รัสเซีย ยูเครน : คำสั่งรุกรานเพื่อนบ้านของปูติน ไม่เป็นอุปสรรคต่อไมตรีที่ชาวยูเครนมีให้ชาวรัสเซียในภูเก็ต

tourist
    • Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

อันทอน (นามสมมุติ) นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียวัย 25 ปี เดินทางมาเที่ยวไทยครั้งแรกตอนอายุ 15 ปี เมื่อพ่อแม่พาอันทอนและครอบครัวหลบหนีอากาศหนาวสุดขั้ว ที่อุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส ในบ้านเกิดที่ไซบีเรีย มาเที่ยวที่พัทยาในช่วงฤดูหนาว

หกปีต่อมา เขากลับมาไทยอีก โดยเลือกใช้เวลาอยู่พัทยาอีก ล่าสุดช่วงเดือน ม.ค. อันทอนตัดสินใจมาไทยอีกครั้ง แต่มาภูเก็ตแทนหลังจากที่เขาแต่งงาน ก่อนการบุกยูเครนโดยทหารรัสเซีย

นักธุรกิจเจ้าของบริษัทขายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพตั้งใจใช้เวลาอยู่ภูเก็ตจนถึงปลาย มี.ค. เพื่อพักผ่อนและทำงานไปในเวลาเดียวกัน เขาสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ที่มี อินเทอร์เน็ต เขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องรีบกลับบ้านเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป

เขาและภรรยาเช่าคอนโดมิเนียมอยู่แถวหาดกะตะ หนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่มาท่องเที่ยวในภูเก็ต ชีวิตของทั้งสองเป็นไปอย่างราบรื่นจนกระทั่งเกิดเหตุความไม่สงบในยูเครน

"อยู่ดี ๆ เงินของผมก็แทบไม่มีค่าเลย" อันทอนตัดพ้อ

tourist

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai

"เมื่อก่อนที่ผมมาเที่ยวกับพ่อแม่ เงินรูเบิลมีค่ามากกว่านี้ ถ้าผมถือเงินเข้ามา 1 แสนรูเบิล ผมจะได้เงินไทย 1 แสนบาท และมันก็ลดลงมาเรื่อย ๆ จนล่าสุดนี้เงินหนึ่งแสนของผมเหลือเพียงแค่ 25,000 บาทเท่านั้น"

คำบรรยายวิดีโอ, รัสเซีย ยูเครน : สงครามรัสเซีย-ยูเครน กระทบปากท้องคนทั้งโลกอย่างไร

นักท่องเที่ยวรัสเซียตกค้าง

นักท่องเที่ยวรัสเซียเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เลือกตามเมืองชายทะเลต่าง ๆ ในประเทศไทยโดยเฉพาะในภาคใต้ เป็นสถานที่พักผ่อนและท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า นี้มีนักท่องเที่ยวรัสเซียราว 3,100 คนที่ติดอยู่ในภูเก็ต อีกกว่า 2,000 คน บนเกาะสมุย ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ที่ กระบี่ พังงา และใน กทม. ซึ่งขณะนี้ ททท. กำลังหาแนวทางการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรัสเซียที่ต้องการเดินทางกลับรัสเซีย ซึ่งอาจมีการจัดเที่ยวบินพิเศษเพื่อส่งกลับประเทศ

ส่วนใน จ.ภูเก็ต ททท.สำนักงานภูเก็ต ได้เปิดคอลเซ็นเตอร์ให้ความช่วยเหลือชาวรัสเซีย โดยเจ้าหน้าที่ของคอลเซ็นเตอร์บอกบีบีซีไทยว่าโดยเฉลี่ยมีชาวรัสเซียโทรศัพท์เข้ามาขอความช่วยเหลือประมาณ 20-30 สายต่อวัน ปัญหาหลัก ๆ จะเป็นเรื่องเงิน เรื่องเที่ยวบิน และถ้าเรื่องไหนที่พอให้ความช่วยเหลือได้เลยก็ช่วยไปก่อน แต่ส่วนใหญ่ตอนนี้ทำได้แค่รับเรื่องไว้แล้วส่งต่อให้ทาง ททท. สำนักงานภูเก็ตจัดการต่อ

ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจากรัสเซียและยุโรป ลดลงอย่างมากนักตั้งแต่การสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครนเริ่มขึ้นเมื่อ 24 ก.พ. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่ามีชาวรัสเซียประมาณ 23,000 คน เดินทางมาพักผ่อนในไทยตั้งแต่เดือน ม.ค. และในเดือน ก.พ. อยู่ที่ 17,599 คน หรือคิดเป็น 8.6% จากนักท่องเที่ยวทั้งหมด 203,970 คน

tourist

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai

โดยช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2019 มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเข้ามาเที่ยวในไทยมากสุดเป็นอันดับที่ 7 หรือประมาณ 1.5 ล้านคน

มิตรภาพจากชาวยูเครน

อันทอนและภรรยามีกำหนดเดินทางกลับรัสเซียช่วงสัปดาห์หน้า แต่สายการบินที่เขาเดินทางมายกเลิกเที่ยวบินที่เขาจองไว้ ทำให้เขาต้องซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่ แต่ด้วยค่าเงินที่พุ่งทะยานลงเรื่อย ๆ และบัตรเครดิตทุกใบที่เขามีไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก การเดินทางกลับบ้านของเขาจึงมีต้นทุนที่สูงกว่าเดิมหลายเท่า

"ผมไม่มีทางเลือกมากนัก และผมก็อยากกลับบ้าน ยังโชคดีที่ผมมีเพื่อนที่เจอกันที่นี่ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยหนึ่งในนั้นเป็นชาวยูเครนที่หยิบยื่นมิตรภาพอย่างจริงใจให้ผม" อันทอนอธิบาย

หลังจากที่อันทอนไม่สามารถใช้บัตรเครดิตได้ เขาเหลือทางเลือกไม่มาก เพราะเขาไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินจากธนาคารของเขาที่รัสเซียได้เลย เงินสดที่เขามีติดตัวมาก็แทบจะไม่มีค่าอะไร แต่ยังโชคดีที่เขาพอมีเพื่อนชาวรัสเซียที่พักอาศัยอยู่ในภูเก็ตยอมแลกเงินรูเบิลเป็นไทยให้กับเขาด้วยอัตราที่สูงกว่าปัจจุบัน

นอกจากนี้อันทอนยังเจอเพื่อนใหม่ชาวยูเครนที่คอนโดที่เขาเช่าอาศัยอยู่อาสาที่จะช่วยเขาด้วยการรับโอนเงินคริปโตเข้าบัญชีของเพื่อน ก่อนจะโอนเงินไทยกับเขาเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยธุรกรรมประเภทเดียวกันกลายเป็นวิธีการนำเงินออกจากรัสเซียและแปลงเป็นเงินสกุลไทยที่อันทอนใช้ผ่านบัญชีเพื่อน ๆ ทั้งชาวรัสเซียและยูเครนหลายครั้ง

tourist

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai

"จริง ๆ แล้วต้องเป็นผมเสียอีกที่ต้องให้ความช่วยเหลือพวกเขา สิ่งที่ปูตินทำต่อชาวยูเครนนั้นไม่ถูกต้อง และผมไม่เห็นด้วย ผมอยากจะขอบคุณชาวยูเครนที่ไม่ได้ตัดสินว่าคนรัสเซียทุกคนเป็นคนไม่ดี และขอโทษต่อสิ่งที่ผู้นำประเทศผมทำต่อพวกเขา และผมซาบซึ้งต่อน้ำใจที่เพื่อนใหม่ชาวยูเครนหยิบยื่นให้ผมเป็นอย่างมาก" อันทอนกล่าว

เพื่อนแท้ในยามยาก

ชายชาวยูเครนวัย 27 ปี ที่เรียกตัวเองว่า "โบห์ดัน" เข้ามาที่ภูเก็ตกับภรรยาตั้งแต่ช่วงเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว โดยเขาและภรรยาเคยมาเที่ยวที่ไทยด้วยกันหลายครั้งก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาออกนอกประเทศหลังจากที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้น โดยครั้งนี้พวกเขาตัดสินใจมาอยู่ที่ภูเก็ตแบบ workation หรือการเที่ยวและทำงานไปด้วย

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดของพวกเขาที่กรุงเคียฟ โดยหลังจากที่เมืองถูกโจมตีโดยรัสเซีย พวกเขาคอยสอบถามความเป็นไปของครอบครัวที่อยู่ที่นั่นอยู่ตลอด โดยทุกคนยังปลอดภัยดี ถึงแม้จะร้อนใจแต่พวกเขาก็ยังจะไม่กลับบ้านเพราะทางครอบครัวไม่อยากให้กลับมาเจอกับเหตุการณ์ความรุนแรง

"เราคัดค้านสิ่งที่ปูตินทำ และไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจโจมตียูเครนของพวกเขา" โบห์ดันกล่าวด้วยน้ำเสียงอันโกรธเคือง

"ชาวรัสเซียซึ่งอยู่ที่นั่นน่าจะทำอะไรมากกว่านี้ในการผลักดันไม่ให้เกิดความรุนแรงอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในวันนี้ ผมทั้งโกรธ กลัว และเสียใจมากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น"

ถึงแม้ว่าโบห์ดันจะมีความขุ่นเคืองต่อชาวรัสเซียมากเพียงใด แต่เขาก็ไม่ได้เหมารวมว่าคนรัสเซียทั้งหมดเป็นคนไม่ดี โดยเพื่อนหลาย ๆ คน ของเขาที่ภูเก็ตส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซีย และพวกเขาก็พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอด

"คนรัสเซียที่อยู่ที่นี่ก็ไม่เอาสงคราม พวกเขาต่อต้านความรุนแรงเช่นกัน และผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปโกรธพวกเขา ถ้าผมมีโอกาสที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลืออะไรให้พวกเขาได้ผมก็จะทำ เพราะผมเชื่อในเรื่องของมนุษยธรรมมากกว่าความรุนแรง" โบห์ดันกล่าว

กระแสความเกลียดชังชาวรัสเซีย

อันทอนตั้งข้อสังเกตว่าก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์ความรุนแรงครั้งล่าสุด นักท่องเที่ยวรัสเซียก็ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบเท่าไรนัก เขากล่าวว่าเมื่อสามปีก่อน เขาไปเที่ยวเยอรมนีกับเพื่อนชาวรัสเซีย และะหว่างที่ไปร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาก็ได้พูดคุยกับกับเพื่อนเป็นภาษารัสเซีย และหลังจากนั้นเขาก็ได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดีจากบริกรของร้านจนมีปากเสียงกัน ก่อนที่พวกเขาจะโดนไล่ออกจากร้านเพราะโดนกล่าวหาว่าเสียงดังและก่อความวุ่นวาย

นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่มาพักผ่อนในไทย ติดต่อเจ้าหน้าที่สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธรัฐรัสเซียประจำจังหวัดภูเก็ต เพื่อยื่นเอกสารขอต่อวีซ่ากรณีฉุกเฉิน

ที่มาของภาพ, Napasin Samkaewcham/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่มาพักผ่อนในไทย ติดต่อเจ้าหน้าที่สถานกงสุลกิตติมศักดิ์สหพันธรัฐรัสเซียประจำจังหวัดภูเก็ต เพื่อยื่นเอกสารขอต่อวีซ่ากรณีฉุกเฉิน

ล่าสุดอันทอนได้ไปใช้บริการร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวหาดกะตะที่ภูเก็ตกับเพื่อนชาวรัสเซีย ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น มีนักท่องเที่ยวชาวยุโรปกลุ่มหนึ่งสาดน้ำใส่พวกเขา และเขวี้ยงแก้วลงบนพื้นใกล้ ๆ กับจุดที่พวกเขานั่งอยู่ และตะโกนด่าทอด้วยความไม่พอใจ

"เหมือนคนทั่วโลกหาเรื่องที่จะเกลียดชังคนรัสเซียอยู่แล้ว ผมแค่สงสัยว่าพวกเราผิดตรงไหน ถ้าพวกคุณไม่พอใจผู้นำของเราคุณก็ควรไปบอกเขา ไม่ใช่มาลงที่พวกเราแบบนี้" อันทอนตัดพ้อ

"แต่ถึงอย่างไรผมต้องกล่าวคำขอบคุณคนไทยทุกคน" แอนทอนกล่าวคำขอบคุณเป็นภาษาไทยพร้อมยกมือไหว้ "คนไทยไม่เคยตัดสินพวกเราเลย คนไทยมีน้ำใจและปฏิบัติกับเราเหมือนเป็นครอบครัวของพวกเขา ผมรักประเทศไทยมากและอยากจะกลับมาที่นี่อีก"

อันทอนบอกกับบีบีซีไทยว่าเขาจะกลับบ้านที่รัสเซียในช่วงต้นเดือน เม.ย. โดยเขาได้ทำเรื่องขอต่อวีซ่าในไทยเพื่ออยู่รอดูสถานการณ์ก่อนจะกลับ โดยถึงแม้ว่าเขาต้องซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่ และใช้เวลาเดินทางมากกว่า 2 วันไปกับการเปลี่ยนเครื่องบินมากถึง 4 ครั้ง แต่เขาก็อยากจะกลับบ้านไปดูแลพ่อแม่ของเขา

"มีเหตุผลเดียวที่ผมจะไม่กลับไปรัสเซียก็คือว่าถ้าปูตินเริ่มประกาศให้คนหนุ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ เพื่อไปต่อสู้กับชาวยูเครน ถ้าเป็นแบบนั้นผมจะไม่กลับ ผมไม่อยากไปต่อสู้กับใครโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด ผมอยากอยู่อย่างสันติ" อันทอนทิ้งท้าย

line
line

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"