รัฐประหารเมียนมา : ทำไมสตรีเมียนมาจึงใช้ผ้าถุงสู้กับเผด็จการ

ที่มาของภาพ, Kuecool
- Author, ลารา โอเวน
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
ผู้หญิงในเมียนมาได้นำเอาความเชื่อเรื่องโชคลางเกี่ยวกับผ้าถุง หรือ"ตะเมน"(Htamein) ในภาษาเมียนมา มาเป็นอาวุธต่อต้านการทำรัฐประหารของกองทัพ และเริ่มการเคลื่อนไหวที่เรียกว่า "การปฏิวัติผ้าถุง"
ผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ ซึ่งรวมถึงเมียนมา มีความเชื่อว่า หากผู้ชายเดินลอดราวตากเสื้อผ้าหรือของใช้ของผู้หญิงที่ใช้กับร่างกายในส่วนที่ต่ำกว่าเอวลงไป เช่น ผ้าถุง หรือชุดชั้นใน ซึ่งเชื่อว่าเป็น "ของต่ำ" ก็จะทำให้พลังอำนาจ หรือที่ชาวเมียนมาเรียกว่า "พง"( hpone) รวมทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของอาคมในตัวเสื่อมลง
ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงเมียนมาจึงพากันขึงราวตากผ้าถุงไว้บนถนน เพื่อสกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปจับกุมประชาชนในเขตที่พักอาศัย

ที่มาของภาพ, Getty Images
ดูเหมือนว่าวิธีนี้จะใช้ได้ผลในหลายพื้นที่
คลิปวิดีโอที่ปรากฏทางโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นตำรวจปลดราวตากผ้าถุงลงก่อนที่จะเดินทางต่อไป
กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้ทหารยุติการยึดอำนาจจากพลเรือน และให้ปล่อยตัวบรรดาผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งรวมถึงนางออง ซาน ซู จี ที่ถูกควบคุมตัวตอนที่ทหารก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา
กองทัพอ้างว่าทำรัฐประหารเพราะมีการโกงเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว พร้อมกับส่งอำนาจการปกครองประเทศให้แก่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แล้วประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศเป็นเวลา 1 ปี

ที่มาของภาพ, Getty Images
ความเชื่อที่แพร่หลาย
ผู้หญิงเมียนมาได้ใช้ความเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติที่มีอย่างแพร่หลายในประเทศในการทำ "การปฏิวัติผ้าถุง"
นักศึกษาคนหนึ่งที่ชื่อ ตุน ลิน ซอ อธิบายว่า "ผมโตมากับความเชื่อที่ว่าผ้าถุงของผู้หญิงเป็นของอัปมงคลที่จะทำให้พลังของผมลดลงหากมันแขวนอยู่เหนือตัวผม และเพื่อนหลายคนของผมก็มีความเชื่อแบบเดียวกัน"

ที่มาของภาพ, May Tha Zin Lei/BBC Burmese
มีมี่ เอ นักเขียนและนักจัดรายการพอดแคสต์ชาวเมียนมาซึ่งปัจจุบันอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า กลุ่มนักกิจกรรมสตรีกำลังใช้ความเชื่อที่มีอคติทางเพศนี้ให้เป็นประโยชน์
"ความเชื่อที่งมงายนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายจะสูญเสียพลังอำนาจไปเพราะผู้หญิงไม่สะอาดบริสุทธิ์ แต่หมายความว่าผู้หญิงถูกมองเป็นวัตถุทางเพศหรือเป็นสิ่งยั่วยวนทางเพศที่สามารถทำให้ผู้ชายอ่อนแอได้"
เธออธิบายต่อว่า ตามความเชื่อแต่ดั้งเดิมของเมียนมานั้น ผ้าถุงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี
"ผู้ชายที่ออกรบจะม้วนชายผ้าถุงของแม่แล้วใส่เป็น "ตะกรุดหู" ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงใน "การลุกฮือ 8888" ในปี 1988 ก็ใช้ผ้าถุงแม่มาทำผ้าพันคอ" มีมี่ เอ เล่า

ที่มาของภาพ, May Tha Zin Lei/BBC Burmese
ในการประท้วงครั้งล่าสุดนี้ ผู้หญิงเลือกที่จะใช้พลังแห่งผ้าถุงในที่สาธารณะ
โดยในวันสตรีสากลเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา พวกเธอใช้ผ้าถุงผูกเป็นธงโบกสบัดในการเคลื่อนไหวที่พวกเธอเรียกว่า "การปฏิวัติผ้าถุง"
ตินซา ชุนเลย ยี นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย โพสต์ภาพทางออนไลน์ พร้อมคำบรรยายว่า "ผ้าคลุมไหล่ของฉัน...ตะเมนช่วยคุ้มครองฉันได้ดีกว่าทหารในเมียนมา"

ที่มาของภาพ, Thinzar Shunlei
ขณะที่ผู้ประท้วงบางคนเอาผ้าอนามัยไปติดไว้บนภาพพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำการก่อรัฐประหาร แล้วโปรยไปทั่วท้องถนน ด้วยความหวังว่ามันจะช่วยสกัดการรุกคืบของทหารที่ไม่กล้าเดินเหยียบย่ำใบหน้าผู้นำของตน
ส่วนนักศึกษาชายอย่าง ตุน ลิน ซอ ก็ร่วมในขบวนการนี้ด้วยการเอาผ้าถุงมาพันที่ศีรษะ
"มันเป็นการเพิ่มพลังและแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับผู้หญิงที่ออกมาประท้วงอย่างกล้าหาญ" เขาระบุในโซเชียลมีเดีย

ที่มาของภาพ, Htun Lynn Zaw
สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่า นับแต่กองทัพก่อรัฐประหารก็มีผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้วกว่า 54 คน ซึ่งในจำนวนนี้หลายคนเป็นผู้หญิง
นานาชาติต่างประณามการใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วง ทว่าคณะผู้นำการก่อรัฐประหารกลับไม่แยแสกับกระแสต่อต้านที่เกิดขึ้น
ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงหญิงต่างปฏิเสธที่จะนิ่งเงียบ และใช้ผ้าถุงของพวกเธอแสดงการต่อต้านการปกครองของทหารต่อไป
พวกเธอมีคำขวัญว่า "ตะเมนของเรา ธงของเรา ชัยชนะของเรา"









