รัสเซีย ยูเครน : รัสเซียเสริมกำลังพลด้วยทหารรับจ้างจากซีเรีย เชื่อชำนาญการรบในเมืองมากกว่า

ที่มาของภาพ, Getty Images
เจ้าหน้าที่ของทางการสหรัฐฯ ผู้หนึ่ง เผยรายงานข่าวกรองกับหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า กองทัพรัสเซียได้จัดหาทหารรับจ้างจากซีเรียมาเข้าร่วมรบในยูเครน เนื่องจากกำลังเตรียมการเข้ายึดครองเมืองใหญ่หลายแห่งให้ได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งนักรบจากซีเรียจะมีความชำนาญต่อการสู้รบภายในเขตเมืองมากกว่า
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าทหารรับจ้างจากซีเรียนั้นมีจำนวนเท่าใด แต่บอกว่าขณะนี้กองทหารดังกล่าวได้เดินทางไปถึงรัสเซียแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมเข้าประจำการภายในดินแดนยูเครน
มีรายงานว่าที่เมืองเดอีร์ เอซซอร์ ของซีเรีย ทางการรัสเซียประกาศจ่ายค่าตอบแทนให้แก่อาสาสมัครที่จะไป "รักษาความปลอดภัย" ในยูเครน คนละ 200-300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน โดยทำสัญญาจ้างงานคราวละ 6 เดือน
ทางการรัสเซียเชื่อว่าประสบการณ์สู้รบในเขตเมืองของชาวซีเรีย ซึ่งมีการปะทะกันตามถนนหนทางและตรอกซอกซอยที่ซับซ้อนเป็นหลัก จะช่วยเสริมให้กองกำลังรัสเซียแข็งแกร่งขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสู้รบครั้งใหญ่เพื่อเข้ายึดกรุงเคียฟ นครหลวงของยูเครน ที่อาจมีขึ้นในเร็ววันนี้
รัสเซียประกาศหยุดยิงเพื่อเปิดระเบียงมนุษยธรรมอีกครั้ง
สื่อของทางการรัสเซียรายงานว่า จะมีการเปิดระเบียงมนุษยธรรม (humanitarian corridor) หรือช่องทางปลอดภัยเพื่อให้พลเรือนอพยพออกจากพื้นที่การสู้รบในวันนี้ ( 7 มี.ค.) ที่เมืองหลายแห่งของยูเครนซึ่งกำลังถูกโจมตีอย่างหนัก เช่นกรุงเคียฟ คาร์คิฟ ซูมี และมาริยูโปล ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ตามเวลาในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ประกาศหยุดยิงดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการยูเครน โดยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความพยายามเปิดระเบียงมนุษยธรรมที่เมืองมาริยูโปลและวอลโนวากาล้มเหลวถึงสองครั้ง เนื่องจากทหารรัสเซียไม่ยอมหยุดยิงในเวลาที่ได้ตกลงกัน ทำให้ทางการยูเครนต้องล้มเลิกการอพยพประชาชนออกนอกเมืองไป
รัสเซียเตรียมสู้รบขั้นแตกหักชิงกรุงเคียฟ
เจ้าหน้าที่ด้านการป้องกันประเทศของยูเครนเตือนว่า รัสเซียกำลังตระเตรียมการเปิดฉากการสู้รบขั้นแตกหัก เพื่อชิงกรุงเคียฟไปอยู่ในมือให้ได้ในเร็ววันนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ฝ่ายยูเครนเริ่มพบเห็นการระดมทรัพยากรเพื่อโจมตีครั้งใหญ่ เช่นมีรถถังและรถบรรทุกทหารที่ขนกำลังพลของหน่วยทหารราบรัสเซียเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มุ่งหน้าไปยังเมืองเอียร์ปิน (Irpin) ที่ติดกับกรุงเคียฟ เพื่อเตรียมการโจมตีภาคพื้นดินในขั้นแรก ทั้งยังมีการจัดหาเชื้อเพลิงมาจากประเทศเบลารุส โดยนำเข้ามาผ่านเขตหวงห้ามโดยรอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลด้วย
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวเตือนกองกำลังรัสเซียว่า ผู้ใดก็ตามที่ก่ออาชญากรรมสงครามในเขตกรุงเคียฟ ผู้นั้นจะต้องถูกไล่ล่าไปจนวันตาย และจะต้องพบกับวันพิพากษาความผิดฐานลงมือฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
"มีกี่ครอบครัวแล้วที่ต้องตายไปในยูเครน เราจะไม่มีวันอภัย เราจะไม่มีวันลืม เราจะลงโทษทุกคนที่กระทำการโหดร้ายในสงครามนี้ บนแผ่นดินนี้ จะไม่มีที่สงบบนโลกเหลือไว้ให้พวกมันได้อยู่ เว้นแต่ในหลุมศพ" นายเซเลนสกีกล่าว
ข่าวกรองสหรัฐฯ-อังกฤษชี้ ขบวนทัพรัสเซียยังติดหล่มไม่ขยับ
รายงานของกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรคาดการณ์ว่า กองทัพรัสเซียได้รับชัยชนะน้อยมากในสมรภูมิยูเครนตลอดช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยยังไม่อาจครอบครองน่านฟ้าได้ทั้งหมด ส่วนขบวนทัพบกขนาดใหญ่ที่มียานยนต์ทหารเป็นแถวยาวเหยียดถึง 65 กิโลเมตร ก็ยังคงไม่สามารถขยับเคลื่อนที่ไปไหน เนื่องจากปัญหาการสื่อสารและลอจิสติกส์
"มีความเป็นไปได้สูงว่า กองทัพรัสเซียไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายต่าง ๆ ตามแผนการที่ได้วางไว้ล่าสุด" รายงานดังกล่าวระบุ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้านรายงานข่าวกรองของทางการสหรัฐฯ ชี้ว่า กองกำลังรัสเซียยังไม่น่าจะยกพลขึ้นบกที่เมืองโอเดซา เมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ของยูเครนในเร็ววันนี้ เนื่องจากยังไม่พบเห็นความเคลื่อนไหวทางทหารใด ๆ ของรัสเซียในบริเวณดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม บรรดาชาวเมืองโอเดซาได้ช่วยกันตั้งแนวบังเกอร์ที่ชายหาด เพราะกลัวว่ารัสเซียจะใช้ยานยนต์สะเทินน้ำสะเทินบกยกพลเข้าเมือง เช่นเดียวกับที่เมืองมาริยูโปลซึ่งถูกยึดไปแล้ว
ทางการสหรัฐฯ ประมาณการว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธหลากชนิดราว 600 ลูก เข้าใส่ยูเครน นับแต่เริ่มเปิดฉากการโจมตีเมื่อวันที่ 24 ก.พ. เป็นต้นมา โดยขณะนี้ยังมีการระดมโจมตีอย่างหนักที่กรุงเคียฟ, เมืองมาริยูโปล, คาร์คิฟ, เชอร์นิฮิฟ, และไมโคลายิฟ
นายมาร์โค รูบิโอ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาบอกว่า แม้จะมีการโจมตีทางอากาศต่อยูเครนอย่างหนัก แต่สหรัฐฯ และนาโตไม่สามารถประกาศให้น่านฟ้ายูเครนเป็นเขตห้ามบินได้ เพราะจะต้องมีการยิงเครื่องบินรบรัสเซียเกิดขึ้น และนำมาซึ่ง "สงครามโลกครั้งที่สาม" อย่างแน่นอน
ราคาน้ำมันดิบทะยานสู่ระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดเอเชียพุ่งขึ้นแตะระดับ 139 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลในวันนี้(7 มี.ค.) ก่อนจะลดระดับลงมาที่ 130 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี ตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา

ที่มาของภาพ, Getty Images
ความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยานขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ทางการสหรัฐฯบอกว่า กำลังหารือกับชาติพันธมิตรเรื่องจะห้ามนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซียดีหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะทำให้ราคาน้ำมันสำหรับผู้บริโภคแพงขึ้นไปอีก
ด้านบริษัทเชลล์ (Shell) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันรายใหญ่ของโลก ชี้แจงกรณีที่ยังคงซื้อน้ำมันดิบลดราคาจากรัสเซียว่า ทางบริษัทไม่มีตัวเลือกอื่น เพราะต้องจัดหาน้ำมันดิบให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดยุโรปโดยเร็วที่สุด แต่ก็ได้ระงับการติดต่อให้บริการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับน้ำมันดิบจากรัสเซียไปแล้ว

คุณมีคำถาม เราหาคำตอบ: ผลกระทบของสงครามในยูเครนต่อประเทศไทย











