กต. ประณาม ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ออกรายงานอย่างมี "อคติทางการเมือง"

การประท้วง

ที่มาของภาพ, Getty Images

กระทรวงต่างประเทศ (กต.) ออกแถลงการณ์กร้าว ประณามรายงานสิทธิมนุษยชนของ ฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า "เต็มไปด้วยอคติทางการเมือง ปราศจากการนำเสนอข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ในพื้นที่" หลังจากรัฐบาลไทยถูกกล่าวหาว่าไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขสถานการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาคมโลก

กต. ได้ออกแถลงการณ์บนเว็บไซต์ของกระทรวงเมื่อวานนี้ โดยขึ้นต้นว่า "กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความผิดหวังต่อรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกประจำปี ค.ศ. ๒๐๑๘ (World Report 2018) ขององค์กรฮิวแมน ไรทส์ วอทช์ (Human Rights Watch - HRW) เพราะว่าละเลย "การนำเสนอข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ในพื้นที่ ความคืบหน้า พัฒนาการด้านบวก และความพยายามของรัฐบาลไทย"

แถลงการณ์นี้ยังระบุว่ารายงานดังกล่าวเป็นการ "กล่าวหาโดยเหมารวม ขาดพยานหลักฐาน และเต็มไปด้วยอคติทางการเมือง"

ฮิวแมนไรท์วอทช์

ที่มาของภาพ, Getty Images

"กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดให้มีช่องทางหารืออย่างไม่เป็นทางการกับองค์กรภาคประชาสังคมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง HRW ในประเทศไทยอย่างสม่ำเสมอ โดยมีผู้แทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นและข้อมูลอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ข้อมูลเหล่านี้ที่จะช่วยสร้างความกระจ่างให้กับหลายประเด็นที่ถูกกล่าวหาในรายงาน ไปไม่ถึง HRW ที่นั่งเขียนรายงานอยู่อีกมุมหนึ่งของโลก" แถลงการณ์ระบุ

นอกจากนี้แถลงการณ์ยังได้ยกตัวอย่างความพยายามของรัฐบาลไทยที่จะพัฒนาสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในปีที่แล้ว เช่น ประกาศวาระแห่งชาติเรื่องสิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน, รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้ความสำคัญกับหลักการสิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองที่เท่าเทียมกันตามกฎหมาย การไม่เลือกปฏิบัติ การห้ามการทรมาน และเสรีภาพในการนับถือศาสนา, การนำเสนอ ร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ... ฯ

จากนั้น กต. ก็ชี้ว่า HRW มักเลือกที่จะเพิกเฉยต่อพัฒนาการต่าง ๆเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ "อันเนื่องมาจากอคติทางด้านการเมืองขององค์กร" และก็ยังประกาศเจตนารมณ์ว่า"รัฐบาลไทยขอยืนยันความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนตามพันธกรณีระหว่างประเทศ"

ส่วนในบรรทัดสุดท้ายของแถลงการณ์นี้สรุปว่า "เราจะไม่ยอมรับผู้ที่อ้างตัวว่าทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนแต่มีวาระแอบแฝง การกระทำเช่นนั้นสมควรถูกประณาม"

หน้าเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศที่กล่าวถึงรายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์

ที่มาของภาพ, BBC Thai

คำบรรยายภาพ, หน้าเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศที่กล่าวถึงรายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์

บีบีซีไทยได้สอบถามไปยังนางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษก กต. ถึงสาเหตุของแถลงการณ์ที่แหลมคมเช่นนี้ ซึ่งนางบุษฎีก็อธิบายเพียงสั้น ๆ ว่า "นี่คือการอธิบายข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นในฝั่งของเรา"

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว HRW เปิดเผยรายงานประจำปี 2018 ความยาว 643 หน้า มีเนื้อหาทบทวนสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในกว่า 90 ประเทศและดินแดน

สำหรับประเทศไทย องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศแห่งนี้ระบุว่า ยังไม่มีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย รวมถึงขาดกระบวนการตรวจสอบอำนาจซึ่งกดขี่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และละเว้นโทษกับกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน

รายงานดังกล่าวยังระบุอีกว่า "เมื่อปี 2017 รัฐบาล คสช. ของไทยไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้หลายครั้งกับสหประชาชาติ และองค์กรอื่น ๆ ว่าจะเคารพสิทธิมนุษยชนและฟื้นคืนการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย แม้รัฐบาลจะประกาศนโยบายแห่งชาติด้านสิทธิมนุษยชนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ยุติการกดขี่เสรีภาพของพลเมืองและในทางการเมือง โดยยังคงสั่งจำคุกผู้ที่ไม่เห็นด้วย รวมถึงละเว้นโทษให้กับการทรมานและการละเมิดอื่น ๆ"

วันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา HRW ก็ได้เปิดเผยรายงานชื่อ "โซ่ที่ซ่อนไว้: การปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิและแรงงานบังคับในอุตสาหกรรมประมงไทย" (Hidden Chains: Forced Labor and Rights Abuses in Thailand's Fishing Industry) กล่าวถึงกรณีแรงงานประมงข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น เมียนมาและกัมพูชา ซึ่งมักตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เพื่อเป็นแรงงานภาคประมง พวกเขาถูกขัดขวางไม่ให้เปลี่ยนนายจ้าง ไม่ได้รับค่าจ้างตามเวลา และได้รับค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ แรงงานข้ามชาติไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานของไทย และไม่มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงาน