รัสเซีย ยูเครน : เครมลินปฏิเสธข้ออ้างสหรัฐฯ ไม่เคยขอความช่วยเหลือทางการทหารจากจีน

ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว และสร้างความกังวลไปทั่วโลก

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครนเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 แล้ว และสร้างความกังวลไปทั่วโลก

รัสเซียระบุ ไม่เคยร้องขอให้จีนช่วยเหลือทางการทหาร หลังจากที่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์และนิวยอร์กไทมส์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ผู้หนึ่งได้เปิดเผยเรื่องที่รัสเซียขอการสนับสนุนด้านอาวุธยุทโธปกรณ์กับจีน เพื่อนำไปใช้ทำสงครามรุกรานยูเครน นอกจากนี้รัสเซียยังขอให้จีนมอบความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ เพื่อลดผลกระทบจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกอีกด้วย

นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียไม่เคยขอความช่วยเหลือทางการทหารจากจีน และระบุว่า รัสเซีย "มีศักยภาพในการเดินหน้าปฏิบัติการพิเศษในยูเครนต่อไปโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร"

เขากล่าวว่า แผนการของรัสเซียในปฏิบัติการยูเครนจะ "เกิดขึ้นตามที่วางไว้ทุกอย่าง" และสอดคล้องกับกำหนดเวลาเดิม

รายงานของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ระบุว่า การขอความช่วยเหลือดังกล่าวมีขึ้นตั้งแต่รัสเซียเริ่มปฏิบัติการทางทหารโจมตียูเครนเมื่อกว่าสองสัปดาห์ก่อน แต่ไม่ได้ระบุว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ที่รัสเซียร้องขอไปนั้นมีชนิดใดบ้าง

รายงานข่าวนี้มีขึ้นก่อนที่นายเจก ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ จะเข้าพบกับนายหยาง เจี๋ยฉือ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านนโยบายต่างประเทศของจีนเมื่อ 14 มี.ค. ที่กรุงโรมของอิตาลี โดยนายซัลลิแวนได้กล่าวไว้เมื่อ 13 มี.ค. ว่าจะไม่ยอมให้จีนหรือชาติใดชดเชยความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับรัสเซียเด็ดขาด

อย่างไรก็ตามนายหลิว เผิงอวี่ โฆษกประจำสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตันของสหรัฐฯ กล่าวตอบโต้รายงานข่าวข้างต้นว่าทางการจีนไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ยืนข้างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน

ที่มาของภาพ, Getty Images

"สถานการณ์ในยูเครนตอนนี้ปั่นป่วนวุ่นวายจริง ๆ แต่เป้าหมายสำคัญอันดับต้นของจีนในขณะนี้ คือป้องกันไม่ให้ความตึงเครียดยกระดับสูงขึ้น หรือไปถึงขั้นที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป" นายหลิวกล่าว

ก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐฯ เคยเตือนจีนว่า หากลงมือช่วยรัสเซียหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ จะต้องได้รับผลตอบสนองที่เลวร้ายอย่างแน่นอน ทว่าในปัจจุบันจีนยังคงวางท่าทีเป็นกลางในประชาคมนานาชาติต่อเรื่องดังกล่าว เว้นแต่ไม่ยอมประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซียเท่านั้น

รัสเซียยังไม่ยืนยันจะไม่ยึดกรุงเคียฟ

โฆษกรัฐบาลรัสเซีย กล่าวว่า รัฐบาลรัสเซียมีแผนที่จะเลี่ยงการบาดเจ็บล้มตายของพลเรือน และงดเว้นการบุกพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก รวมถึงกรุงเคียฟ ด้วย

ผู้หญิงคนหนึ่งได้รับการช่วยชีวิตออกมาจากบ้านของเธอในกรุงเคียฟ หลังจากถูกโจมตีด้วยปืนใหญ่

ที่มาของภาพ, State Emergency Service of Ukraine/Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้หญิงคนหนึ่งได้รับการช่วยชีวิตออกมาจากบ้านของเธอในกรุงเคียฟ หลังจากถูกโจมตีด้วยปืนใหญ่

แต่ในการกล่าวผ่านการถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์รอสซิยา 24 ทีวี นายเปสคอฟ กล่าวว่า สงครามในเมือง "จะนำไปสู่การบาดเจ็บล้มตายของประชาชนจำนวนมากอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้" และกล่าวเพิ่มเติมว่า "กระทรวงกลาโหม แม้ว่าจะรักษาความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนที่อยู่ในความสงบ แต่ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการที่จะเข้าควบคุมศูนย์กลางที่มีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก...ยกเว้นพื้นที่ที่ใช้ในการขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเท่านั้น"

เขากล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป "กำลังผลักดันรัสเซียให้บุกเมืองสำคัญต่าง ๆ ในยูเครน โดยเห็นว่า จะโยนความรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของพลเรือนให้แก่ประเทศของเรา"

"เราคิดว่า สถานการณ์เช่นนั้น เป็นการยั่วยุ" เขากล่าวเพิ่มเติม

เศษชิ้นส่วนขีปนาวุธถทำให้รถบัสเสียหายและทำให้เกิดเพลิงไหม้อาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟ หลังจากที่ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศสกัดขีปนาวุธของยูเครนลูกนี้

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เศษชิ้นส่วนขีปนาวุธถทำให้รถบัสเสียหายและทำให้เกิดเพลิงไหม้อาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟ หลังจากที่ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศสกัดขีปนาวุธของยูเครนลูกนี้

รัสเซียอ้างศูนย์ฝึกทหารที่ถูกถล่มเป็นแหล่งซ่องสุมนักรบต่างชาติ

กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า การโจมตีศูนย์ฝึกทหารเมืองยาโวริฟทางภาคตะวันตกของยูเครน ซึ่งอยู่ห่างจากแนวพรมแดนด้านที่ติดกับโปแลนด์เพียงไม่ถึง 10 กิโลเมตร ได้ทำให้บรรดา "ทหารรับจ้างต่างชาติ" เสียชีวิตไปราว 180 คน ทั้งยังทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ต่างชาติส่งมาให้ยูเครนไปเป็นจำนวนมาก

โฆษกของกระทรวงกลาโหมรัสเซียยังระบุว่า ทางกองทัพของตนจะยังคงโจมตีเป้าหมายที่เป็นเหล่านักรบอาสาสมัครจากต่างประเทศต่อไป ตราบใดที่คนเหล่านี้เข้าร่วมกับกองกำลังยูเครน

เมื่อ 13 มี.ค. กองกำลังรัสเซียยิงขีปนาวุธ 30 ลูก เข้าใส่ศูนย์รักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ (International Peacekeeping and Security Centre--IPSC) ที่เมืองยาโวริฟ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 35 ราย บาดเจ็บ 130 ราย ซึ่งตามปกติแล้วศูนย์แห่งนี้เป็นสถานที่ฝึกทักษะทางทหารและซ้อมรบร่วมระหว่างกองทัพยูเครนกับกองกำลังนาโต

ทหารสหรัฐฯและยูเครนร่วมซ้อมรบที่ศูนย์ฝึกทหารแห่งหนึ่ง เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ทหารสหรัฐฯและยูเครนร่วมซ้อมรบที่ศูนย์ฝึกทหารแห่งหนึ่ง เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

ทางการสหรัฐฯ ปฏิเสธว่า ไม่มีทหารของตนอยู่ที่ศูนย์ฝึกดังกล่าวขณะถูกโจมตี เจ้าหน้าที่ขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโตก็ปฏิเสธเช่นกันว่า ไม่มีคนของชาติสมาชิกนาโตอยู่ที่นั่นขณะเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม รายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซียดูจะชี้เป็นนัยว่า ศูนย์ฝึกทหารร่วมของยูเครนและนาโตเป็นแหล่งซ่องสุมฝึกฝนบรรดานักรบต่างชาติ ซึ่งเดินทางเข้ามาเพื่อช่วยเหลือยูเครนต่อต้านกองทัพรัสเซีย ทั้งยังเป็นคลังเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ส่งมาจากต่างประเทศด้วย

เหตุโจมตีครั้งนี้ทำให้ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เรียกร้องอีกครั้งต่อชาติตะวันตกให้สนับสนุนเครื่องบินรบคุ้มกัน รวมทั้งประกาศให้น่านฟ้ายูเครนเป็นเขตห้ามบิน เพื่อความปลอดภัยของน่านฟ้าชาติสมาชิกนาโตด้วย ทว่าโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ปฏิเสธหนักแน่นอีกครั้งว่า ไม่อาจทำตามคำขอดังกล่าว เพราะจะยกระดับความขัดแย้งให้กลายเป็นสงครามระหว่างมหาอำนาจผู้ครอบครองนิวเคลียร์สองประเทศ

นิตยสารไทม์ไว้อาลัยนักข่าวที่ถูกสังหาร

กองบรรณาธิการนิตยสารไทม์ (Time Magazine) ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการจากไปของเบรนต์ เรโนด์ ผู้สื่อข่าวและผู้ถ่ายทำภาพยนตร์มือรางวัลชาวอเมริกันวัย 50 ปี ซึ่งถูกกองกำลังรัสเซียยิงเสียชีวิต ระหว่างถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับผู้อพยพให้นิตยสารไทม์ ที่เมืองเอียร์ปินใกล้กรุงเคียฟ

ผู้สื่อข่าวอีก 2 คนที่อยู่ในเหตุการณ์และได้รับบาดเจ็บบอกว่า ทหารรัสเซียกราดยิงเข้าใส่พวกเขาขณะนั่งรถผ่านจุดตรวจแห่งหนึ่ง ทำให้เรโนด์ ถูกกระสุนปืนที่บริเวณลำคอและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายเบรนท์ รีนาวด์ นักข่าวชาวอเมริกัน ซึ่งถูกทหารรัสเซียยิงเสียชีวิตที่เมืองเอียร์ปิน (Irpin) นอกกรุงเคียฟของยูเครน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เบรนต์ เรโนด์ นักข่าวชาวอเมริกัน ซึ่งถูกทหารรัสเซียยิงเสียชีวิตที่เมืองเอียร์ปิน (Irpin) นอกกรุงเคียฟของยูเครน

แถลงการณ์ไว้อาลัยของนิตยสารไทม์ระบุว่า พวกเขาได้สูญเสียผู้สื่อข่าวที่มากความสามารถ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาแล้วทั่วโลก แถลงการณ์ยังเน้นย้ำว่า การที่สื่อมวลชนสามารถรายงานเหตุสงครามและวิกฤตทางมนุษยธรรมที่เกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัยนั้น ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

กรณีของเรโนด์ เป็นการเสียชีวิตของชาวอเมริกันรายแรกในสงครามยูเครน ทำให้ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่า กองกำลังรัสเซียจงใจหมายหัวทำร้ายสื่อมวลชน ซึ่งทางการสหรัฐฯ จะหาทางลงโทษรัสเซียในเรื่องนี้ให้ได้อย่างสาสม

อียูประณามเหตุลักพาตัวสองนายกเทศมนตรียูเครน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรป (อียู) แถลงประณามการกระทำของกองทัพรัสเซีย ซึ่งได้ลักพาตัวนายอิวาน เฟโดรอฟ นายกเทศมนตรีของเมืองเมลิโตโปล (Melitopol) และนายเยเวน มัตเวเยฟ นายกเทศมนตรีเมืองดนีโปรรุดเน (Dniprorudne) ไปกักขังไว้โดยพลการ เพื่อเตรียมจัดการปกครองในเมืองทั้งสองแห่งเสียใหม่ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย

นายโจเซป บอร์เรลล์ ฟอนเทลเลส ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป เผยแพร่ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า "สหภาพยุโรปขอประณามกองทัพรัสเซียอย่างรุนแรง ต่อการลักพาตัวนายกเทศมนตรีทั้งสองคนของยูเครน"

ทางการยูเครนกล่าวหาว่าทหารรัสเซียได้ลักพาตัวนายเยเวน มัตเวเยฟ นายกเทศมนตรีเมืองนีโปรรุดเน หลังจากรัสเซียยึดครองพื้นที่ได้สำเร็จ

ที่มาของภาพ, Dmytro Kuleba

คำบรรยายภาพ, ทางการยูเครนกล่าวหาว่าทหารรัสเซียได้ลักพาตัวนายเยเวน มัตเวเยฟ นายกเทศมนตรีเมืองดนีโปรรุดเน หลังจากรัสเซียยึดครองพื้นที่ได้สำเร็จ

"นี่เป็นอีกครั้งที่สถาบันในระบอบประชาธิปไตยของยูเครนถูกโจมตี ทั้งยังมีความพยายามจัดตั้งองค์กรปกครองทางเลือกที่ไม่ชอบธรรมขึ้น ภายในรัฐที่มีเอกราชอธิปไตยสมบูรณ์" ผู้แทนระดับสูงของอียูกล่าว

เมืองเมลิโตโปลและดนีโปรรุดเนต่างก็อยู่ทางภาคใต้ของยูเครน ซึ่งติดกับคาบสมุทรไครเมียที่รัสเซียผนวกเป็นดินแดนของตนเมื่อหลายปีก่อน โดยขณะนี้เมืองทั้งสองตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองกำลังรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ยานยนต์สะเทินน้ำสะเทินบกยกกำลังเข้าโจมตีจากชายฝั่งทะเลอาซอฟ

รายงานข่าวกรองของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรยังระบุว่า กองทัพเรือของรัสเซียได้ปิดกั้นทางออกสู่ทะเลดำของยูเครนไว้หมดแล้ว ทำให้เรือสินค้าไม่อาจแล่นออกสู่น่านน้ำสากลได้ ทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการโจมตีและยกพลขึ้นฝั่งด้วยยานยนต์สะเทินน้ำสะเทินบกอีกครั้งในเร็ววันนี้ด้วย

ส่วนที่เมืองท่ามาริยูโปล พลเรือนซึ่งติดอยู่ในวงล้อมการสู้รบกว่า 400,000 คน ยังคงเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร น้ำดื่มน้ำใช้ ยารักษาโรค ทั้งไม่มีไฟฟ้าใช้ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 2,200 คน โดยขบวนส่งความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมยังไม่สามารถเข้าถึงพวกเขาได้

คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ออกมาเรียกร้องให้มีข้อตกลงหยุดยิงและเปิดระเบียงมนุษยธรรมที่ชัดเจน เพื่อให้พลเรือนอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัย และลำเลียงความช่วยเหลือที่จำเป็นต่าง ๆ เข้าเมืองได้ ซึ่งขณะนี้ทางการยูเครนสามารถอพยพพลเรือนออกจากเขตสู้รบทั่วประเทศได้แล้ว 140,000 คน

line
line

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"