รัสเซีย ยูเครน : หญิงยูเครนเล่าประสบการณ์คลอดลูกท่ามกลางการทิ้งระเบิดของรัสเซีย ไร้น้ำ ไฟฟ้า และหมอ

Anna Tymchenko and her newborn, Alisa, 8 March 2022

ที่มาของภาพ, Anna Tymchenko

คำบรรยายภาพ, แอนนา ทิมเชนโก คลอดลูกสาวตัวน้อยเมื่อ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา
    • Author, อับดูจาอิล อับดูราซูลอฟ
    • Role, บีบีซี นิวส์, เคียฟ

แอนนา ทิมเชนโก เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอเจ็บท้องคลอดนานหลายชั่วโมง เธอและสามีติดอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ใกล้กรุงเคียฟ ซึ่งกำลังถูกถล่มอย่างหนักจากรัสเซีย ส่งผลให้เธอต้องคลอดลูกโดยไร้น้ำ ไฟฟ้า และความช่วยเหลือจากหมอ

แอนนาวัย 21 ปี และสามี อาศัยอยู่ในเมืองบูชา (Bucha) เมืองเล็ก ๆ ห่างจากกรุงเคียฟราว 30 กม.

การถล่มโจมตีอย่างหนักหน่วงของรัสเซียทำให้เธอ สามี และน้องชายต้องเข้าไปหลบภัยที่ชั้นใต้ดินของอะพาร์ตเมนต์ แต่เมื่อไฟฟ้าถูกตัด และเครื่องทำความร้อนหยุดทำงาน ที่หลบภัยจึงกลายสภาพเป็นห้องที่เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บและมืดมิด

ตอนนั้น โวโลดิเมียร์ สามีของแอนนาลังเลใจว่าจะปักหลักอยู่ที่เมืองบูชาต่อ หรือจะหอบครอบครัวหลบหนี แต่เมื่อถึงเวลาที่เขาตัดสินใจจะขับรถหนีออกจากเมือง พวกเขาก็ต้องเลี้ยวรถกลับเพราะได้ยินว่าขบวนรถทหารของรัสเซียกำลังมุ่งตรงมายังเส้นทางของพวกเขา

แอนนาเล่าให้บีบีซีฟังถึงเหตุการณ์ตอนนั้นว่า "พวกเราตัดสินใจปักหลักอยู่ที่อะพาร์ตเมนต์...ฉันเลือกที่จะคลอดลูกที่บ้าน ไม่ใช่ในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยฝุ่น ฉันหายใจลำบาก ปอดของฉันเจ็บไปหมด"

ตอนที่แอนนาเจ็บท้องคลอดช่วงค่ำคืนของวันที่ 7 มี.ค. เธอได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ที่พากันมาช่วยเธอ ทว่ากลับไม่มีคนไหนที่เคยมีประสบการณ์ทำคลอดเด็กมาก่อน

วิกตอเรีย ซาบรอดสกายา เพื่อนบ้านวัย 49 ปีของแอนนา เล่าให้บีบีซีฟังว่า พวกเขากังวลว่าหากมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นในระหว่างการทำคลอด พวกเขาจะไม่รู้ว่าจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร

ในห้องนั้นมีเพียงแสงสว่างจากแท่งเทียน ส่วนน้ำที่พวกเขาหาได้ก็เย็นเฉียบ

Anna photographed before the war began

ที่มาของภาพ, Anna Tymchenko

คำบรรยายภาพ, ภาพแอนนาท้องแก่ ซึ่งถ่ายไว้เมื่อเดือน ม.ค. ก่อนที่สงครามจะปะทุ

"ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องคลอดลูกในสภาวะแบบนี้ มันช่างเหลือเชื่อ นี่คือลูกคนแรกของฉัน และฉันไม่รู้อะไรสักอย่าง" แอนนากล่าว

เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เพื่อนบ้านของแอนนาจึงพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่การแพทย์ แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะสัญญาณโทรศัพท์อ่อนมาก และเมื่อติดต่อสูตินรีแพทย์ในเมืองบูชาได้ในเวลาต่อมา เขาก็ตกลงที่จะมาดูแอนนา แต่สุดท้ายก็มาไม่ถึง โดยอ้างว่าถูกทหารรัสเซียเรียกตรวจ แล้วทำโทรศัพท์ของเขาพังเสียหาย

ด้วยเหตุนี้ บรรดาเพื่อนบ้านจึงต้องช่วยกันทำคลอดให้แอนนา โดยที่ไอรีนา ยาโซวา เป็นเพื่อนบ้านเพียงคนเดียวที่มีความรู้ด้านการแพทย์

วิกตอเรีย เล่าว่า "ตอนที่หัวเด็กโผล่ออกมา พวกเรากลัวกันมาก...เธอตัวเขียวเลย และพวกเราก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไร จากนั้นไอรีนาก็หมุนศีรษะเด็ก แล้วเธอก็คลอดออกมา ตอนแรกเด็กไม่ยอมส่งเสียงร้อง พวกเราจึงตบที่ตัวเธอ จนเธอส่งเสียงร้องออกมา แล้วพวกเราก็พากันโห่ร้องด้วยความดีใจ"

ส่วนโวโลดิเมียร์ที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ก็น้ำตาไหลด้วยความยินดีที่หนูน้อย อลิซา คลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย ในวันที่ 8 มี.ค. ซึ่งตรงกับวันสตรีสากลพอดี

สองวันต่อมา รัฐบาลยูเครนและรัสเซียได้ทำข้อตกลงให้เมืองบูชาเป็นหนึ่งใน "ระเบียงมนุษยธรรม" (humanitarian corridor) หรือเส้นทางที่เปิดให้พลเรือนอพยพออกจากพื้นที่การสู้รบได้อย่างปลอดภัย

"พวกเราคุยกันทั้งคืนว่าจะหนีไปหรือไม่" แอนนาเล่า

ในที่สุดแอนนาและสามีก็ตัดสินใจออกจากเมืองพร้อมลูกน้อยที่เพิ่งคลอด พวกเขาพยายามติดต่อผู้คนมากมายเพื่อสอบถามว่าเส้นทางนี้มีความปลอดภัยหรือไม่ พร้อมกับดาวน์โหลดแผนที่ลงในโทรศัพท์มือถือ

Destruction caused by Russian strikes in Bucha, March 2022

ที่มาของภาพ, Anna Tymchenko

คำบรรยายภาพ, ตลอดเส้นทางหลบหนีออกจากเมืองบูชา แอนนาต้องเห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในชีวิตนี้

วันต่อมา แอนนาและเพื่อนบ้านออกเดินทางไปกับขบวนรถ 21 คัน เพื่อมุ่งหน้าสู่กรุงเคียฟ วิกตอเรียผู้ช่วยทำคลอดให้แอนนาเป็นคนขับรถนำขบวน โดยที่รถของเธอติดธงขาวที่พันไว้กับไม้ถูพื้น และติดสัญลักษณ์ที่ระบุว่าขบวนรถของพวกเขามีเด็กอยู่ด้วย

แอนนาเล่าว่าระหว่างการเดินทาง เธอได้เห็นภาพที่เคยเห็นแต่ในหนัง "พวกเราได้เห็นภาพที่น่ากลัวตามเส้นทาง...ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ในชีวิต มีศพนอนเกลื่อนถนน บ้านเรือนถูกทำลาย รถถังรัสเซียจอดเรียงราย พร้อมกับหันปากกระบอกไปที่ถนน พวกเรากลัวมากว่ามันอาจยิงใส่เราตอนที่ขบวนรถของเราแล่นผ่าน"

หลังเดินทางหลายชั่วโมง ผู้อพยพทุกคนก็ผ่านจุดตรวจของทหารรัสเซียไปถึงกรุงเคียฟได้อย่างปลอดภัย แล้วก็แยกย้ายกันไปตามทางของแต่ละคน

"ตอนที่ออกมาได้ ฉันยิ้มไม่หยุดเลย" แอนนาบอก "ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเราหนีรอดมาได้"

แอนนามีความสุขกับการทำหน้าที่แม่ และตั้งตาคอยที่จะพาลูกสาวตัวน้อยไปพบหน้าพ่อแม่ของเธอ และในขณะที่ญาติพี่น้องหลายคนของเธอตัดสินใจเดินทางออกจากยูเครน แต่แอนนากับสามีไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ และเธอยอมรับว่ายังไม่รู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยอย่างแท้จริง

"ฉันเฝ้าแต่คิดถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น (ในเมืองบูชา) และทั่วประเทศ...มันน่าเหลือเชื่อ และเราหวังว่าเราจะสามารถกลับบ้านได้ในเร็ว ๆ นี้"

line
line

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"