มติเพื่อไทย-พรรคร่วมฯ ส่ง แพทองธาร ชินวัตรเป็น “นายกฯ หน้าใหม่” ของรัฐบาลขั้วเดิม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
พรรคเพื่อไทย (พท.) และพันธมิตรทางการเมือง ประกาศสนับสนุน แพทองธาร ชินวัตร เป็นผู้นำคนใหม่ ก่อนประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษในวันพรุ่งนี้ (16 ส.ค.) เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31
เลขาธิการพรรค พท. แจ้งมติคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค พท. ให้เสนอชื่อ แพทองธาร หัวหน้าพรรค พท. เป็นนายกฯ คนใหม่ ท่ามกลางเสียงปรบมือจากหัวหน้าและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ในระหว่างเปิดแถลงข่าวร่วมกันในช่วงเย็นวันนี้ (15 ส.ค.)
แพทองธาร กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรค พท. และแกนนำพรรคร่วมฯ ที่ให้การสนับสนุน และแสดงความ “เสียดาย” ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน
“แต่แน่นอนว่าประเทศต้องไปต่อ พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล วันนี้เรามีความพร้อมที่จะผลักดันประเทศต่อ ดิฉันมีความมั่นใจในพรรคเพื่อไทย มั่นใจในพรรคร่วมฯ ทุก ๆ พรรคที่จะนำพาประเทศของเราให้หลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ เรามารวมตัวกันในวันนี้เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าเรามีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่น และมีความพร้อมเพรียงกันในการผลักดันประเทศให้ไปต่อ วันนี้ขอขอบคุณทุกท่านมาก ๆ ที่มาร่วมกัน รวมตัวกัน แล้วก็ตกลงกัน ทำเพื่อประเทศชาติร่วมกันต่อไป” แพทองธาร แถลงตอนหนึ่ง
ในระหว่างการแถลงข่าว แพทองธาร ไม่ได้ตอบคำถามชัดเจนว่าโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของเพื่อไทยจะได้รับการผลักดันต่อ หรือล้มพับไปพร้อมการจากไปของนายกฯ คนที่ 30 โดยบอกเพียงว่า “ต้องรับฟังความคิดเห็นกันต่อไป วันนี้ยังไม่มีการโหวต ขอให้เป็นทางการก่อนถ้าจะลงเรื่องการบริหารงาน” และ “วันนี้เราเอาตรงนี้ก่อนดีไหม”
อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 23 และหลานอา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ คนที่ 28 จะก้าวขึ้นเป็นนายกฯ หญิงคนที่ 2 ของไทย และยังเป็นนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยวัยเพียง 37 ปี หากเธอได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส. เกินครึ่งสภา
นอกจากบิดา อาสาว ยังมีอาเขยอย่าง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เคยทำหน้าที่นายกฯ คนที่ 26 มาก่อน ดังนั้นถ้านับสายตระกูลชินวัตรและญาติใกล้ชิด แพทองธาร จะถือเป็นนายกฯ คนที่ 4 จากสายชินวัตร
ทั้ง ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ พ้นจากตำแหน่งเพราะรัฐประหาร-ต้องลี้ภัยหนีคดีความไปใช้ชีวิตในต่างแดนหลายปี ทำให้ผู้สื่อข่าวถาม แพทองธาร ว่า หวั่นว่าจะซ้ำรอยกับอดีตนายกฯ ทั้ง 2 คนหรือไม่ เธอตอบว่า ยังไม่คิดเรื่องนี้ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็ว
แพทองธาร ยอมรับว่า ปรึกษาครอบครัวทุกเรื่อง และวันนี้เรามาถึงจุดที่ทำให้ประเทศต้องไปต่อ ฉะนั้นก็ยินดีและตั้งใจ
“ในฐานะของคุณพ่อที่มีประสบการณ์มาก่อน เราก็ให้คำปรึกษากันทุกเรื่องอยู่แล้ว แต่ถามว่าจะใกล้ชิดมากกว่านี้หรือไม่ ก็คงเท่าเดิม เพราะเราใกล้ชิดกันมากอยู่แล้ว” ลูกสาว ทักษิณ กล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
การโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่เกิดขึ้นภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 ให้ความเป็นรัฐมนตรีของ เศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5) จากกรณีแต่งตั้ง พิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในการปรับ ครม. “เศรษฐา 1/1” ทั้งที่รู้อยู้แล้วว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ
ผลจากการพ้นเก้าอี้ของนายกฯ คนที่ 30 ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 14 ส.ค. ทำให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล เศรษฐา ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ แต่ยังต้องทำหน้าที่รักษาการต่อไปจนกว่าจะมีนายกฯ คนใหม่ และแต่งตั้งรัฐมนตรีชุดใหม่
อะไรคือสิ่งที่ยังเหมือนเดิม อะไรคือสิ่งใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงไป บีบีซีไทยขอรวบรวมและอธิบายไว้ ดังนี้
นายกฯ จากพรรคเดิม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
แม้พรรค พท. มีแคนดิเดตนายกฯ เหลืออยู่ 2 คนคือ แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 และ ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 3 แต่ “ผู้มีบารมีเหนือเพื่อไทย” เคาะชื่อ ชัยเกษม ขึ้นเป็นว่าที่ผู้นำคนใหม่ของประเทศ และได้แจ้งความเห็นต่อหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในระหว่างพบปะกันที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ของ ทักษิณ ผู้เป็นบิดาของหัวหน้าพรรค พท. เมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 ส.ค.
ทว่าได้เกิดเหตุพลิกผันในวันนี้ (15 ส.ค.) เมื่อนักการเมืองค่ายเพื่อไทยส่งเสียงสนับสนุนให้ “หัวหน้าอิ๊ง” ซึ่งประกาศตัวเป็น “ดีเอ็นเอทักษิณ” ขึ้นเป็นนายกฯ หญิงคนใหม่ ในระหว่างการประชุม สส. เพื่อไทย เพื่อขอมติส่งชื่อ ชัยเกษม เป็นประมุขฝ่ายบริหาร ผู้บริหารพรรคเตรียมช่วยกันชี้แจงว่าทำไมถึงต้องเป็น ชัยเกษม แทนที่จะเป็น แพทองธาร
“พอเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น สังคมอาจมองว่าท่านทักษิณวางแผนอะไร ก็คงไม่เหมาะ ดังนั้นต้องให้ท่านชัยเกษมมาทำหน้าที่... ไม่เช่นนั้นจะมองว่าพรรคเราไปทำอะไร ครอบครัวไปทำอะไร ผู้ใหญ่ก็มองหลักการแบบนี้ ถ้าเอาแบบนี้ก็ต้องให้ท่านชัยเกษม” วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. กล่าวในรายการ “เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 30
ภายหลังการประชุมพรรค วิสุทธิ์ และ สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค พท. แถลงเพียงว่า ที่ประชุม สส. เพื่อไทยมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าจะมอบอำนาจให้ กก.บห. ไปสรรหาและเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะจะเป็นนายกฯ ในช่วงบ่าย ท่ามกลางกระแสข่าวแพร่สะพัดว่า สส. ต้องการให้ส่งชื่อ แพทองธาร เป็นนายกฯ ตัวจริง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
“ข่าวลือ” คล้ายได้รับคำยืนยันว่าเป็น “ข่าวจริง” ในช่วงบ่าย โดยแกนนำคนสำคัญของเพื่อไทยออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุน ลูกสาวทักษิณ อย่างไม่ปิดบัง
สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และ รมว.คมนาคม บอกว่า สส. เพื่อไทยทุกคนคงจะเห็นว่าหัวหน้าพรรค พท. ควรจะได้รับการสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ส่วนตัวคิดว่าการที่เป็นคนยังสาว มีกำลังแข็งแรง พร้อมจะทุ่มเทให้กับประเทศชาติ ต้องขอชื่นชม “ในสถานการณ์แบบนี้ ท่านคิดว่าจำเป็นก็ลงมาช่วย”
เขาบอกด้วยว่า กก.บห. “จะไปทำอะไรที่แตกต่างจากความเห็น สส. คงไม่ได้ ซึ่งจะเป็นไปตามที่ สส. ต้องการ”
หากถามว่า ทักษิณ จะมีบทบาทเข้ามาช่วยรัฐบาลและพรรค พท. หรือไม่ สุริยะเชื่อว่า “ตอนนี้เมื่อลูกสาวท่านมาเป็นนายกฯ เอง ท่านคงได้มีโอกาสทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด สามารถให้คำแนะนำกับหัวหน้าพรรคได้”
ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า หากนายกฯ คือ แพทองธาร จะเกิดอาถรรพ์กับตระกูลชินวัตรหรือไม่ โดยบอกว่า อย่าไปถ้า อย่าไปคิดอะไรเลยเถิด ถ้าเราตัดสินใจทำสิ่งที่ดีที่สุด เลือกคนที่มีความรู้ความสามารถ ก็น่าจะเดินต่อไปได้ไม่มีปัญหาอะไร
“คุณอิ๊งเป็นผู้ใหญ่แล้ว เป็นหัวหน้าพรรค เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปคุยกับใครครับ ไม่น่ามีปัญหาอะไร” ภูมิธรรม กล่าว
เมื่อถูกถามว่า หากเป็นชื่อ แพทองธาร จะเหมือนกับเป็นการวางยาอดีตนายกฯ เศรษฐา หรือไม่ ภูมิธรรมขออย่าคิดไปไกลขนาดนั้น ทำให้คนทะเลาะกัน คนในพรรคเพื่อไทยเขารักกันดี ไม่ต้องห่วง “อย่าไปตั้งคำถามที่ทำให้รู้สึกว่ามีการวางแผนจะจัดการคนนั้นคนนี้ อันนี้คิดไม่บวก ต้องคิดบวก อย่าไปคิดลบ”
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่า อนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นอีกแคนดิเดตที่มองข้ามไม่ได้ ทว่าหากพรรค พท. ซึ่งมีเสียงในสภามากกว่าพรรค ภท. ถึง 1 เท่าตัว (141:71 เสียง) ไม่ยอมคายเก้าอี้ให้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่หัวหน้าพรรคอันดับ 2 ของรัฐบาลจะได้ย้ายเข้าไปนั่งในตึกไทยคู่ฟ้า
อนุทิน ยืนยันว่า เคารพกติกา แม้ เศรษฐา จะพ้นจากนายกฯ แต่แกนนำก็ยังคงเป็นพรรค พท. ที่จะต้องเสนอชื่อผู้ชิงตำแหน่งนายกฯ
“ภูมิใจไทยยึดกติกา ตอนนี้ยังเป็นพรรคร่วมฯ ลำดับที่ 2 ในรัฐบาล พร้อมสนับสนุนเพื่อไทยเสนอนายกฯ ไม่มีการฮึดสู้ตามกระแสข่าว ไม่มีแอบไปบ้านนี้มุดบ้านนั้น ไม่มีอยู่แล้ว” หัวหน้าพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์เมื่อ 15 ส.ค.

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคภูมิใจไทย
เงื่อนไขรัฐธรรมนูญกำหนดว่า บุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อต่อสภาเพื่อขอความเห็นชอบให้เป็นนายกฯ ต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองที่มี สส. ในสภาไม่น้อยกว่า 5% หรือมี สส. เกิน 25 เสียงขึ้นไป ซึ่งขณะนี้เหลืออยู่ 7 คน จาก 5 พรรค ได้แก่
- พรรคเพื่อไทย (พท.) - แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค, ชัยเกษม นิติสิริ อดีตที่ปรึกษานายกฯ
- พรรคภูมิใจไทย (ภท.) - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค
- พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค
- พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี (ยังไม่เคยลาออกจากบัญชีแคนดิเดตนายกฯ), นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค
- พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ
สุดท้ายเมื่อพรรคแกนนำรัฐบาลเดิมยืนยันสิทธิครอบครอง-จองเก้าอี้นายกฯ ต่อไป นายกฯ คนที่ 31 จึงยังมาจากเพื่อไทยดังเดิม ไม่มีเหตุให้แคนดิเดตจากพรรคอื่นต้องรอลุ้น
เลือกนายกฯ ด้วยขั้นตอนใหม่ภายใต้ รธน. ฉบับเดิม
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกฯ คนใหม่ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่ได้ใช้ “บทบัญญัติหลัก” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 159
เฉพาะ สส. เท่านั้นที่เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบนายกฯ ไม่ได้ทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ตาม “บทเฉพาะกาล” มาตรา 272 เนื่องจากจาก “สว. ชุดเฉพาะกาล” 250 คน หมดวาระลงแล้วหลังดำรงตำแหน่งครบ 5 ปี และมี “สว. ชุดกติกาพิสดาร” 200 คน ทำหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน แต่ไม่มีอำนาจร่วมโหวตเลือกนายกฯ อีกต่อไป
นายกฯ 2 คนก่อนหน้านี้ มาจากเสียงโหวตของ สส. และ สว. รวม 750 เสียง
- นายกฯ คนที่ 29: พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตจากพลังประชารัฐ ได้รับเสียงสนับสนุน 500:244 งดออกเสียง 3 (5 มิ.ย. 2562)
- นายกฯ คนที่ 30: ต้องโหวตกันถึง 3 รอบ ครั้งแรก (13 ก.ค. 2566) สมาชิกเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตจากก้าวไกล แต่ได้เสียงไม่ถึงตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ มีคะแนนเห็นชอบ 324:182 งดออกเสียง 199 ครั้งที่สอง (19 ก.ค. 2566) สมาชิกเสนอชื่อ พิธา อีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้ทดลองโหวตเป็นนายกฯ รอบใหม่ ก็ถูกเสียงส่วนใหญ่ของสองสภาสกัดเสียก่อน ด้วยการลงมติ 395:312 เสียงว่าเป็น “ญัตติต้องห้าม” ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 41 เมื่อชื่อตกไปแล้ว ไม่สามารถเสนอชื่อเดิมซ้ำได้ตลอดสมัยประชุม ครั้งที่สาม (22 ส.ค. 2566) เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตจากเพื่อไทย ได้รับเสียงสนับสนุน 482:165 ให้เป็นนายกฯ งดออกเสียง 81

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส่วนนายกฯ คนที่ 31 จะมาจากเสียงของ “สภา 500”
ในการลงมติของ สส. จะใช้การลงคะแนนโดยเปิดเผย ด้วยการขานชื่อสมาชิกตามลำดับตัวอักษร แล้วให้เอ่ยคำว่า “เห็นชอบ” “ไม่เห็นชอบ” หรือ “งดออกเสียง” กรณีมีแคนดิเดตคนเดียว แต่ถ้ามีการเสนอชื่อแข่ง ก็ให้เอ่ยชื่อแคนดิเดตที่ประสงค์จะโหวตเลือกเป็นนายกฯ
ผู้ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ 248 เสียง จาก สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งหมด 493 เสียง
สำหรับ 7 เสียงในสภาที่หายไป เป็นผลจากการคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และตัดสิทธิการเมือง กก.บห. เมื่อ 7 ส.ค. ทำให้ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. หายไป 5 คน, สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม หายไป 1 คน ส่วนอีก 1 คนเป็น สส. สังกัดพรรค ภท. ที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวระหว่างการพิจารณา “คดีใบแดง”
รัฐบาลขั้วเดิม
พรรค พท. ซึ่งแพ้การเลือกตั้งในรอบ 2 ทศวรรษ พลิกมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต่อจากพรรค ก.ก. โดยประกาศฉีกบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรคร่วมฯ เดิม เมื่อ 2 ส.ค. 2566 แล้วเดินหน้ารวบรวมเสียงจากพรรคต่าง ๆ จนจัดตั้ง “รัฐบาลผสมพันธุ์ข้ามขั้วการเมือง” ที่แกนนำเพื่อไทยเรียกขานว่า “รัฐบาลพิเศษสลายขั้วการเมือง” ได้สำเร็จ
ขณะนั้นมีเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากแคนดิเดตนายกฯ หัวหน้าพรรค และแกนนำคนสำคัญของเพื่อไทยต่างประกาศว่าจะไม่จับมือกับพรรค “2 ลุง” อันหมายถึงพรรค พปชร. ของ “ลุงป้อม” กับพรรค รทสช. ของ “ลุงตู่” แต่สุดท้ายกลับดึงทั้ง 2 พรรคมาเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล เป็นผลให้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ต้องลาออก-สังเวยเก้าอี้หัวหน้าพรรค พท. ตามที่เคยลั่นวาจาเอาไว้
นพ.ชลน่าน เคยกล่าวไว้บนเวทีดีเบตของไทยรัฐเมื่อ 28 เม.ย. 2566 ว่า “ไม่จับมือกับพลังประชารัฐ ไม่จับมือ ไม่มีดีลกับลุงป้อม ถ้ามีจับมือ ผมลาออกจากหัวหน้าพรรค”
สำหรับ 11 พรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงในสภาล่างรวมกัน 314 เสียง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย (141 ที่นั่ง), พรรคภูมิใจไทย (71 ที่นั่ง ขณะนี้เหลือ สส. ปฏิบัติหน้าที่ได้ 70 ที่นั่ง), พรรคพลังประชารัฐ (40 เสียง), พรรครวมไทยสร้างชาติ (36 ที่นั่ง), พรรคชาติไทยพัฒนา (10 ที่นั่ง), พรรคประชาชาติ (9 ที่นั่ง), พรรคชาติพัฒนา (3 ที่นั่ง), พรรคเพื่อไทรวมพลัง (2 ที่นั่ง), พรรคเสรีรวมไทย (1 ที่นั่ง), พรรคพลังสังคมใหม่ (1 ที่นั่ง), พรรคท้องที่ไทย (1 ที่นั่ง)
แม้มีการเปลี่ยนตัวนายกฯ คนใหม่ แต่พรรคแกนนำรัฐบาลจะยังไม่เปลี่ยนแปลงส่วนผสมของรัฐบาล โดยยืนยันตัวเลข 11 พรรคร่วมฯ ตามเดิม เพราะต้องการ “ปิดเกมเร็ว” เพื่อไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อมไปมากกว่านี้
นั่นทำให้นักการเมืองกลุ่มใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ประสงค์จะเข้าร่วมรัฐบาล และแสดงมิตรไมตรีผ่านการลงมติสำคัญ ๆ ในสภาหลายครั้งยังต้อง “ร้องเพลงรอ” ต่อไป
เงื่อนไขเดิมห้ามแตะ ม. 112
ไม่เพียงพรรค พท. ที่ขอคงสูตรจัดรัฐบาลเดิมเอาไว้ แต่แกนนำพรรคร่วมฯ ยังขอคงจุดยืนเดิมในการตอบรับร่วมรัฐบาลเศรษฐาเอาไว้ด้วย
พรรคร่วมฯ อย่างน้อย 4 พรรค ประกอบด้วย พรรค ภท., พรรค พปชร., พรรค รทสช., พรรค ชทพ. แถลงย้ำว่า ห้ามแตะต้องประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ
หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมือง หรือไม่สามารถสนับสนุนบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 ตามเจตนารมณ์ของพรรคที่ออกแถลงการณ์ไว้เมื่อ 15 พ.ค. 2566 และเพื่อให้เกิดความชัดเจน อนุทิน จะเสนอให้พรรคร่วมฯ จัดแถลงร่วมกัน “ให้พรรคแกนนำอย่างพรรคเพื่อไทยยืนยันจุดยืนร่วมกันกับพรรคร่วมฯ ทุกคนในโอกาสแรกที่จะสามารถทำได้”
เช่นเดียวกับแกนนำพรรค พปชร. ที่แถลงจุดยืนแนวทางในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล 3 ข้อ ในจำนวนนี้คือ “ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เทิดทูนและธำรงซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พรรคพลังประชารัฐยังคงมีจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลงที่จะไม่ร่วมกับพรรคที่มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112”
พรรค รทสช. ออกแถลงการณ์ในนามพรรค “ยืนยันหลักการเดิมคือจะต้องไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา”
ส่วนหัวหน้าพรรค ชทพ. ย้ำจุดยืนของพรรค โดยกล่าวว่า “ต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลนี้ถือกำเนิดมาจากจุดยืนเดียวกัน คือจะไม่แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112” พรรค ชทพ. ยืนยันมาตลอด ทั้งในขั้นตอนการจัดทำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และไม่ไปเกี่ยวข้องกับหมวด 1 หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขมาตรา 112
ยึดโควต้า รมต. เดิม

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นอกจากจำนวนพรรคร่วมฯ ไม่เปลี่ยน แกนนำเพื่อไทยยืนยันว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรัฐมนตรีของแต่ละพรรค โดยมี 6 จากทั้งหมด 11 พรรคร่วมฯ ได้เก้าอี้ รมต. รวม 35 ตำแหน่งในสัดส่วนเดิม แต่อาจมีการเจรจาสลับกระทรวงในบางตำแหน่ง ส่วนบุคคลที่จะเข้ามานั่งร่วมวงฝ่ายบริหาร ให้เป็นสิทธิขาดของแต่ละพรรคในการเสนอชื่อมา
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. บอกว่า “เท่าที่ทราบทุกอย่างเหมือนเดิม เปลี่ยนแต่นายกฯ”
- พรรคเพื่อไทย ได้โควตา 17 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รมว. 8 ตำแหน่ง และ รมช. และ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 9 ตำแหน่ง
- พรรคภูมิใจไทย ได้โควตา 8 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รมว. 4 ตำแหน่ง และ รมช. 4 ตำแหน่ง
- พรรคพลังประชารัฐ ได้โควตา 4 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รมว. 2 ตำแหน่ง และ รมช. 2 ตำแหน่ง
- พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้โควตา 4 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รมว. 2 ตำแหน่ง และ รมช. 2 ตำแหน่ง
- พรรคชาติไทยพัฒนา ได้โควตา รมว. 1 ตำแหน่ง
- พรรคประชาชาติ ได้โควตา รมว. 1 ตำแหน่ง
นักการเมืองรุ่นเก่า พูดถึง ว่าที่หัวหน้ารัฐบาลชุดใหม่

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ในระหว่างการแถลงข่าวของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ จากเพื่อไทย บรรดาหัวหน้าพรรค/แกนนำพรรค พูดถึง แพทองธาร ชินวัตร ไว้อย่างไรบ้าง บีบีซีไทยรวบรวมประโยคเด็ดมาให้แล้ว
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.: “พอทราบว่าเป็นคุณแพทองธาร เราก็ยิ่งมีความมั่นใจ และเชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของว่าที่นายกฯ ท่านแพทองธาร พวกเราทุกคนก็พร้อมให้การสนับสนุนร่วมมืออย่างเต็มที่ และพร้อมปฏิบัติตามนโยบายและข้อสั่งการของท่านว่าที่นายกฯ นับตั้งแต่วันแรกที่ท่านดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ”
สันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้า พปชร.: “พรรคพลังประชารัฐมีความมั่นใจในความรู้ความสามารถ ดังนั้นก็ต้องสนับสนุนท่านเป็นนายกฯ”
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช.: “พอได้ทราบข่าวว่าท่านแพทองธารก็รู้สึกดีใจ และขอให้ท่านประสบความสำเร็จในการนำรัฐบาลต่อไป”
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค ชพน.: “พรรคชาติพัฒนามีความเชื่อมั่นในหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ และจะอยู่ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นนายกฯ อายุน้อย เป็นเทรนด์ของสังคมการเมืองโลก ดังนั้นการขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ ของคนรุ่นใหม่ จะนำโฟกัสนานาชาติให้กลับมามองประเทฅไทย... แม้เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ แต่อยู่ในครอบครัวนักการเมืองมาตลอด ดังนั้นความรู้ความเข้าใจที่จะบริหารการเมือง ความรู้ของคนรุนใหม่ ผมมีความมั่นใจว่าท่านแพทองธารจะเป็นนายกฯ ที่สามารถนำพาประเทศ แก้ปัญหาประเทศให้ลุล่วงไปได้”











