สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 : คุยกับผู้เชี่ยวชาญเบื้องหลังแผนต่อคิวรอถวายสักการะพระบรมศพ

ที่มาของภาพ, EPA
การต่อคิวยาวเป็นแถวที่คดเคี้ยวไปตามท้องถนนในกรุงลอนดอนเพื่อรอถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 กลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วโลก ผู้คนที่ต่อแถวยาว 5 ไมล์พร้อมใจกันค่อย ๆ ขยับทีละนิด บางทีต้องรอนานถึง 24 ชั่วโมง บางทีต้องทนหนาวข้ามคืน
การต่อคิว หรือต่อแถว ครั้งนี้กลายเป็นที่รู้จักกันไปแล้วในชื่อ "The Queue" โดยระบบนี้มีประสิทธิภาพขนาดนี้ได้เพราะทีมผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์การจัดการฝูงชนและศาสตราจารย์ท่านหนึ่งจากมณฑลคัมเบรียในอังกฤษ
ศาสตราจารย์คีธ สติล ได้สอนและให้คำแนะนำเรื่องศาสตร์ในการจัดการฝูงชนมานาน 30 ปี เขาบอกว่าการวางแผนสำหรับการต่อแถวถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในครั้งนี้ใช้เวลา "หลายทศวรรษ"
เขาไม่ได้เป็นผู้วิเคราะห์และแก้ไขแผนในการต่อแถวในครั้งนี้ในลอนดอนเท่านั้น แต่เป็นช่วยดูแลแผนการเดินทางของขบวนพระบรมศพจากปราสาทบัลมอรัลผ่านเมืองอาเบอร์ดีน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาด้วย
เขาบอกว่า คาดไว้แล้วว่าการต่อแถวในครั้งนี้จะยาวถึง 5 ไมล์ ด้วยความที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นที่รักใคร่และทรงครองราชย์มาอย่างยาวนาน เขาบอกว่ารู้แน่แล้วว่าต้องมีคนมาต่อคิวถวายความอาลัยมากกว่าสมัยของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี หรือที่ประชาชนทั่วไปนิยมเรียกท่านว่า "ควีนมัม" ที่มีคนมาต่อคิวเกิน 200,000 คน
"คุณต้องวางแผนถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นเสมอ แล้วก็คิดเผื่อไป 5 เท่า แล้วก็มากกว่านั้น 10 เท่า" ศ.สติล บอก

ที่มาของภาพ, Keith Still
ถึงตอนนี้ มีรายงานปัญหาหรือกรณีคนที่พยายามแซงคิวน้อยมาก โดยผู้เชี่ยวชาญคนนี้บอกว่า "ผู้คนดูแลคนในคิวกันเอง"
ศ.สติล บอกว่า แม้ว่าจะเป็นการต่อแถวในโอกาสที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่ผู้วางแผนก็ต้องคำนึงถึงธรรมชาติของมนุษย์และนิสัยในการเข้าคิวด้วย เช่น คนต้องได้รับแจ้งว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป จะต้องคาดหวังอะไร ต้องได้รับการอัพเดตข้อมูลอยู่ตลอด

ที่มาของภาพ, PA Media
"ตราบใดที่คนรู้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น รู้ว่าคุณคาดหวังอะไรจากพวกเขา รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไร พวกเขาก็ไม่ต้องเผชิญกับความไม่แน่ไม่นอน และผู้คนก็จะอยู่ข้างคุณ" ศ.สติล บอก
เขาบอกอีกว่า ยิ่งคิวยาวแค่ไหนก็ยิ่งต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ อาหาร เครื่องดื่ม ที่พักพิง และความช่วยเหลือทางการแพทย์
ศ.สติล บอกว่าเขาเองไม่สามารถยืนต่อแถวได้นานขนาดนี้ ยิ่งเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อมด้วย
"ขณะอายุ 63 ปี ผมพาหมาไปเดินได้ 4 กิโลแมตร แค่นั้นผมก็หมดแรงไปทั้งวันแล้ว"

ศาสตราจารย์ผู้นี้เชื่อมั่นในการต่อคิวในครั้งนี้และก็มีศรัทธาในตัวกลุ่มนักเรียน ป.โท ของเขาจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์เมโทรโพลิแทน ที่รับแผนไปดำเนินการต่อ
เขาบอกว่าอะไรแบบนี้ต้องอาศัยการพยายามร่วมกันเป็นทีม
"คนเดียวไม่สามารถทำได้"











