รัสเซีย ยูเครน : ประกาศเคอร์ฟิวเคียฟ-เซเลนสกีแนะทหารรัสเซียยอมจำนน

ที่มาของภาพ, Handout via REUTERS
ทางการกรุงเคียฟประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานเป็นเวลา 35 ชั่วโมง ตั้งแต่ 20:00 น. ของ 15 มี.ค. ไปจนถึง 07:00 น. ของ 17 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หลังเมืองหลวงยูเครนถูกทิ้งระเบิดอย่างหนัก
นายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุว่า คำสั่งดังกล่าวห้ามการเดินทางใด ๆ ภายในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ ยกเว้นกรณีที่เดินทางไปยังที่หลบภัย เขาเปรียบเมืองหลวงแห่งนี้ว่าเป็นหัวใจของยูเครน ขณะเดียวกันก็เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเสรีภาพและเสถียรภาพของยุโรป ซึ่งจะได้รับการปกป้อง
"วันนี้คือช่วงเวลาที่ยากลำบากและอันตราย นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราขอให้ชาวกรุงเคียฟทุกคนเตรียมตัวอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลา 2 วัน หรืออยู่ในที่หลบภัยเมื่อสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น" นายคลิตช์โก กล่าว
เขาเผยว่า เหตุโจมตีทางอากาศในกรุงเคียฟเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเรียกร้องให้ทหารรัสเซียยกธงขาวยอมแพ้ โดยชี้ว่าพวกเขาจะได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม อย่างที่ทหารเหล่านี้ไม่ได้รับการปฏิบัติจากกองทัพของตนเอง
นายเซเลนสกีกล่าวเรื่องนี้ระหว่างการแถลงทางโทรทัศน์เมื่อคืน 14 มี.ค. ว่า กองทัพรัสเซียกำลังเผชิญความสูญเสียอย่างหนักระหว่างการบุกยูเครน และเป็นความสูญเสียที่ใหญ่หลวงยิ่งกว่าในสงครามเชชเนีย
ผู้นำยูเครนกล่าวว่า กองทัพรัสเซียเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาจะไม่ได้อะไรจากการทำสงครามครั้งนี้ พร้อมยื่นข้อเสนอในฐานะตัวแทนของคนยูเครน
"พวกเราได้ยินบทสนทนาของพวกคุณจากการดักฟัง พวกเราได้ยินว่าพวกคุณกำลังคิดอย่างไรต่อสงครามที่บ้าบอนี้ ความอัปยศ และต่อรัฐของพวกคุณ"
"ผมรู้ว่าพวกคุณอยากมีชีวิตรอด...หากพวกคุณยอมจำนนให้กองทัพของเรา พวกเราก็จะปฏิบัติต่อคุณในแบบที่คนเราควรได้รับ อย่างเหมาะสมเยี่ยงมนุษย์"
"อันที่จริงพวกคุณไม่ได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในกองทัพของคุณ และกองทัพของพวกคุณก็ปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมต่อกองทัพของเรา พวกคุณเลือกเอาก็แล้วกัน !" นายเซเลนสกีกล่าว
ด้านนายอิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซียอ้างว่า ขณะนี้กองทัพรัสเซียสามารถเข้ายึดเมืองเคียร์ซอน (Kherson) ทางภาคใต้ของยูเครนได้โดยสมบูรณ์แล้ว อย่างไรก็ตาม บีบีซียังไม่สามารถพิสูจน์คำกล่าวอ้างนี้ได้

ที่มาของภาพ, EPA
เคียฟโจมตียากกว่าที่คิด
แม้ขณะนี้กรุงเคียฟจะเผชิญการโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่หลายฝ่ายมองว่าปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียครั้งนี้ไม่ง่ายดายอย่างที่คาด โดยนายเจมส์ เคลเวอร์ลี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า แผนการโจมตีของรัสเซียใช้ไม่ได้ผลอย่างที่คาดไว้ และต้องเผชิญการสู้กลับอย่างเข้มแข็งจากยูเครน
นายทหารระดับสูงของยูเครนอธิบายเรื่องนี้ต่อ เจเรมี โบว์เอน ผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า ลักษณะเฉพาะและปัจจัยต่าง ๆ ของกรุงเคียฟทำให้เมืองหลวงแห่งนี้มีความแข็งแกร่งรับการโจมตีได้ดีกว่าที่รัสเซียคาดการณ์ไว้
พลเอก อันดรี คริสเชนโก ผู้บัญชาการการป้องกันกรุงเคียฟ ยอมรับว่าแม้เมืองหลวงแห่งนี้จะมีความเสี่ยงจากการถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและปืนใหญ่ แต่ก็มีความได้เปรียบในการสู้รบทางภาคพื้น เพราะลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นที่ลุ่มป่าพรุมีดินเลนเฉอะแฉะ และมีแม่น้ำนีเปอร์ตตัดผ่านใจกลางเมือง รวมทั้งมีแม่น้ำสายย่อยต่าง ๆ อีกหลายสายไหลผ่าน จึงทำให้การเคลื่อนกำลังพลขนาดใหญ่เข้าโจมตีของรัสเซียทำได้ยากขึ้น
นอกจากนี้ พลเอก คริสเชนโก ซึ่งดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีกรุงเคียฟด้วย ระบุว่า อีกความได้เปรียบของเมืองนี้คือการเป็นเมืองอุตสาหกรรม จึงทำให้มีความพร้อมที่จะใช้โรงงานที่มีอยู่รอบเมืองผลิตเครื่องป้องกันข้าศึกต่าง ๆ เช่น เครื่องกีดขวางจากคอนกรีต กระสอบทราย และสิ่งกีดขวางรถถังชนิดต่าง ๆ
ขณะที่พลเอก แซร์ฮี คนียาเซฟ เผยว่าอีกปัจจัยที่ทำให้เคียฟโจมตีได้ยากกว่าที่คิดก็คือ การที่ยูเครนใช้กำลังพลที่ทำงานอย่างเป็นระบบและมีอาวุธที่เหมาะสม ซึ่งทำการ เช่น ระเบิดสะพานที่เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการเข้าตีกรุงเคียฟ อีกทั้งมีการตั้งแนวรับต่อทหารรัสเซียที่พยายามรุกคืบเข้ามาในเมืองอย่างแข็งขัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี เซเลนสกี แถลงถึงสถานการณ์สงครามว่า กองกำลังรัสเซียผู้รุกรานกำลังอยู่ในภาวะสับสน เนื่องจากไม่คาดคิดว่าจะพบกับการต้านทานที่แข็งแกร่งของฝ่ายยูเครน ทหารรัสเซียจำนวนไม่น้อยจึงตัดสินใจหนีทัพและทิ้งอาวุธยุทโธปกรณ์ไว้ในสนามรบจำนวนมาก
"เราจึงยึดเอาสิ่งของเหล่านี้จากข้าศึก เพื่อนำมาใช้ปกป้องยูเครน อันที่จริงแล้วกองทัพรัสเซียคือหนึ่งในผู้จัดส่งสรรพาวุธรายใหญ่ให้กับกองทัพของเราในขณะนี้ พวกเขาคงไม่อาจจะจินตนาการถึงเรื่องเช่นนี้ได้แม้ในฝันร้าย" ผู้นำยูเครนกล่าว
ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนหนึ่ง เผยแพร่ภาพนิ่งและคลิปวิดีโอที่อ้างว่า พบยานยนต์ทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียนับพันชิ้น ถูกทิ้งไว้กระจัดกระจายในหลายพื้นที่ของยูเครน โดยมีตั้งแต่รถบรรทุกทหาร รถลำเลียงพลหุ้มเกราะ รถถังหนัก ไปจนถึงเครื่องยิงจรวดต่อต้านอากาศยาน ซึ่งดูแล้วไม่มีร่องรอยถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายใด ๆ จากภายนอก ส่วนเครื่องกระสุนในอาวุธเหล่านี้ถูกใช้ไปเพียงบางส่วนหรือยังไม่ได้ใช้เลย

ที่มาของภาพ, Facebook/Zelensky
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่ามีความเป็นไปได้อยู่บ้างที่อาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ถูกทิ้งอย่างจงใจ โดยอาจเป็นส่วนหนึ่งของการปรับแผนกลยุทธ์บางอย่างของรัสเซีย
ด้านเจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า รายงานข่าวกรองแจ้งถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากในการเคลื่อนพลของกองกำลังรัสเซีย ซึ่งอยู่ในภาวะหยุดชะงักเกือบทุกแนวรบ เนื่องจากพบกับการต่อต้านที่แข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม โดยส่วนของกองกำลังรัสเซียที่อยู่ระหว่างเคลื่อนพลเข้าปิดล้อมกรุงเคียฟนั้น ยังคงติดอยู่ที่สนามบินฮอสโทเมลทางตะวันตกเฉียงเหนือ
รายงานดังกล่าวยังระบุว่า ไม่พบความเคลื่อนไหวว่ารัสเซียได้เสริมกำลังพล หรือจัดส่งเสบียงอาวุธเพิ่มเติมให้แก่กองกำลังของตนในยูเครนแต่อย่างใด
กระทรวงกลาโหมยูเครนยังปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัสเซีย ซึ่งชี้ว่าเหตุยิงขีปนาวุธถล่มใจกลางของภูมิภาคโดเนตสก์เมื่อวานนี้ (14 มี.ค.) เป็นฝีมือของกองทัพยูเครน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 30 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย
โฆษกของกระทรวงกลาโหมยูเครนระบุว่า ขีปนาวุธดังกล่าวเป็นของรัสเซียอย่างไม่ต้องสงสัย โดยรัสเซียจงใจสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อโฆษณาชวนเชื่อให้ร้ายยูเครน

ที่มาของภาพ, Reuters
รัสเซียหมายหัวบริษัทผลิตอาวุธสัญชาติยูเครน
ด้านกระทรวงกลาโหมของรัสเซียแถลงตอบโต้ว่า เหตุยิงขีปนาวุธถล่มใจกลางของภูมิภาคโดเนตสก์ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียเพิ่งรับรองให้เป็นรัฐเอกราชนั้น เป็นฝีมือของรัฐบาลยูเครนและอุตสาหกรรมผลิตอาวุธของยูเครนต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย
แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่เผยแพร่ทางออนไลน์ระบุว่า "กองทัพยูเครนใช้ขีปนาวุธทอชกา-ยู (Tochka-U) ยิงถล่มโดเนตสก์ ดังนั้นกองทัพรัสเซียจะดำเนินปฏิบัติการทำลายบริษัทต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมผลิตอาวุธของยูเครนให้สิ้นซาก เพราะเป็นแหล่งผลิตอาวุธให้กับพวกชาตินิยมได้ใช้"
"เราขอเตือนให้พลเรือนที่ทำงานกับบริษัทเหล่านี้ รวมทั้งผู้ที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง รีบย้ายออกจากพื้นที่อันตรายโดยด่วน"

ที่มาของภาพ, Getty Images
แม้ทางการรัสเซียจะมีท่าทีแข็งกร้าวดังข้างต้น แต่ชาวรัสเซียภายในประเทศจำนวนไม่น้อยยังคงออกมาประท้วงต่อต้านการก่อสงคราม โดยล่าสุดพนักงานหญิงของสถานีโทรทัศน์ช่อง 1 ซึ่งเป็นของรัฐบาลรัสเซีย ได้เข้ามาปรากฎตัวในรายการข่าวโดยพลการ ทั้งถือป้ายข้อความ "ไม่เอาสงคราม" ที่ด้านหลังของผู้ประกาศหญิงซึ่งกำลังอ่านข่าวอยู่อีกด้วย
ป้ายประท้วงดังกล่าวยังมีข้อความว่า "อย่าฟังข่าวโฆษณาชวนเชื่อ พวกเขาโกหกคุณ ชาวรัสเซียไม่เอาสงคราม"
ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีเซเลนสกีของยูเครน ได้กล่าวขอบคุณชาวรัสเซียที่ออกมาประท้วงและตีแผ่ความจริงเกี่ยวกับสงครามรุกรานยูเครน ทั้งยังขอบคุณนางมารินา ออฟซานนิโควา ผู้ประท้วงที่ปรากฏตัวในรายการข่าวของรัสเซียเป็นพิเศษด้วย

ที่มาของภาพ, Channel One
ศาลโลกเตรียมตัดสินคดีรัสเซียใช้ข้ออ้างเท็จรุกรานยูเครน
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในกรุงเฮกของเนเธอร์แลนด์ จะมีคำพิพากษาในวันพุธที่ 16 มี.ค.นี้ ในกรณีที่รัฐบาลยูเครนยื่นฟ้องรัสเซียว่า ใช้เหตุผลที่เป็นเท็จสร้างความชอบธรรมในการรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน
เนื้อหาในคำฟ้องของฝ่ายยูเครนชี้ว่า รัสเซียกุเรื่องที่กองทัพยูเครนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนเชื้อสายรัสเซียในภูมิภาคดอนบาส เพื่อเอามาเป็นข้ออ้างในการโจมตีรุกรานยูเครนอย่างไร้ความชอบธรรม
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้จัดการไต่สวนกรณีนี้ครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่ของทางการรัสเซียไม่ได้มาปรากฎตัวต่อศาลในวันดังกล่าว
นอกจากคดีในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศแล้ว รัสเซียยังถูกศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ไต่สวนในคดีอาชญากรรมสงคราม ซึ่งรัสเซียถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธต้องห้ามและโจมตีทำร้ายพลเรือนยูเครนโดยไม่เลือกหน้า

ที่มาของภาพ, Getty Images











