ที่มาของภาพ, SaveEcoBot
พบระดับกัมมันตภาพรังสีที่สูงขึ้นรอบพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลในยูเครน
ข้อมูลจากสถานีสังเกตการณ์หลายแห่งระบุว่า ระดับของกัมมันตภาพรังสีเพิ่มขึ้นราว 20
เท่าตัวเมื่อ 24 ก.พ.
“บริเวณรอบเตาปฏิกรณ์ ปกติในแต่ละชั่วโมง คุณจะได้รับประมาณ
3
หน่วย (ไมโครซีเวิร์ต) แต่นั่นได้กระโดดขึ้นมาเป็น 65” ศาสตราจารย์แคลร์ คอร์กฮิลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุนิวเคลียร์ จากมหาวิทยาลัยเชฟฟีลด์อธิบาย
“นั่นคือ มากกว่า
5 เท่าที่คุณได้รับจากการนั่งเครื่องบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก”
เธอกล่าวว่า คำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด
คือ การเคลื่อนไหวของผู้คนและยวดยานพาหนะที่เพิ่มขึ้นใน "เขตยกเว้นเชอร์โนบิล" (Chernobyl
exclusion zone) ซึ่งมีพื้นที่ 4,000 ตารางกิโลเมตร
ได้ทำฝุ่นกัมมันตรังสีซึ่งปกติจะอยู่บนพื้นดิน ฟุ้งกระจายขึ้น
ความไม่สงบที่เกิดขึ้นรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เลิกใช้งานแล้วแห่งนี้
เป็นสัญญาณเตือน แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การที่จะเกิดเหตุซ้ำรอยกับภัยพิบัตินิวเคลียร์ในปี
1986
ไม่น่าจะเป็นไปได้
“กัมมันตภาพรังสีลดน้อยลงอย่างมาก
นับตั้งแต่นั้นมา และสิ่งที่ปล่อยกัมมันตภาพรังสีในตอนนั้นคือ ไฟขนาดใหญ่” ศาสตราจารย์คอร์กฮิลล์
อธิบาย
สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าคือ การสู้รบใกล้กับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ยังคงทำงานอยู่แห่งอื่น
ๆ ในยูเครน
เจมส์ แอ็กตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายนิวเคลียร์
เขียนเมื่อ 24 ก.พ.ว่า “เชอร์โนบิลอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีคนอยู่อาศัยที่กว้างใหญ่
เตาปฏิกรณ์อื่น ๆ ของยูเครน ไม่ได้อยู่แยกออกไปในแบบเดียวกันนี้”
“ยิ่งไปกว่านั้น เชื้อเพลิงในเตาปฏิกรณ์เหล่านี้
ก็มีกัมมันตภาพรังสีมากกว่าเชื้อเพลิงที่เชอร์โนบิลอย่างมหาศาลด้วย” เขากล่าวเพิ่มเติม