รัฐประหารเมียนมา : ประท้วงครั้งนี้ต่างจากในอดีตอย่างไร

คำบรรยายวิดีโอ, ประท้วงเมียนมาครั้งนี้ต่างจากในอดีตอย่างไร

นับแต่กองทัพเมียนมายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ประชาชนทั่วประเทศต่างออกมาชุมนุมประท้วงกันแทบทุกวัน เพื่อแสดงการต่อต้านการปกครองของกองทัพ

คนเมียนมาใช้สารพัดวิธีเพื่อเรียกร้องให้กองทัพคืนอำนาจแก่ประชาชนและปล่อยตัวแกนนำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

การลุกฮือของประชาชนครั้งนี้ยังมีความแตกต่างจากการในครั้งที่ผ่าน ๆ มาของเมียนมาในหลายด้าน อาทิ เป็นการชุมนุมโดยไร้แกนนำ จากที่ในปี 1998 การประท้วงนำโดยนักศึกษา ส่วนในปี 2007 การประท้วงนำโดยพระสงฆ์ แต่ตอนนี้ไม่มีกลุ่มใดเป็นแกนนำหลักที่ชัดเจน

ขณะเดียวกันก็มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์ อาทิ การแต่งกายด้วยชุดแฟนซี การเล่นดนตรี และการใช้งานศิลปะเป็นสื่อในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านการปกครองของทหาร

นอกจากนี้ยังมีการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารระหว่างกันและส่งข้อมูลข่าวสารให้โลกภายนอกได้รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเมียนมา โดยมีการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นผ่านทางเฟซบุ๊กหรือโพสต์ทางทวิตเตอร์อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที

การเป็นนักข่าวพลเมืองในเมียนมามีความเสี่ยงสูง ใครที่ถูกจับได้ว่ากำลังถ่ายคลิปทหาร อาจถูกจับกุมปราบปรามอย่างโหดร้าย หรืออาจจะต้องเสียชีวิต

แต่ผู้ประท้วงบอกว่า พวกเขาจำเป็นต้องต้องเสี่ยง

คลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ออกไป เผยให้เห็นว่ามีการใช้กระสุนจริง ใช้แก๊สน้ำตา และการทุบตีผู้ชุมนุมอย่างทารุณ ทั้งหมดเป็นฝีมือของทหาร และนี่คือหลักฐานที่ชี้ว่ากำลังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติอย่างโหดร้ายทารุณเกิดขึ้น

คนรุ่นใหม่ในเมียนมาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์การสหประชาชาติและผู้นำชาติต่าง ๆ จะได้เห็นสิ่งที่พวกเขาสื่อสาร และเข้ามาแทรกแซงสถานการณ์ในเมียนมา แต่ในความหวังนั้นก็มีความกลัวแฝงอยู่ กลัวว่าการเสี่ยงชีวิตใช้โทรศัพท์มือถือเก็บภาพและคลิปวิดีโอเพื่อเผยแพร่ออกไปนั้นจะถูกเพิกเฉย

ขณะเดียวกันทหารและตำรวจก็พยายามปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงด้วยความรุนแรงขึ้นทุกขณะ โดยนับตั้งแต่กองทัพเข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ก็มีผู้ประท้วงเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 54 คน ส่วนเมื่อคืนวันที่ 8 มี.ค. มีผู้ชุมนุมในนครย่างกุ้งราว 200 คน ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปิดล้อมไม่ให้ออกจากพื้นที่ตลอดทั้งคืน แต่ล่าสุดผู้ชุมนุมหลายสิบคนสามารถหลบหนีออกมาได้

ปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองในเมียนมาส่งผลให้ไทยต้องเตรียมพื้นที่ตามแนวชายแดนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก เพื่อรองรับผู้อพยพหนีภัยการสู้รบจากเมียนมาซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมาก