ทหารแจ้งจับแกนนำ "เดินมิตรภาพ" ผิดคำสั่ง คสช.ห้ามชุมนุม

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/PEOPLE GO NETWORK
ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 แจ้งความร้องทุกข์ตำรวจดำเนินคดี 8 แกนนำ-นักวิชาการ เครือข่าย People Go network จัดกิจกรรมเดินมิตรภาพจากกรุงเทพฯ-ขอนแก่น ฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ห้ามชุมนุมทางการเมือง ด้านแกนนำยืนยันเสรีภาพการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญหลังได้แจ้งการชุมนุมตามกฎหมายแล้ว
พ.ท.ภูษิต คล้ายหิรัญ ผู้บังคับกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 4 ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้รักษาความสงบเรียบร้อยตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในพื้นที่ อ.คลองหลวง และ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ขึ้นไป ต่อแกนนำเครือข่ายภาคประชาชนที่ใช้ชื่อว่า People Go network ซึ่งจัดกิจกรรม We walk เดินมิตรภาพ จำนวน 8 คน ประกอบด้วยนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ นายอนุสรณ์ อุณโณ นายนิมิตร์ เทียนอุดม นายสมชาย กระจ่างแสง น.ส.แสงศิริ ตรีมรรคา นางนุชนารถ แท่นทอง นายอุบล อยู่หว้า และนายจำนงค์ หนูพันธ์
ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 คน เป็นแกนนำการชุมนุม และผู้เข้าร่วมชุมนุมอีกราว 150 คน จากการรวมตัวที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อออกเดินเท้าไปที่ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา
นายนิมิตร์ เทียนอุดม ตัวแทนกลุ่ม People Go network ที่ถูกออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหา เปิดเผยว่า ยังไม่เห็นหมายเรียก แต่ได้พูดคุยกับผู้ที่ถูกออกหมายเรียกอื่นแล้ว ระบุว่าให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในวันที่ 28 ม.ค. นี้ เวลา 09.00 น. ซึ่งเขาจะไปรายงานตัวตามหมาย
นายนิมิตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอเสรีภาพการชุมนุมวานนี้ กล่าวยืนยันอีกครั้งว่า ได้ยื่นแจ้งจัดกิจกรรมเดินมิตรภาพต่อ สภ.คลองหลวง ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ แล้ว ซึ่งตามกฎหมายการจัดชุมนุมสาธารณะ ไม่ได้ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าตำรวจที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้จัด แต่ต้องขออำนาจศาล แต่การนัดหมายออกเดินมิตรภาพเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เจ้าหน้าที่ไม่ได้นำหลักฐานเอกสารใดๆ จากศาลมาแสดง แต่มีการอ้างว่าขัดคำสั่งหัวหน้า คสช.
"เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำเป็นเสรีภาพที่ถูกรับรองโดยรัฐธรรมนูญ และเรารับรู้ว่าการชุมนุม การแสดงออกทั้งเห็นด้วยหรือเห็นต่าง ต้องมีการแจ้งตำรวจในท้องที่ ซึ่งเครือข่ายได้ดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว ผมคิดว่ารัฐบาลไม่น่าจะใช้คำสั่ง คสช. มาใช้กับการชุมนุมของภาคประชาชน ควรจะใช้ตามกฎหมายปกติ" นิมิตร์กล่าวกับบีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/บำนาญแห่งชาติ
ตัวแทนกลุ่ม People Go network กล่าวอีกว่า การเดินเท้าของคณะเดินมิตรภาพยังถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ตลอดเส้นทาง "แรงกดดันก็มีผลต่อพี่น้อง เพราะจำนวนหนึ่งก็หวั่นไหวว่าทำไมเราแสดงออกไม่ได้ มีตำรวจมาป้วนเปี้ยน" นายนิมิตร์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังตัวแทนทนายความมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม และศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้มีการไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองชั่วคราวเพื่อเสรีภาพในการจัดกิจกรรมเดินมิตรภาพ ในวันเดียวกัน ศาลปกครองมีคำสั่งยกคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินที่เครือข่ายภาคประชาชนฟ้องต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากผู้ฟ้องมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอ และต้องฟังข้อเท็จจริงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องด้วย
ส่วนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและคำฟ้องคดี ศาลกำลังดำเนินการ และจะมีคำสั่งต่อไป
ด้านโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือไอลอว์ ระบุว่า แม้จะมี พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ อยู่แล้ว แต่บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็บังคับใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 เรื่องห้ามชุมนุมเกิน 5 คนควบคู่กันไปด้วย
"การชุมนุมหลายครั้งที่ปฏิบัติถูกต้องตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่อ้างว่า เป็นการชุมนุมทางการเมือง ขัดต่อคำสั่งหัวหน้า คสช. และสั่งไม่อนุญาตเอาดื้อๆ รวมถึงใช้กำลังเข้าขัดขวาง และขู่ว่าจะดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม"








