เกิดอะไรขึ้นในเนปาล เหตุใด "เจนซี" ลุกขึ้นมาประท้วงรัฐบาล จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, บีบีซีนิวส์ แผนกภาษาเนปาล
- Author, อิฟติคาร์ ข่าน
- Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส แผนกเอเชียใต้
ที่ประเทศเนปาลการประท้วงที่นำโดยคนรุ่นใหม่ปะทุขึ้นทั่วประเทศเพื่อต่อต้านนโยบายปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ รวมไปถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต
ผู้ประท้วงนับพันคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัย "เจนซี (Gen Z)" หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 2540-2555 ซึ่งพวกเขาระบุไว้บนแผ่นป้ายประท้วงต่างออกมาเดินขบวนตามท้องถนน พวกเขาเคลื่อนตัวผ่านเมืองหลวงอย่างกรุงกาฐมาณฑุ ขณะที่การประท้วงลุกลามไปสู่ความรุนแรงอย่างรวดเร็วและเกิดการสูญเสียชีวิต
มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 100 ราย หลังเกิดการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ล่าสุด รัฐบาลเนปาลได้ยกเลิกการปิดกั้นแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแล้วในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยรัฐมนตรีของรัฐบาลเนปาลระบุว่า การตัดสินใจยกเลิกการแบนเกิดขึ้นหลังจากการประชุมฉุกเฉินเมื่อคืนวันจันทร์ (8 ก.ย.) เพื่อ "ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของเจนซี"
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี ของเนปาล ยังประกาศลาออกแล้วในวันนี้เช่นเดียวกัน

ที่มาของภาพ, BBC News Nepali
องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอย่าง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล (Amnesty International) ออกมาเรียกร้องให้มีการ "สอบสวน [กรณีการเสียชีวิต] อย่างทั่วถึง เป็นอิสระ และเป็นธรรม"
แอมเนสตี้ฯ กล่าวว่ามีการใช้กระสุนจริงกับผู้ประท้วง ขณะที่บรรดาแพทย์บอกกับบีบีซีแผนกภาษาเนปาลว่า บาดแผลของผู้ประท้วงมาจากกระสุนจริง
กองกำลังความมั่นคงได้ยิงแก๊สน้ำตาและใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง หลังผู้ประท้วงปีนกำแพงอาคารรัฐสภาและอาคารราชการอื่น ๆ

ที่มาของภาพ, BBC News Nepali
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี เค.พี. ชาร์มา โอลี ของเนปาล กล่าวว่าเขา "รู้สึกเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง" ต่อเหตุความรุนแรงและจำนวนผู้เสียชีวิต พร้อมโทษเหตุการณ์ในวันนั้นว่าเกิดจาก "การแทรกซึมของกลุ่มที่มีผลประโยชน์แอบแฝงหลายฝ่าย"
เขากล่าวว่ารัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนการประท้วง และจะมอบเงินช่วยเหลือทางการเงินแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต รวมถึงจัดการรักษาฟรีสำหรับผู้บาดเจ็บ
ด้านนายราเมศ เลขหัก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเนปาล ได้ยื่นใบลาออกเมื่อค่ำวันจันทร์ (8 ก.ย.) หลังถูกวิจารณ์อย่างหนักต่อการที่ฝ่ายบริหารของเขาใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ประท้วง
โซเชียลมีเดียใดบ้างในเนปาลที่ถูกรัฐบาลแบน
เมื่อวันพฤหัสบดี (4 ก.ย.) ที่ผ่านมา รัฐบาลเนปาลเริ่มปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทั้งสิ้น 26 แพลตฟอร์ม โดยอ้างว่าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของรัฐบาล
ก่อนหน้านี้ ทางการเนปาลได้กำหนดเส้นตายให้บรรดาบริษัทโซเชียลมีเดียลงทะเบียนกับกระทรวงสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศ
แพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันที่ถูกปิดกั้น ได้แก่ วอตส์แอป (WhatsApp), เฟซบุ๊ก (Facebook), อินสตาแกรม (Instagram) และยูทิวบ์ (YouTube) ขณะที่แพลตฟอร์มอื่น ๆ อาทิ ติ๊กตอก (TikTok) และไวเบอร์ (Viber) ยังคงสามารถใช้งานได้ในประเทศ ณ วันจันทร์ (8 ก.ย.) ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Getty Images
รัฐบาลเนปาลระบุว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องถูกกำกับดูแลเพื่อรับมือกับข่าวปลอม คำพูดที่สร้างความเกลียดชัง และการฉ้อโกงออนไลน์
อย่างไรก็ดี ฝั่งผู้วิจารณ์แย้งว่ากฎระเบียบเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้ทางการมีอำนาจอย่างกว้างขวางในการควบคุมและลบเนื้อหาออนไลน์ที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสมหรือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐ
ปัจจุบันมีประชากรเนปาลราว 17 ล้านคนที่ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย การปิดกั้นครั้งนี้จึงส่งผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจและการสื่อสารที่ต้องพึ่งพาบริการเหล่านี้อย่างมาก
แม้การปิดกั้นโซเชียลมีเดียจะเป็นชนวนเหตุให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ ทว่าความไม่พอใจในหมู่คนหนุ่มสาวในประเทศต่อสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นการทุจริตและระบบเล่นพรรคเล่นพวกที่เพิ่มขึ้น ก็ได้ก่อตัวมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
ใครบ้างที่ออกมาประท้วง
นี่นับเป็นการประท้วงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเนปาล กลุ่มผู้ประท้วงเริ่มต้นจากการจุดกระแสบนโลกออนไลน์ และเป็นการประท้วงที่นำโดยกลุ่มประชากรคนหนุ่มสาวของประเทศ
กลุ่มผู้ประท้วงระบุตัวตนของพวกเขาว่าเป็นกลุ่มคน "เจนซี (Gen Z)" หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 2540-2555

ที่มาของภาพ, BBC / Bijay Gajmer
คำว่า "เจนซี" ได้กลายเป็นสัญลักษณ์หลักของการเคลื่อนไหวครั้งนี้
แม้การประท้วงนี้จะไม่มีแกนนำหลักในการกำหนดทิศทาง แต่ก็มีกลุ่มเยาวชนหลายกลุ่มเกิดขึ้นมาและรวมตัวเป็นพลังขับเคลื่อน กลุ่มเหล่านี้คอยออกคำเชิญชวนให้เคลื่อนไหวและเผยแพร่ความเคลื่อนไหวผ่านทางโลกออนไลน์

ที่มาของภาพ, Getty Images
นักศึกษาจากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยในเมืองสำคัญทั่วเนปาล ได้แก่ กาฐมาณฑุ โภครา และอีตะหะรี ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมการเคลื่อนไหว
วิดีโอที่เผยแพร่บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่า แม้แต่เด็กนักเรียนก็เข้าร่วมการเดินขบวนด้วย
ผู้จัดการชุมนุมได้กระตุ้นให้นักเรียนสวมเครื่องแบบนักเรียนและพกหนังสือมาร่วมในการชุมนุมด้วย
ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมคืออะไร

ที่มาของภาพ, BBC News Nepali
"พวกเราอยากเห็นการทุจริตในเนปาลจบลง" บีนู เคซี นักศึกษาวิทยาลัยวัย 19 ปี บอกกับบีบีซี แผนกภาษาเนปาล
"พวกผู้นำมักให้สัญญาอย่างหนึ่งตอนเลือกตั้ง แล้วไม่เคยทำตาม พวกเขาคือต้นตอของปัญหามากมาย"
เธอยังกล่าวเสริมว่า การแบนโซเชียลมีเดียส่งผลกระทบต่อการศึกษา ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการเรียนออนไลน์และแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนได้

ที่มาของภาพ, BBC News Nepali
ซุบฮานา บูธาโธกี นักผลิตเนื้อหาบนโลกออนไลน์หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สะท้อนความไม่พอใจ โดยชี้ว่า "เจนซีจะไม่หยุดอยู่แค่นี้"
"การประท้วงครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่เป็นเรื่องการพยายามทำให้เสียงของพวกเราเงียบลง และเราจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น"

ที่มาของภาพ, BBC / Bikram Niraula
ผู้ประท้วงจำนวนมากถือป้ายและตะโกนเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงในกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของประเทศ
ข้อเรียกร้องหลักสองประการของพวกเขาชัดเจนมาก ข้อแรกคือรัฐบาลต้องยกเลิกการแบนโซเชียลมีเดีย และข้อที่สอง เจ้าหน้าที่รัฐต้องยุติพฤติกรรมที่ผู้ชุมนุมเรียกว่าการทุจริต
ผู้ประท้วงซึ่งหลายคนเป็นนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย เชื่อมโยงการปิดกั้นโซเชียลมีเดียเข้ากับการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก และข้อกล่าวหาการทุจริตในวงกว้างของนักการเมือง
เทรนด์ "เด็กเส้น" ในเนปาลคืออะไร แล้วเกี่ยวอย่างไรกับการประท้วงครั้งนี้

ที่มาของภาพ, BBC News Nepali
ลักษณะเด่นของการประท้วงครั้งนี้คือการใช้แฮชแท็กสองคำอย่างแพร่หลาย ได้แก่ 'Nepo Baby' และ 'Nepo Kids' ซึ่งอาจแปลเป็นภาษาไทยได้คล้ายกันว่า "เด็กเส้น" หรือ "ลูกท่านหลานเธอ"
คำว่า 'Nepo' ย่อมาจาก nepotism ซึ่งหมายถึงวิธีการที่ชนชั้นนำใช้ในการดูแลผลประโยชน์ในกลุ่มเครือญาติตนเอง
คำเหล่านี้ได้รับความนิยมบนโซเชียลมีเดียตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากมีวิดีโอมากมายที่เผยให้เห็นวิถีชีวิตหรูหราของนักการเมืองและครอบครัวถูกแชร์ส่งต่อบนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง

ที่มาของภาพ, BBC / Ishwor Joshi
กลุ่มผู้ประท้วงโต้แย้งว่าบุคคลเหล่านี้ประสบความสำเร็จและใช้ชีวิตหรูหราโดยไร้ความชอบธรรม ทั้งที่พวกเขาอยู่ได้ด้วยเงินภาษีของประชาชน ขณะที่ชาวเนปาลทั่วไปต้องดิ้นรนอย่างหนัก
วิดีโอที่ถูกแชร์ต่ออย่างกว้างขวางบนติ๊กตอก (TikTok) และอินสตาแกรม (Instagram)ได้เปรียบเทียบวิถีชีวิตหรูหราของครอบครัวนักการเมือง ทั้งการสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนม การท่องเที่ยวต่างประเทศ และการใช้รถหรู กับความจริงอันยากลำบากที่คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ในประเทศที่ต้องเผชิญ ทั้งการว่างงานและต้องอพยพไปทำงานยังต่างแดน
คำขวัญเหล่านี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์สะท้อนความไม่พอใจในความเหลื่อมล้ำที่ฝังลึกในสังคมการเมืองของเนปาล
เกิดอะไรขึ้นที่บริเวณรัฐสภาและหลายสถานที่ทั่วประเทศ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ที่กรุงกาฐมาณฑุ ผู้ออกมาชุมนุมประท้วงส่วนหนึ่งสามารถฝ่าเข้าไปภายในรัฐสภาได้
มีรายงานความเสียหายจากการทุบทำลายและการวางเพลิงภายในบริเวณรัฐสภาสหพันธรัฐ
ปฤถวี ซุบบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของเนปาล บอกกับบีบีซี แผนกภาษาเนปาลว่า ตำรวจจำเป็นต้องใช้กำลัง
ด้านสถานการณ์ของผู้ชุมนุมประท้วง พบว่ามีกรณีที่เสียชีวิตและบาดเจ็บระหว่างที่กองกำลังความมั่นคงพยายามรักษาความสงบเรียบร้อย โดยผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำส่งโรงพยาบาลท้องถิ่น ซึ่งมีประชาชนรวมตัวกันอยู่
บีบีซีได้สัมภาษณ์บรรดาแพทย์ที่ระบุว่า ผู้บาดเจ็บหลายคนถูกยิงด้วยกระสุนจริงและกระสุนยาง
ด้านตำรวจระบุว่ามีเจ้าหน้าที่หลายรายได้รับบาดเจ็บเช่นกัน พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ประกาศเคอร์ฟิวรอบอาคารราชการสำคัญ ๆ และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ที่มาของภาพ, BBC / Bikram Niruala
การชุมนุมได้บานปลายเป็นความรุนแรงในเมืองอื่นของเนปาล เมื่อผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจ
บิกรัม นิราอูลา ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายงานจากพื้นที่โดยอ้างข้อมูลจากตำรวจ พบว่ามีผู้ประท้วงสองคนถูกยิงเสียชีวิตโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองอีตะหะรี ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศ
เขตการปกครองซันสารีได้ออกคำสั่งเคอร์ฟิวในเมืองอีตะหะรี ขณะที่มีการปะทะที่เมืองธารันเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่อื่นของประเทศด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
ขณะนี้ผู้ชุมนุมประท้วงไม่มีทีท่าจะยุติการเคลื่อนไหว ขบวนการซึ่งขับเคลื่อนโดยคนวัยเจนซีเป็นหลัก ยังคงมีแรงสนับสนุนเพิ่มขึ้นทั้งในโลกออนไลน์และบนท้องถนน
นักวิเคราะห์เตือนว่าหากรัฐบาลไม่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง การประท้วงอาจยกระดับรุนแรงขึ้นอีก

รายงานเพิ่มเติมโดย ฟานินทรา ดาฮาล จากบีบีซี แผนกภาษาเนปาล, เอมี วอล์กเกอร์ จากบีบีซี นิวส์ และแอนดรูว์ เว็บบ์ จากบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส











