ผู้อยู่ในเหตุการณ์จริง เผยสิ่งที่ซีรีส์ "เชอร์โนบิล" นำเสนอบางเรื่องไม่ตรงกับความเป็นจริง

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, วียาเชสลาฟ ชราโมวิช และ ฮันนา ชอร์โนอูส
- Role, บีบีซี นิวส์ ยูเครน
เชอร์โนบิล ซีรีส์ทางโทรทัศน์ กลายเป็นรายการที่ได้รับการจัดอันดับว่า ดีที่สุดตลอดกาล จากการสำรวจความเห็นผู้ใช้งานเว็บไซต์ IMDB 150,000 คน
ซีรีส์ที่ออกอากาศทางช่องเอชบีโอและสกายเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของอุบัติเหตุนิวเคลียร์ครั้งรุนแรงที่สุดในโลก หลังจากเกิดเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลในยูเครนที่เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตในปี 1986
แต่เรื่องราวที่ปรากฏทางโทรทัศน์ ตรงกับเหตุการณ์จริงมากแค่ไหน
ช่วงเช้าวันที่ 26 เม.ย. 1986 วันเกิดเหตุ โอเล็กซี เบรอูส ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้ กำลังทำงานอยู่ในห้องควบคุมเตาปฏิกรณ์เตาที่ 4
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ปฏิกิริยาที่ควบคุมไม่ได้ทำให้เกิดแรงระเบิดจนหลังคาเตาปฏิกรณ์เปิดออก สารกัมมันตรังสีจำนวนมากถูกพัดกระจายออกไปตกลงในหลายพื้นที่ของสหภาพโซเวียต รวมถึง รัสเซีย เบลารุส และทางเหนือของยุโรป
"ตอนที่ผมเห็นว่า เกิดอะไรขึ้น ผมตกใจมากที่พวกเขาพาเราไปที่นั่น เตาปฏิกรณ์มีสภาพเสียหายอย่างมาก จนดูเหมือนจะใช้การอะไรไม่ได้อีก" เขากล่าว
นายเบรอูส เล่าให้บีบีซี ยูเครน ฟังว่า อะไรคือเรื่องจริง และอะไรคือเรื่องแต่ง ในซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากเรื่องนี้

ที่มาของภาพ, SKY UK LTD/HBO
"ทรงพลังมาก"
นายเบรอูส บอกว่า ซีรีส์ถ่ายทอดบรรยากาศและความรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากที่เกิดขึ้นในช่วงหลังเกิดภัยพิบัติได้อย่างถูกต้อง
แรงระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 31 คน และมีส่วนทำให้มีผู้เสียชีวิตอีกหลายพันคนจากการได้รับสารกัมมันตรังสี
"หายนะครั้งนี้ถูกถ่ายทอดออกมาในแบบที่ทรงพลังมากว่า เป็นหายนะภัยของโลกที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมหาศาล" เขากล่าว
"ความรู้สะเทือนใจและบรรยากาศที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ถูกถ่ายทอดออกมาค่อนข้างตรง ทั้งที่เกิดขึ้นในหมู่พนักงานและเจ้าหน้าที่ทางการ"

ที่มาของภาพ, Getty Images
"พวกเขาไม่ใช่ผู้ร้าย"
นายเบรอูส ตั้งข้อสงสัยในนำเสนอเรื่องราวของบุคคล 3 คนในเรื่องนี้ คือ วิกเตอร์ บรียูคานอฟ อดีตผู้อำนวยการของเชอร์โนบิล นิโคไล โฟมีน หัวหน้าวิศวกร และ อนาโทลี ยาตลอฟ รองหัวหน้าวิศวกร
"บทของพวกเขาถูกบิดเบือน และนำเสนอผิดไปจากความเป็นจริง ราวกับว่าพวกเขาเป็นผู้ร้าย พวกเขาไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย" นายเบรอูส กล่าว
อดีตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของเชอร์โนบิลคนนี้เล่าว่า นายยาตลอฟ เป็นคนเข้มงวด และการเป็นคนแบบนั้นทำให้ลูกน้องไม่ค่อยถูกชะตากับเขานัก แต่พวกเขาก็เปลี่ยนความคิดไปในเวลาต่อมา
"เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลัวเขา แต่ไม่ว่าเขาจะเข้มงวดขนาดไหน เขาก็ยังมีความเป็นมืออาชีพสูง"
ในเดือน ก.ค. 1987 ชายทั้ง 3 ถูกตัดสินว่าผิดฐานละเมิดกฎความปลอดภัยขั้นร้ายแรง เป็นเหตุให้นำไปสู่การระเบิดขึ้น

ที่มาของภาพ, Sky UK Ltd/HBO
ตัวละครอื่น ๆ
นายเบรอูส บอกว่า ซีรีส์เรื่องนี้ถือวิสาสะสร้างตัวละครบางตัวที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมา
ในซีรีส์ วาเลเรีย ลูกาซอฟ เป็นนักฟิสิกส์นิวเคลียร์ชั้นนำ และเป็นสมาชิกทีมรับมือเหตุเชอร์โนบิล แต่ในความเป็นจริง เขาแทบไม่อยู่ในเหตุการณ์
"ผมอาจจะมองไม่เห็น ลูกาซอฟ เขาทำงานอยู่ในบังเกอร์ หลังตึกบริหาร"
เอมิลี วัตสัน นักแสดงหญิงที่ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลออสการ์ แสดงเป็น อูลานา คอมิวก์ นักฟิสิกส์นิวเคลียร์ของโซเวียต ที่เข้ามาหาตรวจสอบหาสาเหตุว่า ภัยพิบัติเชอร์โนบิลเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตัวละครที่เธอรับบทไม่มีอยู่จริง แต่ วัตสัน บอกว่า "เป็นตัวละครที่มีส่วนผสมผสานของนักวิทยาศาสตร์ [ในเหตุการณ์จริง] หลายคน ที่ทำงานอยู่ในสถานการณ์นั้น"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผิวหนังที่แดงก่ำ
นายเบรอูส ชมเชยวิธีการถ่ายทอดเรื่องราวของผลกระทบจากสารกัมมันตรังสีที่มีต่อร่างกายของเหยื่อ
"คนจำนวนมากพูดถึงการสัมผัสกับสารกัมมันตรังสี ผิวหนังสีแดง รอยไหม้จากสารกัมมันตรังสี และรอยไหม้จากไอร้อน แต่ยังไม่เคยได้รับการนำเสนออกมาแบบนี้" เขากล่าว
ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุครั้งนั้น นายเบรอูส ได้พูดคุยกับคน 2 คน ที่ปรากฏตัวอยู่ในซีรีส์ นั่นก็คือ เลโอนีด ตอปตูนอฟ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเช่นเดียวกับเขา และโอเลกซานเดอร์ อากีมอฟ หัวหน้ากะ
"พวกเขาออกอาการอย่างชัดเจน ผิวซีดเผือด ตอปตูนอฟ นี่เรียกว่า ขาวไปเลย"
สุดท้าย ชายทั้งสองคนได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงมอสโก เนื่องจากมีความผิดปกติจากการได้รับรังสีสูงแบบเฉียบพลัน (acute radiation syndrome)
"ในช่วงเช้า ผมได้เจอเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ที่ทำงานในคืนนั้น ผิวหนังของพวกเขามีสีแดงก่ำ พวกเขาเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงมอสโก" นายเบรอูส เล่า

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ไม่มีไฟไหม้"
หลังเกิดเหตุระเบิดที่โรงไฟฟ้าแห่งนี้แล้ว คณะเจ้าหน้าที่ดับเพลิงถูกส่งมายังเตาปฏิกรณ์
ในซีรีส์ เล่าว่า พวกเขาถูกส่งขึ้นไปบนหลังคาเพื่อดับไฟที่เกิดขึ้นจากเหตุระเบิด แต่นายเบรอูส บอกว่า นี่คือเรื่องที่แต่งขึ้น
"ไฟไหม้บนหลังคาไม่ใช่เรื่องจริง" เขากล่าว มีไฟไหม้จริง แต่ไม่ได้อยู่บนหลังคา
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสี่ยงภัยน้อยลงเลย
ในจำนวนผู้เสียชีวิต 29 คนในช่วง 2 สัปดาห์ต่อมา ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่อยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพื่อฉีดน้ำเข้าไปในเตาปฏิกรณ์ที่เกิดเหตุระเบิด
โอเล็กซี เบรอูส เล่าว่า สิ่งที่นักดับเพลิงทำอยู่แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย "สายน้ำเล็ก ๆ ที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดไป น่าจะระเหยไปหมดก่อนที่จะไปถึงตัวเตาปฏิกรณ์"

ที่มาของภาพ, Getty Images
สะพานแห่งความตาย
ในซีรีส์ทางโทรทัศน์ มีฉากที่ ชาวเมืองพรีเพียต (Pripyat) ที่อยู่ใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รีบพากันไปที่สะพานทางรถไฟ เพื่อดูไฟที่กำลังลุกไหม้ โดยไม่รู้ถึงอันตรายของการสัมผัสกับสารกัมมันตรังสี
เด็ก ๆ พากันเล่นฝุ่นสารกัมมันตรังสี ที่ตกลงมาจากฟ้าเหมือนกับเล่นหิมะ
ต่อมา สะพานแห่งนี้ถูกขนานนามว่า "สะพานแห่งความตาย" และซีรีส์ก็ได้นำข่าวลือที่ถูกลืมเลือนไปแล้วกลับมาเล่าใหม่ว่า คนที่ขึ้นไปบนสะพานแห่งนั้นเสียชีวิตทุกคน เพราะได้รับสารกัมมันตรังสี
เจ้าหน้าที่ทางการปฏิเสธข่าวลือนี้มาโดยตลอด และนายเบรอูส ก็มีข้อกังขาเช่นกัน
เขาเล่าว่า ชาวเมืองพรีเพียตส่วนใหญ่ น่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเช้าวันนั้น หลังจากที่เกิดการระเบิดขึ้น
นายเบรอูส กล่าวเพิ่มเติมว่า เขารู้จักคนบางคนที่ขึ้นไปบนสะพานเพื่อดูไฟไหม้ และแม้ว่าพวกเขาจะมีปัญหาทางสุขภาพตามมาจากการได้รับสารกัมมันตรังสี แต่พวกเขาก็รอดชีวิต
"ที่โรงพยาบาล ผมได้รับการรักษาพร้อมกับชายคนหนึ่งที่ปั่นจักรยานไปดูบนสะพานในช่วงเช้าวันที่ 26 เม.ย. เขาได้รับการวินิจฉัยว่า มีความผิดปกติจากการได้รับรังสีสูงแบบเฉียบพลันแบบไม่รุนแรง"

ที่มาของภาพ, SKY UK LTD/HBO
คนงานเหมืองล่อนจ้อน
ในซีรีส์ยังมีฉากที่คนงานเหมืองหลายคนกำลังขุดอุโมงค์อยู่ใต้เตาปฏิกรณ์ เพื่อพยายามปกป้องประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้วย
ภารกิจนี้ของพวกเขา คือ การสร้างพื้นที่เพื่อให้มีการถ่ายเทความร้อน เพื่อไม่ให้แกนปฏิกรณ์ที่หลอมละลายซึมลงไปในน้ำบาดาล เพราะจะเป็นอันตรายต่อชีวิตผู้คนหลายล้านคน
อุณหภูมิที่ร้อนระอุที่ใต้ดิน ทำให้พวกเขาต้องถอดเสื้อผ้าจนตัวเปล่าล่อนจ้อน แต่นายเบรอูสบอกว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น
"พวกเขาถอดเสื้อผ้า แต่ไม่ใช่แบบที่เห็นในโทรทัศน์ ไม่ใช่ถอดออกจนหมดไม่เหลืออะไร" เขากล่าว
"เรื่องคนงานเหมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่กลายเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีส่วนเกี่ยวข้องแล้วก็ไม่ต้องมีก็ได้"
ตอนอยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน คนงานเหมืองไม่ได้สัมผัสสารกัมมันตรังสี แต่เมื่อพวกเขาออกมาจากอุโมงค์เพื่อมาสูบบุหรี่ หรือดื่มน้ำ พวกเขาก็สัมผัสกับมัน
งานของพวกเขากลับกลายเป็นว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะแกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่หลอมละลายก็ค่อย ๆ เย็นลงเองภายใน 6 สัปดาห์ แล้วก็ไม่เคยมีการสูบไนโตรเจนเข้าไปในห้องถ่ายเทความร้อนด้วย

ที่มาของภาพ, SKY UK LTD/HBO
ความจริงเกี่ยวกับนักประดาน้ำ
อีกฉากหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้คือฉากที่คนงานโรงไฟฟ้า 3 คน อาสาดำน้ำเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดิน ที่อยู่ใต้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เสียหาย เพื่อเปิดวาล์วระบายน้ำ
เจ้าหน้าที่ทางการกังวลว่า อาจจะเกิดการระเบิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ถ้า 'ลาวา' จากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่หลอมละลายไหลลงไปในน้ำ
มีรายงานว่า คนที่อาสาดำน้ำทั้ง 3 คนนั้น เสียชีวิตจากอาการป่วย ซึ่งเป็นผลมาจากการได้รับสารกัมมันตรังสี
แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาทั้ง 3 คนรอดชีวิต
บอริส บารานอฟ หัวหน้ากะ เสียชีวิตในปี 2005 ส่วน วาเลียรี เบสพารอฟ และ โอเล็กซี อนาเนนโก (Oleksiy Ananenko) ซึ่งต่างก็เป็นหัวหน้าวิศวกรควบคุมงานในพื้นที่ส่วนหนึ่งของเตาปฏิกรณ์ที่เกิดเหตุ ยังคงมีชีวิตอยู่และอาศัยอยู่ในกรุงเคียฟ
โอเล็กซี อนาเนนโก บอกกับบีบีซีว่า สิ่งที่ต่างไปจากที่เห็นในซีรีส์คือ เขาไม่ได้รับข้อเสนอจูงใจใด ๆ เพื่อให้เขาเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนั้น
"มันเป็นงานของเรา ถ้าผมไม่ทำ เขาก็อาจไล่ผมออกได้"
คนงานทั้ง 3 คนนั้นรู้ดีว่าวาล์วอยู่ตรงไหน จึงเหมาะสำหรับปฏิบัติภารกิจนี้มากที่สุด
จากคำบอกเล่าของคนงานเหล่านั้น ระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าเข่า ในบางพื้นที่ พวกเขาวิ่งฝ่าน้ำ เพื่อให้สัมผัสกับสารกัมมันตรังสีให้น้อยที่สุด
"ผมจำไม่ได้ว่า โดซิมิเตอร์ (อุปกรณ์วัดระดับการสัมผัสสารกัมมันตรังสี) ส่วนตัวของพวกเราแสดงค่าที่เท่าไหร่" นายอนาเนนโก เล่า "นั่นแสดงว่า มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น"
เขายังพูดติดตลกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่คนงานที่อาสาดำน้ำทั้ง 3 คนได้รับเสียงปรบมือ เมื่อกลับออกมาจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อย่างปลอดภัยด้วย
"มันก็แค่งานของเรา ใครจะมาตบมือให้ล่ะ"

ที่มาของภาพ, SKY UK LTD/HBO
ภาพจำโซเวียต
ซีรีส์เรื่องนี้ ยังมีฉากที่นักประดาน้ำดื่มวอดก้าจากขวด หลังจากที่เสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ความจริงก็คือ นายอนาเนนโก บอกว่า "ผมไม่ได้ดื่มเลย"
นายเบรอูส บอกว่า ข้อเสียอย่างหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้คือ การพูดถึงภาพจำของโซเวียตที่ตรงกับความคิดของคนในโลกตะวันตก
"มีภาพจำหลายแบบที่ปรากฏอยู่ในซีรีส์ เกี่ยวกับภาพที่คนตะวันตกพูดถึงสหภาพโซเวียต ทั้งวอดก้าแล้วก็เคจีบีที่พบอยู่ทุกที่...มันเป็นหนึ่งในข้อเสียของซีรีส์เรื่องนี้" นายเบรอูส กล่าว
อย่างไรก็ตาม เขาเห็นด้วยกับการที่เล่าว่า สหภาพโซเวียตมีระบอบการปกครองที่ลึกลับเกินความจำเป็น และมีแนวปฏิบัติในการสื่อสารและการบริหารจัดการที่ย่ำแย่ ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดหายนะครั้งนี้ขึ้น









