รัสเซีย ยูเครน : ดูทีวีรัสเซียรายงานสงคราม เรื่องราวที่ถูกกลับด้านโดยสิ้นเชิง

ผู้หญิงชาวเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กนั่งชมการรายงานข่าวเกี่ยวกับประธานาธิบดีปูตินทางโทรทัศน์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้หญิงชาวเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กนั่งชมการรายงานข่าวเกี่ยวกับประธานาธิบดีปูตินทางโทรทัศน์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ไม่มีสิ่งใดที่สามารถอธิบายการเล่าเรื่องสงครามในสื่อของทางการรัสเซียได้ชัดแจ้งเท่ากับรายงานตอน 17.00 GMT ของ 1 มี.ค. ได้อีกแล้ว เมื่อนักข่าวของบีบีซี เวิลด์ ทีวีเปิดดูรายงานของโทรทัศน์รัสเซียเกี่ยวกับการโจมตีเสากระจายสัญญาณโทรทัศน์แห่งหนึ่งในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ก็พบว่าทีวีรัสเซียกล่าวว่ายูเครนเป็นผู้ลงมือโจมตีเมืองต่าง ๆ ในประเทศของตัวเอง

ด้วยเหตุนี้เราจึงอยากรู้ต่อไปว่าผู้ชมโทรทัศน์ของรัสเซียรับรู้เรื่องสงครามอย่างไรบ้าง ข่าวสารแบบใดที่ประชาชนของรัสเซียได้รับรู้กันแน่ เนื้อหาข้างล่างนี้เป็นการสรุปจากสื่อโทรทัศน์หลายช่องของรัสเซีย ที่ทางบีบีซีได้สำรวจมาเมื่อ 1 มี.ค. ทั้งที่เป็นสื่อของรัฐบาลรัสเซียโดยตรงหรืออยู่ภายใต้บริษัทที่เป็นพันธมิตร

Short presentational grey line

โดยปกติแล้วเนื้อหาของรายการสวัสดียามเช้าของ แชนแนล วัน สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลรัสเซีย และเป็นหนึ่งในช่องที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ก็ไม่ต่างจากรายการโทรทัศน์ตอนเช้าตรู่ในประเทศอื่น ๆ คือมีทั้งรายงานข่าว, สังคม รวมทั้งบันเทิงด้วย

แต่ผังรายการปกติของวันอังคารถูกยกเลิกไปตั้งแต่ 5.30 น.ของเวลากรุงมอสโก ผู้ประกาศชี้แจงว่ามีการเปลี่ยนแปลงผังออกอากาศเนื่องมาจาก "สถานการณ์ที่รู้กันดี" โดยจะแทรกข่าวและรายงานสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้นกว่าเดิม เนื้อหาของสาระที่เพิ่มเข้ามาก็อย่างเช่น ข่าวที่ว่ากองกำลังยูเครนทำลายยุทโธปกรณ์หนักของรัสเซียไม่เป็นความจริง รวมทั้งความห่วงใยที่ว่าข่าวปลอมเช่นนี้อาจทำให้ชาวรัสเซียที่อ่อนประสบการณ์หลงเชื่อได้โดยง่าย

"คลิปวิดีโอที่ส่งต่อ ๆ กันไปทางอินเตอร์เน็ต ไม่สามารถกล่าวสิ่งใดได้นอกจากว่าเป็นสิ่งทำปลอมขึ้นมา" เสียงผู้ประกาศอธิบาย จากนั้นก็มีการนำเอาภาพนิ่งที่จากคลิปมาประกอบ "ด้วยวิธีการดัดแปลงที่เห็นได้ชัดว่าไร้ซึ่งฝีมือใด ๆ"

Screenshot from Russian television Channel One
คำบรรยายภาพ, ผู้ประกาศของช่องวันแชนเนลได้แสดงภาพของยวดยานทหารคันเดียวกันสองภาพ ภาพบนมีตัวหนังสือว่า "ดอนบาส 2014" ส่วนภาพล่างเขียนว่า "การตัดแปะของพวกยูเครน" โดยอธิบายว่าภาพบนเป็นรถทหารของยูเครนที่พังยับเยินในเขตปะทะเมื่อปี 2014 ภาพล่างเป็นภาพเดียวกันแต่ถูกตัดต่อให้ดูเหมือนเป็นรถทหารของรัสเซียที่ใหม่กว่า ตัว Z ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของยุทโธปกรณ์ของรัสเซียถูกใส่เข้ามาภายหลัง

ในเวลา 8.00 น. ของมอสโก เราเปิดดูรายการข่าวเช้าของช่องเอ็นทีวี ที่บริหารโดยบริษัทลูกของบริษัทกาซปรอม ซึ่งรัฐบาลรัสเซียควบคุมอยู่ คราวนี้เป็นรายงานพิเศษมาจากดอนบาส ดินแดนที่อยู่ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัสเซียประกาศว่าจะเริ่ม "ปฏิบัติการทางการทหารพิเศษ" เพื่อลดการควบคุมทางการทหารและหยุดยั้งการทำให้ยูเครนกลายเป็นนาซีใหม่

ทั้งรายงานไม่มีการอ้างรายงานถึงการส่งกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ครั้งใหญ่ของรัสเซียจากเบลารุสไปยังกรุงเคียฟ ที่สื่อนอกประเทศอื่น ๆ รายงานไว้ว่า คาราวานของกองทัพรัสเซียนี้มีความยาวหลายสิบไมล์ไปตามท้องถนนมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของยูเครน

ผู้ประกาศของเอ็นทีวีเปิดรายการดังนี้ "เรามาเริ่มด้วยข่าวล่าสุดที่มาจากดอนบาส กองกำลังของสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ยังคงต่อสู้ต่อไปโดยรุกคืบเข้าไป 3 กิโลเมตร ส่วนหน่วยของสาธารณะรัฐประชาชนโดเนตสก์เคลื่อนไปได้ 16 กิโลเมตรแล้ว"

คำบรรยายวิดีโอ, การรายงานของเอ็นทีวี ของก๊าซปรอม

รอสสิยา 1 และ แชนแนลวัน อันเป็นสองสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในรัสเซีย และก็เป็นของรัฐบาลทั้งคู่ด้วย กล่าวหากองกำลังยูเครนว่าก่ออาชญากรรมสงครามในเขตดอนบาส ผู้ประกาศของรอสสิยา1 กล่าวกับผู้ชมว่า ภัยของพลเมืองชาวยูเครนไม่ได้มาจากกองทัพรัสเซีย หากแต่มาจาก "พวกรักชาติชาวยูเครน"

"คนพวกนั้นใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ จงใจที่จะตั้งอาวุธโจมตีทั้งหลายไว้ในเขตอยู่อาศัย รวมทั้งเร่งระดมยิงเมืองต่าง ๆ ในดอนบาส"

ส่วนผู้ประกาศของแชนเนลวันก็บอกว่า กองทัพยูเครน "เตรียมที่จะยิงถล่มบ้านเรือนราษฎร" และระเบิดคลังต่าง ๆ ด้วยการใช้วัตถุไวไฟแบบแอมโมเนีย "เพื่อปลุกปั่นพลเมืองให้ชิงชังกองทัพรัสเซีย"

ทั้งสองช่องนี้หลีกเลี่ยงการใช้คำว่า สงคราม กับสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครน และอธิบายการโจมตีของรัสเซียว่าเป็นปฏิบัติการเพื่อสยบกำลังทหารเท่านั้น โดยมีเป้าหมายอยู่ที่สถานที่ทางการทหาร หรือ "เพื่อปกป้องประชาชนของสาธารณรัฐทั้งสอง"

หากนับไปถึงช่องโทรทัศน์อื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลด้วยแล้ว ก็จะรู้สึกได้ว่าผู้ประกาศและผู้สื่อข่าวจะเลือกใช้คำหรือภาพที่เร้าอารมณ์ สื่อสารให้เห็นว่าปฏิบัติการทางทหารพิเศษของรัสเซียในยูเครนนั้นมีความคล้ายคลึงและคู่ขนานไปกับการต่อสู้ของสหภาพโซเวียตต่อนาซีเยอรมันในอดีต

"วิธีที่พวกรักชาติใช้เด็ก ๆ เป็นโล่กำบังตัวเองไม่ได้ต่างไปจากเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 เลย" เป็นคำกล่าวผู้ประกาศของรายการข่าวเช้าของช่องรอสสิยา 24 อันเป็นช่องพี่น้องกับรอสสิยา 1

คำบรรยายวิดีโอ, รายการข่าวของช่อง รอสสิยา 24

"พวกเขามีพฤติกรรมดุจพวกฟาสซิสต์อย่างเต็มรูปแบบ พวกนีโอนาซีเอาอาวุธไปไว้ในใกล้ย่านอยู่อาศัย ซึ่งมีเด็ก ๆ หลบภัยอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน" ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งรายงานพร้อมภาพที่มีคำบรรยายขึ้นว่า "พวกฟาสซิสต์ ยูเครน"

โยนความผิดให้ยูเครน

ข้อความข้างต้นเหล่านั้นเป็นการย้ำถึงคำพูดของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ว่ายูเครนใช้เด็ก ผู้หญิง และคนแก่เป็นโล่มนุษย์

ในขณะที่สื่อในโลกตะวันตกกำลังตั้งคำถามว่าการโจมตีของปูตินไม่ก้าวหน้ารวดเร็วเท่าที่เขาหวังไว้หรือเปล่า สื่อของรัสเซียก็วาดภาพว่าปฏิบัติการนั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม มีการรายงานอย่างต่อเนื่องถึงความเสียหายของฝ่ายยูเครน อย่างเช่น สถานที่ทางการทหารของยูเครนมากกว่า 1,100 แห่ง และยุทโธปกรณ์หลายร้อยชิ้นถูกทำลาย แต่ไม่มีรายงานว่ากองทัพรัสเซียสูญเสียไปเท่าไร

นอกจากนี้รายงานข่าวเช้าในสถานีโทรทัศน์หลายแห่งก็ไม่พูดถึงการรบในส่วนอื่น ๆ ของยูเครนเลย ไม่มีนักข่าวของช่องทางการลงไปรายงานจากพื้นที่อย่างกรุงเคียฟ หรือ คาร์คิฟ เมืองใหญ่อันดับสองของยูเครน ที่บ้านเรือนประชาชนถูกกระสุนถล่มอย่างหนัก พวกผู้สื่อข่าวเหล่านั้นเกาะติดเฉพาะกับกองกำลังในดอนบาสเท่านั้น

การรายงานเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในช่วงบ่าย เอ็นทีวีเริ่มพูดถึงการยิงถล่มคาร์คิฟ ซึ่งบีบีซีรายงานไปก่อนหน้านั้นหลายชั่วโมงแล้ว แง่มุมของการรายงานก็คือ ที่สื่อประเทศอื่นรายงานว่ากองกำลังรัสเซียเป็นผู้กระทำล้วนแต่เป็นข่าวปลอมทั้งสิ้น

"เมื่อดูจากวิถีของขีปนาวุธแล้ว มันถูกยิงมาจากทางตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งไม่มีกองกำลังรัสเซียอยู่เลย" ผู้ประกาศในข่าวช่วง 16.00 น.ของรอสสิยา 1 อธิบาย และอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นช่องนี้ก็ไปไกลกว่าเดิมโดยรายงานว่ายูเครนเป็นผู้ที่ยิงเอง

"การโจมตีคาร์คิฟโดยบอกว่าเป็นฝีมือรัสเซียนั้นเป็นการโกหกของยูเครนต่อโลกตะวันตก ที่จริงยูเครนยิงเมืองตัวเอง แต่ยูเครนจะหลอกลวงประชาชนไปได้ตลอดหรือ" คนของรอสสิยา1 ตั้งคำถาม

ส่วนรายงานข่าวช่วง 17.00 น. ตามเวลารัสเซีย ผู้ประกาศหญิงของรอสสิยา 1 ก็เน้นย้ำถึงจุดประสงค์ในการเข้าไปในยูเครนว่า "เป็นการปกป้องตัวเองของรัสเซียจากพวกตะวันตก ซึ่งใช้ประชาชนยูเครนในการเผชิญหน้ากับมอสโก" และเพื่อเป็นการตอบโต้กับบรรดาข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือนที่แพร่หลายในอินเตอร์เน็ต รัฐบาลรัสเซียจึงได้ตั้งเว็บไซต์ใหม่ที่ให้แต่ข้อมูลจริงเท่านั้น

เหตุระเบิดที่เสาของสถานีโทรทัศน์ในกรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เหตุระเบิดที่เสาของสถานีโทรทัศน์ในกรุงเคียฟ เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา

ตามประกาศของรัฐบาล สถานีโทรทัศน์ทุกช่องจะต้องใช้คำอธิบายสถานการณ์ตามที่ รอสคอมนัดเซอร์ หน่วยงานควบคุมการกระจายเสียงและภาพของรัสเซียเท่านั้น อย่างไรก็ตามการรายงานของช่องต่าง ๆ ก็ไม่ได้ใช้โทนเสียงที่ทางการให้มาทั้งหมด ผู้ประกาศสามารถด้นสดเองได้ด้วย อย่างเช่น อีวาเชสลาฟ นิโคนอฟ พิธีการรายการข่าวในรูปแบบทอล์คโชว์ชื่อว่า เดอะ เกรท เกม พูดถึงอาชญากรรมสงครามของยูเครนว่

"ผมรักยูเครน รักคนยูเครน ผมเดินทางไปทั่วประเทศนี้มาแล้วหลายครั้ง เป็นประเทศที่หลักแหลมและมหัศจรรย์มาก และผมคิดว่ารัสเซียนั้นแน่นอนว่าสนใจที่จะเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรและรุ่งเรืองของยูเครน ดังนั้นการกระทำของเราครั้งนี้จึงมีเหตุผลยิ่ง และเราจะต้องได้รับชัยชนะ"

แม้ดูจะเหมือนว่ารัฐบาลสามารถควบคุมสื่อมวลชนเอาไว้ได้ แต่จำนวนของคนหนุ่มสาวในรัสเซียที่รับข่าวสารจากเว็บไซต์อิสระหรือโซเชียลมีเดียก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งสงครามดำเนินไปมากเท่าไร ภาพหรือคลิปของทหารที่เสียชีวิตหรือถูกจับกุมก็ผุดขึ้นมามากเท่านั้น ทำให้ทางการรัสเซียหันมาคุมเข้มสื่ออิสระด้วย

รอสคอมนัดเซอร์สั่งให้ติ๊กต๊อกเอาเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเมืองและการทหารออกไป และเน้นย้ำกับเยาวชนว่า "ส่วนใหญ่แล้ว ข้อมูลเหล่านี้จะมาจากพวกต่อต้านรัสเซีย" รอสคอมนัดเซอร์ยังได้สั่งให้กูเกิลเอาสิ่งที่รัสเซียเรียกว่าข้อมูลปลอมเกี่ยวกับความสูญเสียของกองกำลังรัสเซียออกไป สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่ามีการหน่วงความเร็วของทวิตเตอร์โดยเฉพาะกับ "ข่าวเท็จ" เกี่ยวกับปฏิบัติการของรัสเซียในยูเครน รวมทั้งสกัดกั้นการเข้าถึงเฟซบุ๊กอีกด้วย

ทางการรัสเซียกำหนดให้สื่อทุกแขนงต้องใช้แหล่งข่าวภาครัฐในการรายงานปฏิบัติการทางทหารในยูเครน หากพบรายงานที่ละเมิดข้อกำหนดจะถูกสั่งให้เอาออกไปจากอินเตอร์เน็ตโดย คำที่ห้ามขาดก็อย่างเช่น "การประกาศสงคราม" หรือ "การรุกราน" และหากว่ายังไม่ทำตามคำสั่งจะต้องก็พบกับบทลงโทษ เช่น ถูกปรับ หรือหยุดไม่ให้รายงานต่อไป สื่อที่โดนลงโทษไปแล้วก็อย่างเช่น สถานีโทรทัศน์ Dozhd และ สถานีวิทยุ Ekho Moskvy ที่เป็นพวกลิเบอรัลและได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งสองถูกตราหน้าจากการทางรัสเซียว่าเป็นพวกหัวสุดโต่ง และนิยมความรุนแรง รวมทั้ง "รายงานข้อมูลเท็จเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียเป็นประจำ"

*ข้อมูลเพิ่มเติมจาก ฟรานซิส สการ์

line

บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "วิกฤตยูเครน"

line