ทรู-ดีแทค: บอร์ด ทรู มีมติควบรวบ ดีแทค โดยตั้งบริษัทใหม่ทำคำเสนอซื้อหุ้นโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข

True and DTAC

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมรายใหญ่ หรือ ทรู ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2564 เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ได้มีมติเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการควบบริษัทกับ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค พร้อมกับการเสนอซื้อหุ้นโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข

หนังสือดังกล่าวลงนามโดย น.ส. ยุภา ลีวงศ์เจริญ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงินของบริษัท มีเนื้อหาสำคัญคือ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้ทรู ทำการศึกษาความเป็นไปได้และดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการควบกิจการกับดีแทค ภายใต้บทบัญญัติของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535

นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติให้บริษัทเข้าทำบันทึกความตกลงเบื้องต้นแบบไม่มีผลผูกพัน (Non-Binding Memerandum of Understanding) กับดีแทค เพื่อบันทึกความประสงค์ของคู่สัญญาในการพิจารณาและศึกษาการรวมธุรกิจระหว่างกันเข้าด้วยกันด้วยวิธีการควบรวมบริษัท รวมถึงกำหนดเงื่อนไขบังคับก่อนของการควบรวมกิจการ ในเอกสารดังกล่าวยังระบุถึงสาระสำคัญประการอื่น ดังนี้

เตรียมตั้งบริษัทใหม่เกิดจากการควบรวมกิจการ

บริษัทยังได้พิจารณากำหนดอัตราการจัดสรรหุ้น (Swap Ratio) สำหรับการจัดสรรหุ้นในบริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบบริษัทให้แก่ผู้ถือหุ้นของทรูและผู้ถือหุ้นของดีแทคในอัตราส่วน

  • 1 หุ้นเดิมในทรู ต่อ 2.40072 หุ้นในบริษัทใหม่
  • 1 หุ้นเดิมในดีแทค ต่อ 24.53775 หุ้นในบริษัทใหม่

ในการควบรวมบริษัท ทรูจะให้บริษัท ชิทริน โกลบอล จำกัด เป็นผู้ทำคำเสนอซื้อ ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลติ้ง จำกัด (ผู้ถือหุ้นของทรู) และ เทเลนอร์ เอเชีย (ผู้ถือหุ้นของดีแทค) โดย ชิทริน โกลบอล จะคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนการทำคำเสนอซื้อในราคาเสนอซื้อหุ้นละ 5.09 บาท

เทเลนอร์

ที่มาของภาพ, Getty Images

ในเวลาเดียวกัน บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ก็ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ในเรื่องเดียวกับ โดยระบุว่า Telenor Asia Pte Ltd ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของดีแทคมีความประสงค์ในการสนับสนุนการพิจารณาดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการควบบริษัท โดยคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ โดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขก่อนการทำคำเสนอซื้อ ในราคาเสนอซื้อหุ้นละ 47.76 บาท

ตั้งบริษัทร่วมทุนรายใหม่จะตั้งกองทุน 100 - 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับบริษัทร่วมทุนระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มเทเลนอร์ ตามเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ของทรูระบุว่า เป็นการสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) โดยการสนับสนุนให้ ทรูและดีแทคตั้งเป้าปรับโครงสร้างธุรกิจสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยี (Technology Company) ภายใต้ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีฮับ พร้อมเสริมธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ การสร้างดิจิทัลอีโคซิสเต็ม และกองทุนสตาร์ทอัพ เพื่อสอดรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีระดับภูมิภาค

เครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มเทเลนอร์ แถลงประกาศการพิจารณาสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) จะส่งผลให้ เครือซีพีและกลุ่มเทเลนอร์ ถือหุ้นเท่าเทียมกันในบริษัทใหม่

ที่มาของภาพ, TRUE CORP

คำบรรยายภาพ, เครือเจริญโภคภัณฑ์และกลุ่มเทเลนอร์ แถลงประกาศการพิจารณาสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกัน (Equal Partnership) จะส่งผลให้เครือซีพีและกลุ่มเทเลนอร์ ถือหุ้นเท่าเทียมกันในบริษัทใหม่

นายเยอเก้น โรสทริป รองประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารภูมิภาคเอเซีย กลุ่มเทเลนอร์ กล่าวว่าบริษัทใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น จะตั้งกองทุนมูลค่าประมาณ 100 - 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,200-6,500 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนส่งเสริมผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เน้นการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคในประเทศไทย

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "การก้าวสู่บริษัทเทคโนโลยี คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาแบบก้าวกระโดด และสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กระจายไปทั่วประเทศได้ ซึ่งในฐานะบริษัทไทย เรามุ่งมั่นที่จะเป็น ส่วนหนึ่งในการช่วยปลดล็อกศักยภาพที่มีอยู่อย่างมหาศาลของธุรกิจไทยและผู้ประกอบการดิจิทัลไทย รวมทั้งยังจะสามารถดึงดูดคนที่เก่งที่สุดและธุรกิจล้ำสมัยจากทั่วโลกให้มาทำธุรกิจในประเทศไทยได้อีกด้วย"

ราคาหุ้นทรู-ดีแทคพุ่งเกิน 10% รับข่าวการควบรวมกิจการ

ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา บรรยากาศการซื้อขายหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศมีความคึกคัก โดยเฉพาะ 2 บริษัทดังกล่าว หลังจากการประกาศข่าวการขอควบรวมกิจการ ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นกว่า 10% ณ เวลา 14.15 น. ที่ผ่านมา บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 45.50 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 4.25 บาท หรือ คิดเป็น 10.30%

True and DTAC logos

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ด้านราคาหุ้นของ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 4.82 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 0.50 บาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้นถึง 11.57%

ขณะที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอีกรายอย่าง บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ราคาหุ้นก็ปรับอยู่ในแดนบวกเช่นกัน โดยราคาล่าสุดอยู่ที่ 208 บาทต่อหุ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12 บาท หรือคิดเป็น 6.12%

สภาพตลาดโทรคมนาคมจะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไร

สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ ติดตามกระแสข่าวเรื่องเทเลนอร์มีแผนการจะถอนการลงทุนจากไทย รวมทั้งการซื้อขายกิจการของทรูและดีแทคมาตั้งแต่ปี 2563 วิเคราะห์ให้บีบีซีไทยเมื่อวันที่ 20 พ.ย. ว่า หากพิจารณาจากตัวเลขผู้ใช้บริการและส่วนแบ่งการตลาดของเอไอเอส ทรู และดีแทคที่ปรากฏต่อสาธารณะ เป็นที่ชัดเจนว่าถ้าทรูซื้อดีแทค บริษัทที่เกิดจากการรวมกิจการนี้จะกลายเป็นเจ้าตลาดรายใหม่และเป็นรายใหญ่อันดับ 1 แซงหน้าเอไอเอส และตลาดผู้ให้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ตจะเหลือแค่ 2 เจ้า คือ เอไอเอสกับทรู-ดีแทค ซึ่งทำให้การแข่งขันในตลาดลดลงอย่างชัดเจน

ยอดผู้ใช้บริการและรายได้ใน 9 เดือนแรกปีนี้ ของแต่ละค่ายมือถือเป็นอย่างไร

  • เอไอเอสมีผู้ใช้งานกว่า 43.7 ล้านเลขหมาย มีรายได้ 130,995 ล้านบาท
  • ทรู มีผู้ใช้งานกว่า 32 ล้านเลขหมาย มีรายได้ 103,177 ล้านบาท
  • ดีแทค มีผู้ใช้งานกว่า 19.3 ล้านเลขหมาย มีรายได้ 59,855 ล้านบาท
logos - AIS, True

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

หากทรูและดีแทครวมกันได้สำเร็จ

  • ทรู-ดีแทคมีผู้ใช้งานรวมกัน ราว 51.3 ล้านเลขหมาย
  • เอไอเอสยังคงมีผู้ใช้งานอยู่ราว 43.7 ล้านเลขหมายเลข