รัสเซีย ยูเครน : ชาวเมืองบูชาเผยทหารรัสเซียลากคนไปยิงทิ้งริมถนน ปาระเบิดใส่บ้านไม่เลือกหน้า

ที่มาของภาพ, AFP
หลังข้อเท็จจริงเรื่องการสังหารหมู่ที่เมืองบูชาของยูเครนแพร่ออกไปสู่สายตาชาวโลก เริ่มมีการเปิดเผยถึงกรณีที่กองกำลังรัสเซียสังหารพลเรือนอย่างโหดเหี้ยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยล่าสุดผู้สื่อข่าวของบีบีซีได้พบกับนางอิรีนา อับรามอฟ ซึ่งสามีของเธอถูกลากตัวออกจากบ้านไปยิงทิ้งที่ริมถนน ทั้งยังถูกปาระเบิดใส่บ้านและโดนบังคับให้อพยพออกจากเมืองด้วย
นางอิรีนาเล่าว่า ทหารรัสเซียหน่วยหนึ่งซึ่งมาจากเชชเนีย ได้พังประตูบุกเข้ามาในบ้านของเธอที่ถนนยาบลอนสกา (Yablonska) ก่อนจะกราดยิงไปทั่วและลากเอาตัวนายโอเล็ก สามีวัย 40 ปีของเธอออกไปที่ถนน ก่อนจะบังคับให้เขาคุกเข่าลงและจ่อยิงในระยะเผาขน
เท่านั้นยังไม่พอ พวกทหารยังขว้างระเบิดมือเข้าไปในบ้านของเธอ ทำให้ตัวบ้านได้รับความเสียหายและเกิดเพลิงไหม้รุนแรงในทันที นายโวโลดิมีร์วัย 72 ปี ซึ่งเป็นพ่อของอิรีนา พยายามจะดับเพลิงด้วยตนเองและตะโกนเรียกให้ลูกเขยเข้ามาช่วย แต่หนึ่งในทหารเหล่านั้นกลับตะโกนเย้ยหยันว่า "โอเล็กช่วยอะไรไม่ได้แล้ว"
นางอิรีนาบอกว่า ทหารที่ยิงสามีเธอนั้นไม่ได้สอบถามหรือพูดจาอะไรกับเขาก่อนจะลงมือสังหารเลย แม้เธอจะพยายามอธิบายว่าสามีไม่ใช่ทหารยูเครน และเป็นเพียงช่างเชื่อมโลหะคนหนึ่งเท่านั้น แต่พวกทหารจากเชชเนียก็ไม่ฟัง ก่อนตายโอเล็กเอ่ยปากถามพวกทหารว่าทำเช่นนี้ทำไม แต่พวกเขาก็ไม่ตอบ
หลังยิงสามีเธอแล้ว พวกทหารที่มีกันอยู่ 4 คน ยืนดื่มน้ำอย่างสบายใจ อิรีนาที่กำลังโกรธแค้นร้องตะโกนท้าให้พวกเขายิงเธอด้วย ซึ่งก็มีทหารยกปืนขึ้นเล็งมาที่เธอหลายครั้ง แต่ในที่สุดพวกเขาก็เปลี่ยนใจลดปืนลง ก่อนที่พ่อของอิรีนาจะลากตัวเธอกลับเข้าไปในเขตรั้วบ้าน
พวกทหารจากเชชเนียยังบังคับให้เธอกับพ่อออกจากบ้านในทันที ทั้งที่ไร้สิ่งของจำเป็นติดตัวและยังสวมรองเท้าแตะอยู่ พวกเขาไปอาศัยอยู่บ้านญาติ และจำต้องทิ้งร่างของโอเล็กไว้บนถนนแห่งนั้นนานนับเดือน
เรื่องราวของอิรีนาที่สูญเสียสามี ไม่ใช่เหตุโศกนาฏกรรมเดียวที่เกิดขึ้นกับชาวเมืองบูชา นายอนาโตลี เฟโดรุก นายกเทศมนตรีเมืองบูชากล่าวกับบีบีซีว่า มีชาวเมืองถูกกองกำลังรัสเซียสังหารถึง 320 ราย และตัวเขาเองได้พบเห็นความโหดร้ายของทหารรัสเซียมาหลายครั้ง

"รถยนต์ของพลเรือนสามคันที่กำลังอพยพออกจากเมือง ถูกทหารรัสเซียกราดยิงอย่างโหดเหี้ยม มีชายที่ภรรยากำลังท้องร้องขอทหารรัสเซียไม่ให้ยิงเธอ แต่สุดท้ายภรรยาของเขาก็ถูกยิงอย่างไร้ความปราณี" นายเฟโดรุกเล่า
นายกเทศมนตรีเมืองบูชายังเรียกร้องให้นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย ซึ่งปฏิเสธข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงครามก่อนหน้านี้ ให้มาเยือนเมืองบูชาด้วยตนเอง "มาดูศพคนตายให้เห็นกับตา มาลองจ้องมองดูสายตาของเหล่าญาติ แม่ สามีภรรยา และลูก ๆ ที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า"
ยูเครนประณามรัสเซีย ไม่ควรอยู่ในคณะมนตรีความมั่นคงฯ
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) โดยชี้ให้เห็นถึงอาชญากรรมสงครามมากมายหลายคดี ซึ่งกองกำลังรัสเซียได้กระทำต่อพลเรือนในเมืองหลายแห่งของยูเครน
"คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาตินั้นมีอยู่ แต่ความมั่นคงปลอดภัยในโลกนี้กลับไม่มี" นายเซเลนสกีกล่าว
"เพราะรัสเซียทำลายความน่าเชื่อถือของยูเอ็น รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศทุกแห่งที่เป็นสมาชิกอยู่ ใช้สิทธิยับยั้งขัดขวางทุกสิ่งที่สร้างสรรค์ ใช้องค์กรแห่งระเบียบโลกเผยแพร่คำโกหก สร้างความชอบธรรมให้กับสิ่งชั่วร้ายที่ตนเองกระทำ"

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอกจากผู้นำยูเครนจะเรียกร้องให้รัสเซียพ้นจากความเป็นสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงฯ เพราะที่ผ่านมารัสเซียใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต้) ตามอำเภอใจแล้ว ผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ยังร่วมเรียกร้องให้ปลดรัสเซียออกจากคณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชน (UNHRC) อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม นายวาซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ ยังคงโต้แย้งข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงฯ โดยพยายามชี้ให้เห็นความคลาดเคลื่อนไม่คงเส้นคงวาในข้อมูลที่ยูเครนนำเสนอ แต่ก็มิได้แสดงหลักฐานใดเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์
ชาติตะวันตกเตรียมคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่ม ขยายวงถึงลูกสาวปูติน
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าจะมอบความช่วยเหลือเป็นขีปนาวุธต่อต้านรถถังแจฟเวลิน (Javelin) ให้กับยูเครนเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยเงินสนับสนุนในงวดนี้คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการมอบความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ครั้งที่ 6 นับแต่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครนเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Getty Images
รัฐบาลสหรัฐฯ ยังเตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย เพื่อเป็นการลงโทษต่อเหตุสังหารหมู่พลเรือนในยูเครน โดยคาดว่าสหรัฐฯ จะห้ามการลงทุนครั้งใหม่ และคว่ำบาตรสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซีย รวมทั้งมุ่งเป้าขยายวงการคว่ำบาตรให้ครอบคลุมไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐและครอบครัวมากขึ้น โดยอาจรวมถึงทรัพย์สินของบุตรสาวทั้งสองของประธานาธิบดีปูติน ซึ่งเกิดกับนางลุดมิลาที่เป็นอดีตภรรยา
ส่วนสเปนได้มีคำสั่งขับนักการทูตรัสเซียออกจากประเทศ หลังจากที่ฝรั่งเศส ลิทัวเนีย และเยอรมนี ได้ขับนักการทูตรัสเซียหลายสิบคนไปเมื่อวานนี้ ด้านคณะกรรมาธิการยุโรปก็กำลังพิจารณาออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแก่รัสเซียรอบใหม่ ซึ่งอาจรวมไปถึงการห้ามนำเข้าถ่านหินจากรัสเซียด้วย









