รัสเซีย ยูเครน : อาชญากรรมสงครามคืออะไร และปูตินจะถูกลงโทษจากการบุกยูเครนได้ไหม

Emergency services on site at the Mariupol children"s hospital on 9 March 2022

ที่มาของภาพ, UKRAINE MILITARY VIA REUTERS

คำบรรยายภาพ, กองทัพรัสเซียฝ่าฝืนข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในเมืองมาริอูโปล และโจมตีทางอากาศโรงพยาบาลแม่และเด็ก
    • Author, โดมินิค คาสซิอานี
    • Role, ผู้สื่อข่าวสายกฎหมาย, บีบีซี นิวส์

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี เรียกกรณีที่รัสเซียถล่มโรงพยาบาลแม่และเด็กในยูเครนว่าเป็น "อาชญากรรมสงคราม"

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross หรือ ICRC) ได้กำหนด "กฎกติกาสงคราม" ซึ่งระบุถึงสิ่งที่สามารถทำได้และทำไม่ได้ในสงครามเอาไว้ ซึ่งกฎเกณฑ์เหล่านี้ถูกบรรจุไว้ในอนุสัญญาเจนีวา ตลอดจนข้อตกลงและกฎหมายระหว่างประเทศอื่น ๆ

อาชญากรรมสงครามคืออะไร

อาชญากรรมสงครามคือการกระทำที่ละเมิดกฎกติกาสงคราม เช่น การจงใจโจมตีพลเรือน หรือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการมีชีวิตรอดเช่น โรงพยาบาล

นอกจากนี้ยังมีการห้ามใช้อาวุธบางชนิด เนื่องจากมีอานุภาพที่สามารถสร้างอันตรายให้แก่ผู้ที่อยู่ในรัศมีอย่างไม่เลือกหน้า เช่น ทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคล ตลอดจนอาวุธเคมี หรืออาวุธชีวภาพ

ผู้ป่วยและได้รับบาดเจ็บจะต้องได้รับการรักษาพยาบาล ซึ่งรวมถึง ทหารบาดเจ็บ ที่มีสิทธิในฐานะเชลยสงคราม

กฎหมายอื่น ๆ ยังห้ามการทรมาน และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งเป็นการจงใจทำลายล้างคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

การกระทำความผิดร้ายแรงในช่วงสงคราม เช่น การฆาตกรรม ข่มขืน หรือการประหัตประหารกลุ่มคน คือความผิดที่เรียกว่า "อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ"

มีข้อกล่าวหาเรื่องอาชญากรรมสงครามอะไรบ้างเกิดขึ้นในยูเครน

ยูเครนระบุว่า การโจมตีทางอากาศต่อโรงพยาบาลแม่และเด็กในเมืองมาริอูโปลคืออาชญากรรมสงคราม เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน ในจำนวนนี้คนหนึ่งเป็นเด็ก อีกทั้งยังทำให้เจ้าหน้าที่และคนไข้ได้รับบาดเจ็บ 17 คน

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวหลายชิ้นที่ระบุว่า กองทัพรัสเซียมุ่งเป้าโจมตีพลเรือนยูเครนที่พยายามหลบหนีการรุกราน

ขณะเดียวกันก็มีหลักฐานเพิ่มขึ้นที่สนับสนุนข้อกล่าวหาเรื่องที่รัสเซียใช้ระเบิดลูกปราย หรือระเบิดพวง (cluster munitions) ต่อพลเรือนในเมืองคาร์คิฟ โดยอาวุธชนิดนี้คือจรวดหรือขีปนาวุธที่บรรจุระเบิดลูกเล็ก ๆ จำนวนมากไว้ภายใน สามารถยิงจากบนพื้นหรือยิงทางอากาศลงจากเครื่องบิน โดยขณะที่กำลังพุ่งเข้าสู่เป้าหมายนั้น จรวดที่บรรจุระเบิดลูกเล็กจะเปิดออกและปล่อยให้ตกสู่พื้น ทำร้ายผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้เป็นจำนวนมากโดยไม่เลือกหน้า

แม้ทั้งรัสเซียและยูเครนจะไม่ได้ลงนามในข้อตกลงห้ามการใช้ระเบิดลูกปราย แต่กรณีที่เกิดขึ้นก็ยังถือว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงครามได้

A burnt-out car is seen on the street after a missile launched by Russian invaders hit near the Kharkiv Regional State Administration building in Svobody (Freedom) Square) at approximately 8 am local time on Tuesday, March 1, Kharkiv

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สภาพเมืองคาร์คิฟที่ถูกกองทัพรัสเซียถล่มด้วยขีปนาวุธและจรวด

กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรระบุว่า รัสเซียได้ใช้อาวุธเทอร์โมบาริก (Thermobaric weapon) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ระเบิดสุญญากาศ" โจมตีชาวยูเครน ทั้งที่อาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงนี้ถือเป็นสิ่งต้องห้ามในการนำมาใช้กับพลเรือน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การทำสงครามของรัสเซียครั้งนี้เข้าข่ายอาชญากรรมสงครามแล้ว เพราะเป็นการทำสงครามที่ตนเป็นฝ่ายรุกราน

จะทำอย่างไรกับกรณีที่ต้องสงสัยว่าเป็นอาชญากรรมสงคราม

ทุกประเทศมีหน้าที่ในการตรวจสอบกรณีที่ต้องสงสัยว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม

บางประเทศให้ความสนใจตรวจสอบกรณีเช่นนี้มากกว่าประเทศอื่น

ในสหราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงได้เสนอให้ความช่วยเหลือในการรวบรวมหลักฐานที่อาจเข่าข่ายก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครน

จะเอาผิดผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมสงครามได้อย่างไร

นับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 มีการตั้งศาลพิเศษขึ้นไต่สวนคดีอาชญากรรมสงครามหลายครั้ง ในจำนวนนี้รวมถึง ศาลพิจารณาคดีอาชญากรรมสงครามที่เกิดขึ้นหลังการล่มสลายของยูโกสลาเวีย

นอกจากนี้ยังมีการตั้งศาลพิเศษขึ้นเอาผิดต่อผู้อยู่เบื้องหลังการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ซึ่งกลุ่มหัวรุนแรงเชื้อสายฮูตูได้สังหารผู้คนไปราว 800,000 คน ภายในระยเวลา 100 วัน ในปี 1994 โดยมุ่งเป้าไปที่ชาวทุตซี ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศ รวมถึงศัตรูทางการเมืองโดยไม่สนใจว่าคนเหล่านั้นจะมีชาติพันธุ์อะไร

Théoneste Bagosora

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, พันเอก เธโอเนสเต บาโกโซรา เสียชีวิตขณะรับโทษจำคุก 35 จากการเป็นผู้นำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา เมื่อปี 1994

ปัจจุบัน ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court หรือ ICC) และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice หรือ ICJ) มีบทบาทในการพิทักษ์กฎกติกาสงคราม

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

มีหน้าที่ตัดสินข้อพิพาทระหว่างรัฐ แต่ไม่มีอำนาจในการพิจารณาคดีต่อบุคคล ยูเครนเริ่มกระบวนการฟ้องร้องต่อรัสเซียที่เข้ารุกรานประเทศต่อศาลแห่งนี้

หาก ICJ ตัดสินว่ารัสเซียมีความผิด คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council หรือ UNSC) ก็จะมีหน้าที่บังคับใช้บทลงโทษต่อรัสเซีย

แต่รัสเซีย ซึ่งเป็น 1 ใน 5 สมาชิกถาวรของ UNSC ก็อาจใช้สิทธิยับยั้ง หรือวีโต (veto) ข้อเสนอให้ลงโทษได้

ศาลอาญาระหว่างประเทศ

ICC มีหน้าที่สอบสวนและดำเนินคดีต่ออาชญากรสงคราม ซึ่งถูกนำตัวขึ้นศาลในฐานะบุคคล ไม่ใช่ในฐานะประเทศ

ศาลที่เมืองนูเรมเบิร์กในเยอรมนี มีขึ้นเพื่อพิจารณาคดีต่อเหล่าผู้นำคนสำคัญของนาซีที่ถูกจับกุมได้ในปี 1945

Nazi war criminals in the dock during the Nuremberg trials after World War Two including Hermann Goring, Rudolf Hess and Joachim von Ribbentrop

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพการพิจารณาคดีอาชญากรรมสงครามต่ออดีตผู้นำนาซีที่ศาลเมืองนูเรมเบิร์ก

ศาลแห่งนี้ได้กำหนดบรรทัดฐานว่าประเทศต่าง ๆ สามารถตั้งศาลพิเศษขึ้นพิจารณาคดีระหว่างประเทศได้

ICC จะพิจารณาการกระทำผิดในยูเครนได้ไหม

นายคาริม ข่าน นักกฎหมายชาวอังกฤษ ซึ่งดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดของ ICC ระบุว่า มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ว่ามีการก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครน และเขาอนุมัติให้ 39 ประเทศเข้าร่วมการสอบสวน

คณะสอบสวนจะตรวจสอบข้อกล่าวหาทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยย้อนกลับไปถึงปี 2013 ก่อนที่รัสเซียจะผนวกไครเมียเข้าเป็นของตน

หากมีหลักฐานต่อตัวบุคคล อัยการก็จะขอให้ผู้พิพากษา ICC ออกหมายจับเพื่อนำมาพิจารณาคดี ซึ่งจะมีขึ้นที่กรุงเฮก ของเนเธอร์แลนด์

อย่างไรก็ตาม ICC ไม่มีกำลังตำรวจของตัวเอง และจะต้องพึ่งพาประเทศต่าง ๆ ในการจับกุมผู้ต้องสงสัย

แต่รัสเซียไม่ใช่สมาชิกของ ICC เพราะได้ถอนตัวออกไปในปี 2016 ดังนั้นประเทศจึงไม่ต้องส่งตัวประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เข้ารับการพิจารณาคดีที่ศาลนี้

แต่หากผู้ต้องสงสัยเดินทางไปยังประเทศอื่นที่เป็นสมาชิก ICC ก็สามารถถูกจับกุมได้ แต่มีแนวโน้มค่อนข้างน้อย

ปูติน หรือผู้นำคนอื่นจะถูกพิจารณาคดีได้ไหม

การจะพิจารณาทหารผู้ก่อเหตุในความผิดฐานก่ออาชญากรรมสงครามนั้น ทำได้ง่ายกว่าการเอาผิดบรรดาผู้นำที่เป็นคนสั่งการ

แต่ ICC ก็สามารถพิจารณาคดีในความผิดฐาน "ปลุกปั่นสงครามการรุกราน" ได้

นี่คืออาชญากรรมที่เป็นการรุกรานหรือการสู้รบที่ไม่ชอบธรรม และไม่ใช่ปฏิบัติการทางทหารเพื่อป้องกันตนเองโดยชอบธรรม

Vladimir Putin

ที่มาของภาพ, Getty Images

ความผิดดังกล่าวถูกบัญญัติขึ้นในศาลที่เมืองนูเรมเบิร์ก หลังจากผู้พิพากษาที่รัฐบาลรัสเซียส่งไปร่วมการพิจารณาคดีในตอนนั้น ได้โน้มน้าวฝ่ายสัมพันธมิตรว่า บรรดาผู้นำนาซีจะต้องรับโทษในความผิดฐานก่อ "อาชญากรรมต่อสันติภาพ"

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ฟิลิปป์ แซนด์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศของยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน ระบุว่า ICC ไม่สามารถดำเนินคดีในข้อหานี้ต่อบรรดาผู้นำรัสเซียได้ เพราะรัสเซียไม่ได้เป็นภาคีของศาลแห่งนี้

ในทางทฤษฎี คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอาจร้องขอให้ ICC ไต่สวนความผิดนี้ได้ แต่รัสเซียก็อาจใช้สิทธิวีโตข้อเสนอนี้ได้ในฐานะสมาชิกถาวร

มีทางอื่นในการเอาผิดบุคคลหรือไม่

อำนาจของ ICC และกฎหมายระหว่างประเทศในการเอาผิดบุคคลในเชิงปฏิบัตินั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่เฉพาะกับสนธิสัญญาต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัจจัยด้านการเมือง และการทูตด้วย

ศาสตราจารย์ แซนด์ส และผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ยกตัวอย่างการพิจารณคดีของศาลที่เมืองนูเรมเบิร์ก ซึ่งต้องใช้ปัจจัยทางด้านการทูตและข้อตกลงระหว่างประเทศ

เขาเรียกร้องให้เหล่าผู้นำโลกตั้งศาลพิเศษขึ้นเพื่อลงโทษผู้ก่ออาชญากรรมในการรุกรานยูเครน

line
line

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"