เชอร์โนบิล : เจ้าหน้าที่ดูแลอดีตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของยูเครนเผยต้องขโมยเชื้อเพลิงจากรัสเซียเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหายนะ

ซากปรักหักพังที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลในยูเครน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นที่เชอร์โนบิลในปี 1986 ยังคงเป็นอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก
    • Author, โยกิตา ลิเมอเย
    • Role, บีบีซี นิวส์ เชอร์โนบิล ยูเครน

กองทัพรัสเซียยึดอดีตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เมืองเชอร์โนบิลทางตอนเหนือของยูเครนแห่งนี้ ไปได้ในวันแรกที่บุกยูเครน แต่ตอนนี้ยูเครนกลับมาควบคุมโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้อีกครั้ง โยกิตา ลิเมอเย ผู้สื่อข่าวบีบีซี เป็นหนึ่งในนักข่าวกลุ่มแรก ๆ ที่ได้เข้าไปดูภายในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ หลังจากรัสเซียถอนกำลังออกไป

ในช่วงบ่ายวันที่ 24 ก.พ. กองกำลังของรัสเซีย ได้ล้อมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลด้วยรถถังและยานหุ้มเกราะ ขณะบุกเข้ายูเครนจากพรมแดนเบลารุส ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 16 กม. เท่านั้น

กองกำลังรักษาดินแดน 170 นาย ของยูเครน ที่ดูแลความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ถูกนำตัวไปขังไว้ที่ชั้นใต้ดิน จากนั้นทหารรัสเซียก็ค้นหาอาวุธและวัตถุระเบิดในบริเวณพื้นที่ของโรงไฟฟ้า

บรรดาวิศวกร ผู้ควบคุมตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค ได้รับอนุญาตให้ทำงานต่อไปได้ ในอีก 2 วันต่อมา รัสเซียได้ส่งคณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานปรมาณูของรัสเซีย หรือ Rosatom มาที่นี่

เจ้าหน้าที่ของโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ต้องการที่จะควบคุมดูแลโรงไฟฟ้านี้ต่อไป แม้ว่ามันจะไม่ได้ถูกใช้งานแล้ว แต่ว่ามีการเก็บกากกัมมันตรังสีไว้ที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ ซึ่งเคยเกิดเหตุภัยพิบัติทางนิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดในโลก มีการใช้เงินไปแล้วหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่เกิดเหตุนี้ขึ้นในปี 1986 เพื่อทำความสะอาดและควบคุมการปนเปื้อนต่อไป ถ้าไม่มีการควบคุมดูแลสถานที่นี้อย่างเหมาะสม ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้วัตถุนิวเคลียร์รั่วไหลออกมาได้

"พวกเขาต้องการรู้ว่า มีการจัดการดูแลโรงไฟฟ้านี้อย่างไร พวกเขาอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการทุกอย่าง เอกสาร และปฏิบัติการต่าง ๆ ผมกลัวเพราะมีการซักถามไม่หยุดเลย และบางครั้งก็มีการใช้กำลัง" โอเลกซานเดอร์ โลบาดา เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยด้านกัมมันตรังสีที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้กล่าว

ภาพของวาแลรีย์ เซมานอฟ สวมเสื้อคลุม
คำบรรยายภาพ, วาแลรีย์ เซมานอฟ วิศวกร ที่ทำงานที่อดีตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเมืองเชอร์โนบิลของยูเครน เล่าว่า เขาต้องพยายามหาเชื้อเพลิงมาใช้ในการทำให้เครื่องปั่นไฟทำงานต่อไป

ที่ชั้นบนของอาคารหลักเป็นที่ตั้งของห้องสำคัญต่าง ๆ ที่ใช้ในการควบคุมโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ห้องเหล่านี้ตั้งอยู่เรียงรายทั้งสองข้างของระเบียงทางเดินที่ยาวและแคบ ห้องบางห้องถูกล็อกไว้ ตอนที่ทหารรัสเซียหากุญแจไม่พบ พวกเขาได้พังประตูเข้าไปในห้องโดยการเจาะตัดส่วนของประตูที่มีตัวล็อกฝังอยู่ออก

วาแลรีย์ เซโมนอฟ วิศวกร เล่าว่า "เราต้องต่อรองกับพวกเขาตลอดเวลา และพยายามที่จะไม่ทำให้พวกเขาโกรธ เพื่อที่พวกเขาจะได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ดูแลโรงไฟฟ้าได้"

ตอนที่มีการตัดไฟที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้นาน 3 วัน วาแลรีย์ เล่าว่า เขาต้องพยายามหาวิธีที่จะหาเชื้อเพลิงมาใช้ในการทำให้เครื่องปั่นไฟทำงานต่อไป แม้ว่าจะต้องขโมยเชื้อเพลิงบางส่วนมาจากรัสเซียก็ตาม

line
line

"ถ้าเราไม่มีไฟฟ้า มันอาจจะเกิดหายนะภัยขึ้นได้" โอเลกซานเดอร์ เล่า "สารกัมมันตรังสีอาจจะรั่วไหลออกไปได้ คุณอาจจะนึกภาพออกถึงขนาดของความเสียหายนี้ได้ ผมไม่ได้กลัวตาย ผมกลัวว่า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผมไม่อยู่ตรงนั้นคอยดูแลโรงไฟฟ้านี้ ผมกลัวว่า จะเกิดโศกนาฏกรรมสำหรับมนุษยชาติขึ้น"

พื้นที่ด้านหลังโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลมีชื่อเรียกว่า "ป่าแดง" (Red Forest) เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสีมากที่สุดในโลก กองทัพยูเครนได้เผยแพร่คลิปที่ถ่ายจากโดรนเผยให้เห็นว่า ทหารรัสเซียขุดสนามเพลาะและเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย เจ้าหน้าที่หลายคนที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ยืนยันเรื่องนี้กับบีบีซีด้วยเช่นกัน

นี่คือหลักฐานที่ระบุว่า ทหารเหล่านี้แทบไม่รู้เรื่องความปลอดภัยนิวเคลียร์เลย

สำนักงานพลังงานปรมาณูของยูเครน หรือ Energoatom เคยบอกว่า ทหารรัสเซียสัมผัสกับกัมมันตรังสี "ในปริมาณที่มีนัยสำคัญ"

เจ้าหน้าที่ตรวจวัดปริมาณรังสี กำลังวัดระดับกัมมันตรังสีบริเวณสนามเพลาะที่ทหารรัสเซียขุดขึ้นในป่าแดง

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ตรวจวัดปริมาณรังสี กำลังวัดระดับกัมมันตรังสีบริเวณสนามเพลาะที่ทหารรัสเซียขุดขึ้นในป่าแดง

ที่ด้านนอกของโครงสร้างที่สร้างครอบเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เสียหาย ทหารรัสเซียได้นำกระสอบทรายจำนวนมากมาตั้งกองไว้ด้านหลัง เพื่อที่พวกเขาจะสามารถหลบได้ ถ้าถูกโจมตี วาแลรีย์ถึงกับขำเมื่อรู้เรื่องนี้ เขาบอกว่า ทหารยูเครนคงจะไม่มีทางที่จะยิงเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แน่

ที่ชั้นใต้ดินของอาคารหลัก เป็นห้องในลักษณะที่ใช้เป็นหอพักซึ่งถูกรื้อค้นกระจุยกระจายไปหมด ชั้นนี้เต็มไปด้วยพรม ที่นอน เสื้อผา รองเท้า และของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ ของกองกำลังรักษาดินแดนของยูเครนที่ถูกขังไว้ที่นั่น เจ้าหน้าที่ที่เชอร์โนบิลบอกว่า ทหารรัสเซียนำของที่พวกเขาสามารถเอาไปได้ติดตัวไปด้วย ตอนที่ถอนกำลังออกจากที่นี่ และยังนำตัวของสมาชิกกองกำลังรักษาดินแดนที่ถูกขังไว้ไปด้วย

ห้องเหล่านี้ถูกใช้เป็นที่คุมขังสมาชิกกองกำลังรักษาดินแดนของยูเครน เต็มไปด้วยพรม ที่นอน เสื้อผ้า รองเท้า และของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ
คำบรรยายภาพ, ห้องเหล่านี้ถูกใช้เป็นที่คุมขังสมาชิกกองกำลังรักษาดินแดนของยูเครน เต็มไปด้วยพรม ที่นอน เสื้อผ้า รองเท้า และของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ

"เราสามารถดูแลความปลอดภัยของที่นี่ไว้ได้ แต่น่าโมโหที่พวกเขานำตัวทหารของเรา 169 นายไป" วาแลรีย์ กล่าว

ยังไม่มีการยืนยันว่า ทหารเหล่านี้กำลังถูกควบคุมตัวไว้ที่ไหน แต่เจ้าหน้าที่เชอร์โนบิลเชื่อว่า พวกเขาอยู่ในรัสเซีย

นายเปโตร โปโรเชนโก อดีตประธานาธิบดียูเครน ได้เยือนโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลเมื่อวันศุกร์ โดยได้นำอาหารและสิ่งของต่าง ๆ มาให้เจ้าหน้าที่ที่นี่ โดยเส้นทางที่เข้าไปยังโรงไฟฟ้าแห่งนี้ในขณะนี้สามารถเข้าไปได้ด้วยการใช้ทางวิบากเท่านั้น สะพานที่ใช้ข้ามไปยังเมืองเชอร์โนบิลถูกระเบิดทิ้งเพื่อหยุดยั้งการบุกของรัสเซีย

นายเปโตร โปโรเชนโก (ซ้าย) อดีตประธานาธิบดียูเครน
คำบรรยายภาพ, นายเปโตร โปโรเชนโก (ซ้าย) อดีตประธานาธิบดียูเครน เยือนโรงไฟฟ้านี้ไม่นานหลังจากที่มีการเปิดให้เข้าไปได้

อดีตประธานาธิบดีโปโรเชนโก ได้เตือนชาวโลกว่า

"เรามั่นใจไหมว่า พรุ่งนี้ทหารรัสเซียจะมาปรากฏตัวที่นี่ไม่ได้ คำตอบของผมคือ ไม่ ไม่สามารถทายใจปูตินได้เลย และพรมแดนก็ไม่ได้จำกัดกลุ่มควันนิวเคลียร์ มันสามารถที่จะไปถึงยุโรปตะวันออกและยุโรปตอนกลางได้ แม้แต่ไปถึงอังกฤษด้วย อันตรายของการที่ยุโรปจะเผชิญกับการปนเปื้อนของนิวเคลียร์มีอยู่สูงมาก ขณะที่รัสเซียยังไม่หยุดทำสงครามนี้"

รายงานเพิ่มเติมโดย อิโมเจน แอนเดอร์สัน

line

เรื่องอื่น ๆ เกี่ยวกับสงครามยูเครน

line