รัสเซีย ยูเครน : นักท่องเที่ยวประเทศผู้รุกรานขออยู่ในไทยต่อก่อนคิดจะย้ายไปประเทศที่สาม

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เรื่องโดย ชัยยศ ยงค์เจริญชัย ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Role, วิดีโอโดย นภสินธุ์ สามแก้วแจ่ม ผู้สื่อข่าววิดีโอ
การสู้รบกันระหว่างรัสเซียและยูเครนยังรุนแรงอยู่ และไม่มีใครรู้ได้ว่าสถานการณ์นี้จะจบลงเมื่อไหร่ อย่างไร แม้ไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็มีนักท่องเที่ยวที่มาจากรัสเซียและยูเครนจำนวนไม่น้อยที่เผชิญผลพวงจากการสู้รบแล้ว
ในช่วงเช้าของวันจันทร์ถึงศุกร์ ที่บริเวณ Royal Phuket Marina ซึ่งปกติเป็นที่พักอาศัยของนักเดินทางด้วยเรือยอร์ชส่วนตัวใน จ.ภูเก็ต ได้กลายเป็นสถานที่รวมตัวของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย เมื่อสถานกงสุลของสหพันธรัฐรัสเซียประจำจังหวัดภูเก็ต ตัดสินใจเปิดสำนักงานชั่วคราวเพื่อให้ความช่วยเหลือกับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่ไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้
บีบีซีไทยเดินทางไปพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียในพื้นที่ จ.ภูเก็ต โดยมีครอบครัวหนึ่งที่เดินทางมากัน 3 คนพร้อมลูกสาววัย 4 ปี ให้ข้อมูลว่าพวกเขาไม่สามารถใช้บัตรเครดิตเพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านได้ และพวกเขายังไม่สามารถนำเงินออกมาจากรัสเซียเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้
"ตอนนี้พวกเรากลัวมาก เราไม่มีเงินมากพอที่จะเดินทางกลับไปรัสเซีย เพราะค่าตั๋วเครื่องบินของทั้งครอบครัวแพงกว่าเดิมหลายเท่าตัวมาก ผมเพิ่งได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากเพื่อน ๆ และเรามาที่นี่เพื่อขอเอกสารไปยื่นต่อวีซ่าในการอยู่ต่อในไทยอย่างถูกกฎหมาย" ชายชาวรัสเซียผู้ไม่ประสงค์จะออกนามกล่าว
"แต่สิ่งที่ผมกลัวมากกว่าคือคนในหมู่บ้านผมที่ไซบีเรียเริ่มนำธงสวัสดิกะมาแขวนกันหน้าบ้านแล้ว ผมไม่อยากกลับบ้านเพราะผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำของปูติน และผมไม่อยากไปอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่มีแนวคิดสนับสนุนปูติน แต่ผมไม่รู้จะไปที่ไหนต่อ" เขาพูดด้วยความหวาดกลัวก่อนจะรีบเดินทางไปสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในเมืองภูเก็ตเพื่อขอต่อวีซ่า
นอกจากนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียกลุ่มนี้แล้ว ยังมีอีกหลายคนที่ยังติดค้างตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ที่ยังรอได้รับความช่วยเหลือทั้งจากทางสถานทูตและจากคนรู้จักในประเทศต้นทางของพวกเขา

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai
"ผมไม่ได้ทำอะไรผิด"
สำนักงานชั่วคราวของสถานกงสุลสหพันธรัฐรัสเซียใน จ.ภูเก็ต เปิดให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียตั้งแต่ 09.00-12.00 น. และในช่วงเวลา 3 ชั่วโมงของวันทำการก็มีชาวรัสเซียเข้ามาขอความช่วยเหลือกว่า 100 คนต่อวัน
หนึ่งในนั้นคืออเล็กซานเดอร์ นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียวัย 27 ปี ที่มาขอจดหมายรับรองจากสถานกงสุลฯ เพื่อไปยื่นต่อสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในการทำเรื่องอยู่ต่อจนกว่าเขาจะพร้อมเดินทางกลับประเทศ
"ตอนนี้ผมไม่สามารถใช้เงินได้เลย บัตรเครดิตของผมก็ถูกระงับ และค่าเงินก็แย่ลงทุกวัน ผมเลยมาที่นี่เพื่อมาขอความช่วยเหลือเพื่ออยู่ต่อให้ได้อีกหนึ่งเดือนก่อนจะเดินทางกลับบ้านที่กรุงมอสโก" อเล็กซานเดอร์อธิบาย
"มีคนมาถามผมหลายคนว่าไประเบิดยูเครนทำไม ผมต้องบอกหลายต่อหลายคนว่าผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมไม่ได้วางระเบิดในยูเครน ความผิดเดียวที่ผมมีคือเลือกปูตินเข้าไปเป็นประธานาธิบดี"
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า มีนักท่องเที่ยวรัสเซียราว 3,100 คนที่ติดอยู่ในภูเก็ต อีกกว่า 2,000 คน บนเกาะสมุย ส่วนที่เหลืออีกเกือบ 3,000 รายกระจายอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ เช่น กระบี่ พังงา และใน กทม. ซึ่งขณะนี้ ททท. กำลังหาทางช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ต้องการเดินทางกลับรัสเซีย ซึ่งอาจมีการจัดเที่ยวบินพิเศษเพื่อส่งกลับประเทศ

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai
เชื่อรัฐบาลมากเกินไป
ชาวยูเครนที่ยังอยู่ในพื้นที่ภูเก็ตต่างไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่รัสเซียทำต่อยูเครน และพวกเขาแสดงออกโดยการรวมตัวกันชุมนุมต่อต้านสงคราม โดยครั้งแรกพวกเขานัดรวมตัวกันที่บริเวณหน้าสำนักงานชั่วคราวของสถานกงสุลสหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. และพวกเขาเพิ่งรวมตัวกันอีกครั้งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยการเดินประท้วงต่อต้านสงครามไปตามชายหาดป่าตอง
ดีมา บาเบนโก นักท่องเที่ยวชาวยูเครนอายุ 27 ปี เป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมชุมนุม เขาเข้ามาท่องเที่ยวในภูเก็ตตั้งแต่เดือน พ.ย. ปีที่แล้วภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ โดยเขาและภรรยามักจะเดินทางออกนอกประเทศในช่วงหน้าหนาวเป็นประจำทุกปีก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19
"พวกเรากำลังจะเดินทางกลับบ้านที่กรุงเคียฟก่อนจะทราบข่าว เราก็เลยเลื่อนการเดินทางกลับไปก่อนเพราะพ่อแม่ของเราเห็นว่ายังไม่ปลอดภัย พ่อของภรรยาผมเป็นทหารและรู้ข้อมูลเชิงลึก เราเลยเลือกที่จะฟังข่าวจากเขาและอยู่ต่อไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น" ดีมาอธิบาย
เขามีเพื่อนทั้งชาวยูเครนและรัสเซียใน จ.ภูเก็ตหลายราย โดยดีมาสังเกตว่าเพื่อนชาวรัสเซียของเขาที่อยู่ที่ภูเก็ต ทั้งหมดเข้าใจถึงเหตุการณ์เป็นอย่างดี และไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของปูติน

"สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือยังมีชาวรัสเซียอีกมาก โดยเฉพาะพวกที่อยู่ในรัสเซียและเข้าไม่ถึงสื่อต่างประเทศ มีความเชื่อว่าคำสั่งในการบุกยูเครนของปูตินเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และมันจะนำไปสู่ผลที่ดีต่อทั้งสองประเทศ"
"ทำไมพวกเขาถึงเชื่อสิ่งที่รัฐบาลพูดง่าย ๆ โดยไม่ไตร่ตรองหรือเช็คข่าวจากที่อื่นก่อนเลย ผมคิดว่าพวกเขาขาดเสรีภาพในการเข้าถึงสื่อ เลยทำให้พวกเขาหลงเชื่ออะไรที่รัฐบาลพูดง่าย ๆ ซึ่งแตกต่างกับประเทศเสรีอื่น ๆ ในยุโรป"
ดีมามีแผนที่จะอยู่ในภูเก็ตต่อไปจนถึงเดือน ก.ค. ก่อนจะวางแผนกลับบ้านถ้าสถานการณ์ดีขึ้น
ไม่กลับรัสเซีย
โรมัน อุซาโชฟ นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย อายุ 33 ปี เดินทางมาถึงประเทศไทยครั้งแรกในเดือน ธ.ค. 2021 โดยเขาได้พักอาศัยอยู่ที่ จ.ภูเก็ตสองสัปดาห์ ก่อนจะไปเที่ยวต่อที่เกาะสมุยและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอยู่ 2 เดือน ก่อนจะกลับมาอยู่ที่ภูเก็ตเพื่อที่จะเตรียมตัวกลับบ้านที่กรุงมอสโก
แต่เมื่อเหตุความรุนแรงในยูเครนเกิดขึ้น เที่ยวบินตรงที่เขาโดยสารมาก็ถูกยกเลิกไปแบบไม่มีกำหนด และราคาตั๋วเครื่องบินใหม่ก็สูงขึ้นทุกวัน ทำให้โรมันตัดสินใจทำเรื่องขออยู่ต่อที่ภูเก็ต เพื่อดูสถานการณ์ในรัสเซียว่าจะเป็นไปอย่างไร
"บัตรเครดิตทุกใบของผมใช้งานไม่ได้ที่นี่ แต่เพื่อน ๆ ของผมที่นู่นบอกผมว่าพวกเขายังใช้งานบัตรทุกประเภทได้อย่างปกติ แต่ชาวรัสเซียทุกคนที่อยู่ที่นี่ที่ผมรู้จักต่างก็เจอปัญหาเดียวกัน" โรมันกล่าว
"ทุกวันนี้ผมมีเงินใช้จากการโอนเงินคริปโตจากรัสเซีย เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ และโอนเงินดอลลาร์สหรัฐให้เพื่อนที่มีบัญชีที่ไทย เพื่อให้ได้เรทที่สูงกว่าเงินรูเบิล นี่เป็นวิธีเดียวที่ทำให้ผมยังมีเงินใช้อยู่"
โรมันยังมีเพื่อนทั้งชาวยูเครนและรัสเซียที่อยู่ในภูเก็ต และพวกเขาก็เคยเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันเมื่อมาถึงภูเก็ตใหม่ ๆ โดยถึงแม้จะเกิดความไม่สงบขึ้นในยูเครน แต่เพื่อน ๆ ของเขาก็ไม่ได้มีท่าทีลบ ๆ ต่อเขา
"ผมเคยเจอนักท่องเที่ยวที่มาจากยุโรปถามผมว่ามาจากที่ไหน พอผมบอกเขาไปว่าผมมาจากรัสเซีย เขาก็ถามผมทันทีเลยว่าทำไมผมถึงไปทิ้งระเบิดที่ยูเครน ผมต้องตอบแบบติดตลกไปว่าผมไม่ได้เป็นคนทำ แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร"

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai
โรมันใช้เหตุผลทางสุขภาพ ทำให้ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ โดยเขาได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อได้อีก 2 เดือน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้าใจถึงสถานการณ์และให้อนุญาตนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียหลาย ๆ คนได้อยู่ต่อด้วยเหตุผลนี้
"หลังจากนี้ผมจะยังไม่กลับบ้านเพราะยังไม่ไว้ใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผมมีแผนที่จะเดินทางต่อไปประเทศจอร์เจีย เพราะว่าผมสามารถเข้าประเทศได้ในฐานะนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ และจะได้วีซ่าอยู่นานถึง 1 ปี นอกจากนี้ยังสามารถเปิดบัญชีธนาคารได้และยังเช่าบ้านได้อีกด้วย"
โรมันบอกว่าคนที่เขารู้จักหลายคนเลือกใช้วิธีนี้เช่นกัน โดยบางคนเรื่องที่จะไปจอร์เจีย และหลาย ๆ คนก็หนีไปที่ตุรกีหรือเชคโกสโลวาเกีย เพราะชาวรัสเซียหลาย ๆ คนไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ปูตินทำ จึงหลบหนีออกนอกประเทศกันหลายราย ไปยังที่ที่ปลอดภัยกว่า
"ถ้ารัฐบาลประกาศเรียกให้ผมไปเป็นทหารและต้องไปสู้รบ ผมก็จะไม่ไปเพราะผมไม่อยากไปสู้รบกับใคร นี่เป็นเหตุผลที่ผมไม่อยากกลับรัสเซีย และไปหลบอยู่ที่ประเทศอื่นก่อน" โรมันกล่าวด้วยสีหน้ากังวล
"รัสเซียมักจะมีปัญหาและตกอยู่ในวิกฤติอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้นับว่าร้ายแรงที่สุด และผมอยากให้พ่อแม่ของผมออกมาจากรัสเซียก่อนที่สถานการณ์จะแย่ไปกว่านี้"

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai
ความช่วยเหลือจากผู้ประกอบการไทย
นอกจากทางการของรัสเซีย ที่ให้ความช่วยเหลือต่อนักทักเที่ยวที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต หน่วยงานราชการและภาคเอกชนของไทยต่างก็ให้ความช่วยเหลือต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นด้วยเช่นกัน
ใน จ.ภูเก็ต ได้เปิดคอลเซ็นเตอร์ให้ความช่วยเหลือชาวรัสเซียที่ดำเนินการโดย ททท. สำนักงานภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่ของคอลเซ็นเตอร์บอกบีบีซีไทยว่าโดยเฉลี่ยมีชาวรัสเซียโทรศัพท์เข้ามาขอความช่วยเหลือประมาณ 20-30 สายต่อวัน โดยปัญหาหลักๆ จะเป็นเรื่องเงิน เรื่องเที่ยวบิน
เอกศิสร์ จันทวรรณ์ ผู้จัดการโฮสเทล BeachPackers ที่หาดป่าตองก็เป็นหนึ่งในตัวแทนจากภาคเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือแก่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียด้วยเช่นกัน โดยเขาให้เหตุผลว่ามีเพื่อนที่มาจากสองประเทศนี้เยอะ เขาจึงปรึกษากับเจ้าของโรงแรมที่มีอยู่ทั้งที่ภูเก็ตและพัทยา ว่าจะนำจุดไหนมาเป็นจุดรองรับนักท่องเที่ยว และคิดว่าโฮสเทลที่ป่าตองนี้น่าจะเหมาะสมที่สุด

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai
"เราเริ่มต้นรับนักท่องเที่ยวเข้ามาพักแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เราจะคัดกรองคนที่เดือนร้อนจริง ๆ ก่อน โดยเน้นไปที่กลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็กที่มีปัญหาติดขัดเรื่องการเดินทางจริง ๆ ก่อน ตอนนี้เรารับแขกชาวรัสเซียเข้ามาแล้ว 25 คน และเรามีกำลังรับได้ไม่เกิน 50 คน" เอกศิสร์อธิบาย
"ทางเจ้าของเห็นชอบแล้วว่าจะให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อยู่ไปจนกว่าที่พวกเขาพร้อมที่จะกลับบ้าน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ"
เอกศิสร์อธิบายเพิ่มเติมว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในยูเครน แขกที่เข้ามาพักตามโรงแรมต่าง ๆ ในเครือของเขาที่เรามีก็ลดน้อยลง โดยตอนนี้แขกที่เข้าพักในเครือโรงแรมเป็นชาวรัสเซีย 20% แต่ก่อนหน้านี้มีมากถึง 50%
"เราก็มีความกังวลว่าการที่เรารับนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเข้ามา จะถูกมองไม่ดีจากนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น แต่ตอนนี้เรามองความเป็นเพื่อนมนุษย์มากกว่า และผมเชื่อว่านักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นก็คิดเช่นนั้น" เอกศิสร์กล่าวปิดท้าย











