"อเมริกาได้รับความเคารพอีกครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน" โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงนโยบายและผลงาน ทุบสถิติสุนทรพจน์ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ชาติของเรากลับมาแล้ว" คือคำพูดแรกที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวขณะเริ่มปราศัยสุนทรพจน์ เขาเสริมด้วยว่า สหรัฐฯ ดีขึ้น ร่ำรวยขึ้น และแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา
สุทรพจน์ของเขามีความยาวประมาณ 1.48 ชม. ซึ่งยาวที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) ของสหรัฐฯ
การแถลงนโยบายประจำปี เป็นการกล่าวสุนทรพจน์สำคัญของประธานาธิบดีต่อสภาคองเกรส ถึงแนวนโยบายในปีที่จะมาถึง และเน้นย้ำถึงความสำเร็จที่ได้กระทำเพื่อชาวสหรัฐฯ
ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา การแถลงนโยบายประจำปีของสหรัฐฯ ได้กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญในปฏิทินการเมือง ทั้งถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการโต้ตอบจากฝ่ายค้านอยู่เสมอ
นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตหลายสิบคนไม่เข้าร่วมในงานแถลงนโยบายครั้งนี้เพื่อเป็นการประท้วงนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์
"อเมริกาได้รับความเคารพอีกครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"

ที่มาของภาพ, Getty Images
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มกล่าวถึงความสำเร็จและนโยบายด้านเศรษฐกิจและสงคราม ว่าเขาได้รับมรดกสถานการณ์ที่เลวร้ายมาจากรัฐบาลชุดก่อน แต่หลังจากที่รัฐบาลของเขาทำงานมาหนึ่งปี ทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลของเขาได้ "สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน" เขาเรียกมันว่าเป็น "การพลิกผันครั้งสำคัญแห่งยุคสมัย"
ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า เศรษฐกิจ "กำลังเฟื่องฟูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"
จากนั้น เสียงตะโกนคำว่า "ยูเอสเอ" (USA) ก็ดังขึ้นจากกลุ่มผู้ฟังในสภา ราวกับเป็นการพยายามกลบเสียงคนที่ตะโกนคัดค้าน
ทรัมป์กล่าวด้วยว่า วันนี้ชายแดนสหรัฐฯ "ปลอดภัย ศัตรูหวาดกลัว[สหรัฐฯ] ทหารและตำรวจมีความเพรียบพร้อม อเมริกากลับมาได้รับความเคารพอีกครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"
ต่อมา ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงผลงานด้านการจัดการผู้อพยพ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดในการหาเสียงของเขา โดยทรัมป์ยกย่องความคืบหน้าที่เขาบอกว่ารัฐบาลของเขาได้ทำในการยับยั้งการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายและการลักลอบนำยาเฟนทานิลข้ามพรมแดน
"หลังจากสี่ปีที่ชาวต่างชาติผิดกฎหมายหลายล้านคนหลั่งไหลข้ามพรมแดนของเราอย่างไม่หยุดยั้งโดยไม่มีการตรวจสอบใด ๆ ตอนนี้เรามีพรมแดนที่แข็งแกร่งและปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกาแล้ว" เขากล่าว
"การหลั่งไหลของยาเฟนทานิลที่อันตรายข้ามพรมแดนของเราเข้ามา ลดลงถึง 56% ในหนึ่งปี ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด" ทรัมป์กล่าวอ้าง พร้อมเสริมด้วยว่า การข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมายบริเวณพรมแดน สหรัฐฯ-เม็กซิโก ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปลายปีที่แล้ว
ทรัมป์อ้างอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบมากกว่าห้าปี
ในสุนทรพจน์ ทรัมป์ยังยกย่องความสำเร็จทางเศรษฐกิจของเขาด้วย
เขาเน้นย้ำไปที่อัตราเงินเฟ้อที่ลดลง และคำกล่าวอ้างที่ว่า โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดี เป็นผู้ที่บริหารงานจนทำให้เกิด "อัตราเงินเฟ้อที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ" แต่อันที่จริงแล้ว ในอดีตก่อนหน้านี้มีช่วงที่อัตราเงินเฟ้อสูงกว่าในช่วงรัฐบาลไบเดน
"แต่ใน 12 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลของผมได้ลดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 ปี" ทรัมป์กล่าวต่อสภาคองเกรส
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้นี้ยังกล่าวเสริมอีกว่า "ตลาดหุ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาลถึง 53 ครั้งนับตั้งแต่การเลือกตั้ง"
เขาอ้างว่ารัฐบาลของเขาสามารถดึงดูดการลงทุนได้มากกว่า 18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 560 ล้านล้านบาท) ภายในปีแรกของการดำรงตำแหน่งวาระที่สองของรัฐบาลทรัมป์
แต่ไม่มีหลักฐานใดที่เปิดเผยต่อสาธารณะที่สามารถใช้ยืนยันตัวเลขที่สูงขนาดนี้ได้
ทั้งนี้ ทรัมป์มักใช้ตลาดหุ้นเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดการประเมินสุขภาพของเศรษฐกิจ แต่ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าชาวอเมริกันจำนวนมากไม่พอใจกับทิศทางของเศรษฐกิจภายใต้การบริหารของทรัมป์

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
ทรัมป์ยืนหยัดในนโยบายขึ้นอัตราภาษีศุลกากร แม้ถูกศาลสูงสหรัฐฯ ตีตก
คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ ที่ตัดสินว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตจากกรณีที่เขาประกาศเรียกเก็บอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากเกือบทั่วทั้งโลกเมื่อปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในวาระที่สองของเขา
ทรัมป์กล่าวว่า คำตัดสินล่าสุดของศาลสูงนั้น "น่าผิดหวัง" และเป็นเรื่องที่ "โชคไม่ดี" เขากล่าวขณะกวาดสายตาไปมองผู้พิพากษา 4 ใน 9 คน ที่นั่งอยู่ในสภาคองเกรสขณะนั้น
แต่ในค่ำคืนของการกล่าวสุนทรพจน์นี้ ทรัมป์กลับมองว่าคำตัดสินนี้เป็นเพียงอุปสรรคเล็กน้อย พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะหาหนทางอื่นเพื่อดำเนินนโยบายภาษีต่อไป
เขาระบุว่าภาษีนำเข้า "จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปภายใต้สถานะทางกฎหมายทางเลือกที่ได้รับการอนุมัติและทดสอบอย่างเต็มที่แล้ว"
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เขาจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากสภาคองเกรส อัตราภาษี 15% ที่เขาบังคับใช้หลังจากคำตัดสินของศาลสูง จะหมดอายุในอีก 150 วัน หากสภาคองเกรสไม่ขยายเวลาออกไป

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
ทั้งนี้ บีบีซีเวริฟายตรวจสอบพบว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงนับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว โดยตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงาน อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.4% ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือน ม.ค. 2026 ลดลง 3% จากในเดือน ม.ค. 2025
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อดังกล่าวยังคงสูงกว่าเป้าหมาย ที่กำหนดโดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งคือ 2%
ทรัมป์อ้าง ตนยุติสงครามไปแล้วแปดครั้ง
ในช่วงหนึ่งของสุนทรพจน์ ทรัมป์ย้ำคำกล่าวอ้างของเขาอีกครั้งว่าตนได้ยุติสงครามไปแล้ว 8 ครั้งนับตั้งแต่เริ่มต้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
แต่บีบีซี เวริฟายเคยตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยสงครามทั้ง 8 ครั้ง ตามที่ทำเนียบขาวระบุ ได้แก่ สงครามระหว่าง:
- อิสราเอลและฮามาส
- อิสราเอลและอิหร่าน
- ปากีสถานและอินเดีย
- รวันดาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
- ไทยและกัมพูชา
- อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจาน
- อียิปต์และเอธิโอเปีย
- เซอร์เบียและโคโซโว
ทั้งนี้ อาจเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ประธานาธิบดีจะอ้างความดีความชอบในการช่วยไกล่เกลี่ยข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาส แต่สำหรับความขัดแย้งอื่น ๆ บางความขัดแย้งเกิดขึ้นเป็นเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
ในกรณีหนึ่ง "สงคราม" ระหว่างอียิปต์และเอธิโอเปียเป็นเพียงข้อพิพาทเกี่ยวกับการสร้างเขื่อน และไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นจริง
"สงครามต่อต้านการฉ้อโกง"
ทรัมป์กล่าวต่อสภาคองเกรสว่า รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ จะเป็นผู้นำ "สงครามต่อต้านการฉ้อโกง"
เขากล่าวว่ามี "การทุจริตที่กำลังปล้นอเมริกา" ในสี่รัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครต ได้แก่ มินนิโซตา แคลิฟอร์เนีย แมสซาชูเซตส์ และเมน พร้อมเสริมว่าการปราบปรามของแวนซ์มีผลบังคับใช้มาแล้วสี่เดือน และเสริมว่า "หากเราสามารถค้นพบการคอร์รัปชันเหล่านั้นได้มากพอ เราจะมีงบประมาณที่สมดุลได้ในชั่วข้ามคืน"
อย่างไรก็ตาม อิลฮาน โอมาร์ สมาชิกพรรคเดโมแครตจากมินนิโซตา ซึ่งเป็นชาวโซมาลี-อเมริกันคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาคองเกรส ตะโกนว่าทรัมป์เป็นคนโกหก ขณะที่เขากล่าวสุนทรพจน์
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมาย "Save America Act" (อาจแปลเป็นไทยได้ว่า ร่างกฎหมายปกป้องอเมริกา) ซึ่งจะกำหนดให้ประชาชนต้องแสดงหลักฐานการเป็นพลเมืองเมื่อลงทะเบียนเลือกตั้ง เนื่องจากใกล้ถึงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ แล้ว
ทรัมป์ระบุว่ากฎหมายนี้จะปกป้องการโกงการเลือกตั้งที่ "แพร่หลาย"
"เหตุผลที่พวกเขา (พรรคเดโมแครต) ไม่ต้องการทำ... [ก็เพราะ] พวกเขาต้องการโกง" ทรัมป์กล่าว
โดยพรรคเดโมแครตอ้างว่า กฎหมายนี้อาจขัดขวางพลเมืองที่เปลี่ยนชื่อและคนอื่น ๆ จากการลงคะแนนเสียง

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
ทรัมป์กล่าวถึงปฏิบัติการต่าง ๆ และเตือนอิหร่านไม่ให้ดำเนินโครงการอาวุธนิวเคลียร์ต่อ
ทรัมป์ได้กล่าวถึงอิหร่านด้วยในสุทรพจน์ของเขา โดยกล่าวอ้างถึงปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรู้จักกันในชื่อ "ปฏิบัติการมิดไนท์แฮมเมอร์ (Operation Midnight Hammer)" ที่มุ่งเป้าไปที่โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน
"หลังจากปฏิบัติการมิดไนท์แฮมเมอร์ พวกเขาได้รับการเตือนแล้วว่าต้องหยุดความพยายามในการสร้างโครงการอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่ในอนาคต แต่พวกเขาก็ยังคงทำต่อไป และในขณะนี้ [อิหร่าน] กำลังดำเนินการตามแผนการนิวเคลียร์ที่ชั่วร้ายอีกครั้ง" ทรัมป์กล่าว
ทรัมป์เสริมด้วยว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะไม่สร้างอาวุธนิวเคลียร์
เขายังชื่นชมการโจมตีเรือลักลอบขนยาเสพติดในน่านน้ำนอกชายฝั่งอเมริกาใต้ด้วย ซึ่งเขากล่าวว่าช่วยหยุดยั้งยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในสหรัฐฯ รวมถึงปฏิบัติการการจับกุม นิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลาเมื่อเดือนที่แล้วด้วย
ทรัมป์กล่าวว่าปฏิบัติการดังกล่าวได้ยุติการปกครองของ "เผด็จการนอกกฎหมาย"

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
"มีหลายอย่างที่เขากำลังทำให้แย่ลง" ตัวแทนพรรคเดโมแครตแถลงโต้ทรัมป์

ที่มาของภาพ, Getty Images
หลังจบสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ อบิเกล สแปนเบอร์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐเวอร์จิเนีย ในนามของพรรคเดโมแครต ได้ออกมาแถลงการณ์ตอบโต้ โดนัลด์ ทรัมป์ ในหลายประเด็น
เธอกล่าวว่าเธอมีคำถามสามข้อสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ได้แก่ "ประธานาธิบดีกำลังทำงานเพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นหรือไม่ ? เขากำลังทำงานเพื่อรักษาความปลอดภัยของชาวอเมริกันทั้งในและต่างประเทศหรือไม่ ? ประธานาธิบดีกำลังทำงานเพื่อคุณหรือไม่ ?"
เธอกล่าวว่าคำตอบสำหรับทั้งสามข้อคือ เขาไม่ได้ทำ พร้อมบอกด้วยว่าสุนทรพจน์ของทรัมป์ เต็มไปด้วยคำโกหก
"เขาโกหก เขาโยนความผิดให้ผู้อื่น และเขาเบี่ยงเบนความสนใจ และเขาไม่ได้เสนอทางออกที่แท้จริงสำหรับความท้าทายเร่งด่วนของประเทศชาติ ซึ่งมีหลายอย่างที่เขากำลังทำให้แย่ลง" เธอบอ โดยสแปนเบอร์เกอร์ หมายถึงการปราบปรามผู้อพยพของทรัมป์
เธอกล่าวว่าทรัมป์ได้ทำลายชื่อเสียงระดับโลกของอเมริกาในฐานะพลังแห่งความดี และบอกด้วยว่า เขาไม่ได้รักษาความปลอดภัยให้กับชาวอเมริกันทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ทั้งนี้ สุนทรพจน์ของเธอจบลงในเวลาไม่ถึง 15 นาที































