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน สั่งการให้เคลื่อนทหารเข้าไปในพื้นที่นี้ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน แล้วประกาศรับรองให้เป็นรัฐเอกราช

เรารู้อะไรแล้วบ้างเกี่ยวกับที่นี่

กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนได้เข้ายึดครองพื้นที่วงกว้างในทั้งสองภูมิภาคเมื่อปี 2014 และนับแต่นั้นก็ได้ประกาศตั้งตนเป็น "สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์" (Donetsk People's Republic หรือ DPR) และ "สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์" (Luhansk People's Republic หรือ LPR)

นอกจากมีพรมแดนติดกับรัสเซียแล้ว ดินแดนทั้งสองยังพึ่งพาการสนับสนุนด้านการเงินและการทหารทั้งหมดจากรัสเซีย

ยูเครนเรียกทั้งสองแคว้นว่า "ดินแดนที่ถูกยึดครองชั่วคราว" แบบเดียวกับไครเมีย ซึ่งรัสเซียได้เข้ารุกราน แล้วผนวกเอาดินแดนนี้เข้าเป็นของตนเองในปี 2014

แกนนำกลุ่มกบฏที่รัฐเซียให้การหนุนหลังของ DPR คือนายเดนิส พุชิลิน และนายเลโอนีด พาเซชนิก ผู้นำ LPR เป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2018 ซึ่งประชาคมโลกไม่ให้การยอมรับ โดยทั้งคู่ได้เรียกร้องให้ทั้งสองภูมิภาคเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย

ที่ตั้ง

โดเนตสก์ และ ลูฮันสก์ เป็นส่วนหนึ่งของลุ่มแม่น้ำดอนบาส ซึ่งปัจจุบันมี "หลักการดอนบาสของรัสเซีย" ซึ่งมองว่าภูมิภาคนี้เป็นดินแดนของรัสเซีย

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองแคว้นตั้งอยู่ในเขตแดนที่องค์การสหประชาชาติให้การยอมว่าเป็นของยูเครน

แต่เรื่องที่ยังไม่ชัดเจนก็คือ กองทัพรัสเซียจะประจำการอยู่ภายในเขตที่กลุ่มกบฏยึดครองต่อไป หรือจะรุกคืบเข้าไปในพื้นที่ใหญ่กว่าของภูมิภาคโดเนตสก์ และภูมิภาคลูฮันสก์

The Ukrainian regions of Donetsk and Luhansk, with the breakway regions highlighted

การทำเหมือง

เมืองโดเนตสก์เคยเป็นศูนย์กลางการทำเหมืองแร่ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19

เดิมทีพื้นที่นี้มีชื่อว่า ยูซอฟกา (Yuzovka) หรือ ยูซิฟกา (Yuzivka) ตามข้อมูลที่อ้างอิงจากนายจอห์น ฮิวจ์ส นักธุรกิจชาวเวลส์ ซึ่งก่อตั้งโรงงานเหล็กและเหมืองถ่านหินหลายแห่งในภูมิภาคนี้

การผลิตเหล็กกล้าได้ขยายตัวขึ้นในยุคของสหภาพโซเวียต และมีการส่งคนงานที่พูดภาษารัสเซียจำนวนมากเข้าไปทำงานตามโรงงานและเหมืองแร่ในพื้นที่แถบนี้

เมืองโดเนตสก์ ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น สตาลิน (Stalin) ในปี 1924 และเป็น สตาลิโน (Stalino) ในปี 1929 ก่อนที่จะกลายเป็นโดเนตสก์ ในปี 1961

เกิดอะไรขึ้นในสก์ และ ลูฮันสก์

หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายในช่วงทศวรรษที่ 1990 สองพื้นที่นี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของยูเครน แต่ประธานาธิบดีปูตินยังคงมองยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของโซเวียต และเคยเขียนเอาไว้ว่า รัสเซียและยูเครนเป็น "คนเดียวกัน"

ในปี 2014 ความขัดแย้งรุนแรงระหว่างกลุ่มชาตินิยมของยูเครนและกลุ่มกบฏที่รัสเซียหนุนหลัง ได้นำไปสู่ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้

ดร.นาตาเลีย ซาเวลเยวา นักวิจัยที่ศูนย์เพื่อการวิเคราะห์นโยบายยุโรป (Center for European Policy Analysis หรือ CEPA) ในสหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่มกบฏได้ตัดขาดพื้นที่ยึดครองออกจากดินแดนทั้งหมดของยูเครน แล้วเดินหน้าเข้าร่วมกับรัสเซียในด้านต่าง ๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

แม้ดินแดนทั้งสองจะยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า ปัจจุบันมีประชาชนในแถบดอนบาส ราว 750,000 คนถือหนังสือเดินทางรัสเซีย และสามารถใช้สิทธิในการเลือกตั้งของรัสเซียได้

สถานะดังกล่าวช่วยให้พวกเขาเข้าถึงสวัสดิการสังคม และระบบเงินบำนาญของรัสเซีย อีกทั้งช่วยให้เข้าไปทำงานในรัสเซียได้ง่ายขึ้นด้วย

และแม้หลายคนจะมีความคิดฝักใฝ่รัสเซีย แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังต้องการอยู่กับยูเครน

ลุดไมลา หญิงวัย 61 ปีที่อาศัยในเมืองดอแนสก์ บอกกับบีบีซีว่า "พวกเขา (รัสเซีย) เอาดินแดนของเราไปอย่างผิดกฎหมาย…แบบเดียวกับไครเมีย ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขา (ปูติน) ถึงดำเนินนโยบายแบบนี้"

แต่ชาวเมืองอีกคนที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อคิดว่าถึงเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงแล้ว "ยังไงก็จะต้องมีคนตัดสินใจอยู่ดี ไม่ว่าจะฝั่งนี้หรือหรือฝั่งโน้น มันอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ผมหวังว่ามันจะดีขึ้นสำหรับพวกเรา"

Ukrainian service members guard the area near the line of separation in the Donetsk Region, 10 February 2022

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, การข้ามเขตแดนระหว่างพื้นที่กลุ่มกบฏกับรัฐบาลยูเครนลดลงตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้นในปี 2014

ความสัมพันธ์กับยูเครน

ในทางกลับกัน ปัจจุบันคนในดอนบาสเดินทางไปยังยูเครนเพื่อรับการรักษาพยาบาลหรือความช่วยเหลือเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ ได้ยากขึ้น

จำนวนผู้เดินทางไปมาระหว่างสองภูมิภาคนี้กับพื้นที่อื่น ๆ ของยูเครนลดลงในช่วงเกิดความขัดแย้งระหว่างปี 2014-2015 และช่วงที่มีการปิดพรมแดนระหว่างการระบาดของโควิด แม้ล่าสุดการเดินทางจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำอยู่ดี

ภาษา

ดร.ซาเวลเยวา กล่าวว่า ความกลมเกลียวทางการเมืองกับรัสเซียมีขึ้นควบคู่ไปกับความพยายามสร้างความเหินห่างทางวัฒนธรรมกับยูเครน

โดเนตสก์ และ ลูฮันสก์ ได้ถอดภาษายูเครนออกจากการเป็นภาษาราชการในปี 2020 ทำให้รัสเซียเป็นภาษาราชการเดียวของที่นี่ โรงเรียนในท้องถิ่นต่างยกเลิกการสอนภาษาและประวัติศาสตร์ยูเครน

ดร.ซาเวลเยวา ระบุว่า ด้วยเหตุนี้ เด็กที่เกิดก่อนที่จะมีความขัดแย้งขึ้นเพียงเล็กน้อย หรือเกิดหลังจากนั้นจึงถูกพรากอัตลักษณ์ความเป็นชาวยูเครนไป นอกเสียจากพวกเขาจะได้รับการสอนจากคนในครอบครัว

A convoy of Russian-backed rebels rolls near the eastern Ukrainian city of Starobeshevo in Donetsk region, on February 25, 2015

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กลุ่มกบฏที่รัสเซียหนุนหลังโบกธงในโดเนตสก์ เมื่อปี 2015

รัสเซียกำลังรุกรานยูเครนหรือไม่

หลังประกาศให้การรับรองภูมิภาคทั้งสองในฐานะรัฐเอกราช ประธานาธิดีปูติน ได้ส่งทหารเข้าไปปฏิบัติ "ภารกิจรักษาสันติภาพ" ในโดเนตสก์ และลูฮันสก์ ซึ่งนี่หมายความว่าทหารรัสเซียได้เข้าไปในอาณาเขตยูเครนแล้ว

นายวลาดิสลาฟ เบอร์ดิเชฟสกี สมาชิกสภาประชาชน DNR ระบุว่า ตอนนี้ทหารรัสเซียได้ข้ามเข้ามาในพรมแดนของ DPR และ LPR แล้วประจำการทางตอนเหนือและฝั่งตะวันตก

"ภารกิจของพวกเขาคือการรักษาความมั่นคง เสริมสร้างสันติภาพในดินแดนสาธารณรัฐทั้งสอง" เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัสเซียยังไม่ได้ผนวกภูมิภาคทั้งสองเข้าเป็นของตนเอง

นอกจากนี้ยังคาดว่าอาจเกิดความตึงเครียดรุนแรงขึ้น หากผู้นำ DPR และ LPR จะขยายการยึดครองเข้าไปในเขตการปกครองที่ใหญ่กว่าในภูมิภาคโดเนตสก์ และลูฮันสก์

ขณะนี้บรรดาชาติตะวันตกได้ตอบโต้กรณีที่เกิดขึ้นด้วยการประกาศคว่ำบาตรรัฐบาลรัสเซีย

แต่การที่มีทหารรัสเซียราว 150,000 นายประจำการอยู่ตามแนวชายแดนยูเครน ก็ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่จะทวีความรุนแรงกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ