รัสเซีย ยูเครน นาโต ขุมกำลังใครเหนือกว่าใคร

เสียงเตือนเรื่องรัสเซียจะถล่มยูเครนดังขึ้นทุกขณะ เพราะรัสเซียไม่ต้องการให้ยูเครน ประเทศที่เคยเป็นสาธารณรัฐหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียตเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต และต้องการให้บรรดาชาติมหาอำนาจตะวันตกรับประกันว่าสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น
แต่ข้อเรียกร้องนี้ชาติตะวันตกไม่ยอมรับ ทำให้รัสเซียเสริมกำลังทหารบริเวณพรมแดนที่ติดกับยูเครนแล้วถึง 1 แสนนาย ขณะที่ชาติตะวันตกที่เป็นสมาชิกนาโตต่างระดมสรรพกำลังไปช่วยยูเครน
แต่ว่ากำลังของฝั่งไหนมีมากกว่ากัน รัสเซีย ยูเครนและนาโต
รัสเซีย

ปัจจุบันมีทหารรัสเซียราว 35,000 นาย ประจำการอยู่ถาวรตามแนวชายแดนที่ติดกับยูเครน แต่เมื่อปลายเดือน ม.ค. รัสเซียได้เคลื่อนพลทหารหน่วยต่าง ๆ ไปยังจุดซ้อมรบในเมืองรอสตอฟ ใกล้พรมแดนยูเครน ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่าราว 1 แสนนาย
แต่นักวิเคราะห์ชาวตะวันตกบางรายระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่า รัสเซียได้ระดมอาวุธยุทโธปกรณ์และสรรพกำลังที่จำเป็นสำหรับการบุกโจมตีทางภาคพื้นแล้วหรือไม่ เพราะยังไม่เห็นว่ามีโรงพยาบาลสนามเคลื่อนที่และผู้ปฏิบัติงานอยู่ในบางพื้นที่ ซึ่งหากบุคลากรทางการแพทย์เดินทางมาถึง นั่นก็แปลว่ารัสเซียพร้อมโจมตี
นอกจากชายแดนยูเครนแล้ว รัสเซียได้ส่งทหารหลายพันนายไปซ้อมรบร่วมกับเบลารุส ซึ่งประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก บอกว่าจะช่วยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน รบ หากรัสเซียจะทำสงครามจริง ซึ่งผู้สังเกตการณ์ชาวตะวันตกบอกว่า การซ้อมรบครั้งนี้ อาจเป็นโอกาสในการฝึกซ้อมภารกิจโจมตียูเครน โดยมีภาพที่เผยแพร่ทางออนไลน์อ้างว่า เป็นภาพการลำเลียงยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เช่น รถหุ้มเกราะ รถถัง และระบบยิงจรวด มุ่งหน้าสู่พื้นที่ซ้อมรบ
นอกจากนี้รัสเซียกำลังจัดการซ้อมรบทางทะเลทั่วโลก ตั้งแต่ในมหาสมุทรแอตแลนติกไปจนถึงมหาสมุทรแปซิฟิก โดยเริ่มเปิดฉากตั้งแต่เดือน ม.ค. ไปจนถึงเดือน ก.พ. โดยมี
•เรือรบและเรือสนับสนุน 140 ลำ
•เครื่องบิน 60 ลำ
•ทหาร 10,000 นาย
แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทะเลดำและชายฝั่งยูเครน จะเป็นจุดหมายปลายทางการซ้อมรบครั้งนี้ด้วยหรือไม่
ยูเครน
ทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์และกำลังพลนั้น เทียบกับรัสเซียไม่ได้เลย และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นาโตต้องส่งกำลังไปสนับสนุน

นาโต
นาโตเป็นกลุ่มพันธมิตรด้านการทหารที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1949 วัตถุประสงค์ดั้งเดิมคือ เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามจากรัสเซียที่แผ่ขยายอำนาจเข้าไปในยุโรป ช่วงหลังสงครามโลก และชาติสมาชิกได้ทำข้อตกลงในการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันกรณีที่สมาชิกถูกโจมตีด้วยอาวุธ
สหรัฐฯ ได้ส่ง "ความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทธภัณฑ์" ราว 90 ตัน ให้แก่ยูเครนซึ่งรวมถึง เครื่องกระสุนปืน ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง "แจฟเวอลีน" และอาวุธเกราะต่าง ๆ ขณะที่สหราชอาณาจักรได้จัดส่งขีปนาวุธต่อต้านรถถังพิสัยใกล้ไปให้
ส่วนสมาชิกนาโตบางประเทศ เช่น เดนมาร์ก สเปน ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ ต่างส่งเครื่องบินขับไล่ และเรือรบไปยังยุโรปตะวันออกเพื่อเสริมกำลังการป้องกันตนเองในภูมิภาค

รอยเตอร์ ระบุรายละเอียดกองกำลังของนาโตที่ประจำการอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้
กลุ่มประเทศบอลติก
ในเอสโตเนีย ลิทัวเนีย ลัตเวีย และโปแลนด์ นาโตมีกองกำลังราว 4,000 นาย ประจำการอยู่ โดยเป็นกองกำลังที่มีทั้งรถถัง กองกำลังทางอากาศ หน่วยข่าวกรองและหน่วยลาดตระเวน ที่พร้อมเคลื่อนพลทันที หากรัสเซียขยับ
ในโรมาเนีย นาโตมีกองกำลังผสมภาคพื้นดินราว 4,000 นายที่นั่น ขณะที่สหรัฐฯ มีทหารประจำการในฐานทัพที่โรมาเนียและบัลแกเรียด้วย ฝรั่งเศสเองเสนอส่งกำลังเข้าไปเพิ่ม ขณะที่พันธมิตรอื่น ๆ ก็ส่งเครื่องบินรบไปสนับสนุนการลาดตระเวนทางอากาศอยู่เป็นประจำ
ในปีนี้ ฝรั่งเศสเป็นชาติที่ส่งกองกำลังทางอากาศ ทางบก และทางทะเล เข้าร่วมกองกำลังร่วม Very High Readiness Joint Task Force ของนาโต มากที่สุดเช่นเดียวกับเยอรมนี โดยกองกำลังดังกล่าวมีทหารอย่างน้อย 5,000 นาย สามารถปฏิบัติการได้ภายใน 72 ชั่วโมง และอยู่ในสภาพพร้อมปฏิบัติการมากที่สุดของนาโต
สำหรับกองกำลังของสหรัฐฯ ในยุโรป นั้น สำนักงานวิจัยแห่งรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุว่า มีอยู่ราว 74,000 นาย แต่บางส่วนเป็นกองกำลังที่ไม่ได้ประจำการเต็มเวลา โดยนาโตสามารถสั่งเคลื่อนกำลังพลส่วนใหญ่นี้ได้
นอกจากนี้พันธมิตรและเครือข่ายของนาโตยังมีกองกำลังในจุดอื่น ๆ อีก เช่น คาบสมุทรบอลข่าน และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด YouTube โพสต์












