กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม ผู้ครองตำแหน่งรัชทายาทยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์

King Charles III posed for an official portrait to mark his 60th birthday.

ที่มาของภาพ, Getty Images

ในที่สุดเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ องค์มกุฎราชกุมารของอังกฤษและสหราชอาณาจักรซึ่งมีพระชนมพรรษา 73 พรรษา ก็ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม หลังทรงอยู่ในตำแหน่งรัชทายาทมาเป็นเวลาถึง 70 ปี นับแต่พระราชมารดาเสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อปี 1952 โดยในห้วงเวลาอันยาวนานนั้น ทรงดำรงพระยศเจ้าชายแห่งเวลส์อยู่ถึง 64 ปี

ด้วยเหตุนี้ กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามจึงทรงเป็นบุคคลผู้มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษที่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ ทั้งยังทรงเป็นผู้ครองตำแหน่งรัชทายาทยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษอีกด้วย

1px transparent line
Her Majesty Queen Elizabeth II, pictured when she was Princess Elizabeth, with her first baby (now King Charles III) at his christening in 1948

ที่มาของภาพ, Mirrorpix / Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ฟิลิป อาเธอร์ จอร์จ มีพระราชสมภพเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 1948 ทรงมีพระชนมายุได้เพียง 3 ชันษา ขณะที่พระราชมารดาเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง
1px transparent line
Princess Elizabeth of England and her husband Prince Philip, Duke of Edinburgh, with baby Charles in July 1949 at Windlesham Moor, Surrey.

ที่มาของภาพ, PA Media

คำบรรยายภาพ, ขณะมีพระชนมายุได้เพียง 1 ชันษา ทรงต้องพรากจากพระราชบิดาและพระราชมารดาเป็นเวลานานครั้งแรก หลังพระราชมารดาเสด็จไปประทับที่ประเทศมอลตาร่วมกับเจ้าชายฟิลิป พระสวามี โดยทรงเป็นนายทหารเรือประจำการอยู่ที่นั่น
Charles waving to the crowd from the wall of Clarence House, London. Firmly held by nurse Lightbody, he is seen on the vantage point from which he watched his grandparents, the King and Queen, and his mother, Princess Elizabeth, driving to Westminster for a Parliament ceremony.

ที่มาของภาพ, PA Media

คำบรรยายภาพ, ขณะที่ยังทรงพระเยาว์ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ไม่ได้พบกับพระราชบิดาและพระราชมารดาบ่อยครั้งนัก ส่วนใหญ่แล้วทรงอยู่ในความดูแลของบรรดาพระอภิบาล
1px transparent line
King Charles III (with ball at feet) playing football, 1957.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรงได้รับการศึกษาภายในพระตำหนักที่ประทับจนกระทั่งมีพระชนมายุ 8 ชันษา แต่หลังจากนั้นทรงเป็นพระรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษพระองค์แรก ที่ได้เข้าโรงเรียนเหมือนกับสามัญชนทั่วไป ภาพทรงเล่นฟุตบอลนี้ถ่ายเมื่อปี 1957
King George VI and Queen Elizabeth arrive in Scotland with their grandchildren Prince Charles and Princess Anne at Balmoral Castle in Scotland

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรงมีความสัมพันธ์ที่อบอุ่นใกล้ชิดกับพระอัยกี สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธในพระเจ้าจอร์จที่ 6
1px transparent line
Queen Elizabeth II visiting Charles at Gordonstoun School on his last day, 31 July 1967.

ที่มาของภาพ, Keystone / Getty Images

คำบรรยายภาพ, เพื่อฝึกฝนให้พระองค์เป็นคนเข้มแข็งอดทน พระราชบิดาจึงส่งเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เข้าศึกษาในโรงเรียนประจำกอร์ดอนสตูนในสกอตแลนด์ แต่ทรงถูกพระสหายร่วมชั้นเรียนกลั่นแกล้งรังแก จนต้องทรงร้องขอให้พระราชบิดาและพระราชมารดาทรงอนุญาตให้ลาออก
1px transparent line
King Charles III studying in his room at Trinity College, Cambridge, May 1969.

ที่มาของภาพ, PA Media

คำบรรยายภาพ, ในตอนแรกทรงเข้าศึกษาสาขาวิชาโบราณคดีและมานุษยวิทยาที่ทรินิตีคอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ก่อน จากนั้นทรงเปลี่ยนไปศึกษาสาขาประวัติศาสตร์ จนได้เป็นพระรัชทายาทพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญา
Queen Elizabeth II placing the coronet on Charles, Prince of Wales' head during his investiture ceremony whilst an official holds the Seal of Letters Patent.

ที่มาของภาพ, Central Press / Getty Images

คำบรรยายภาพ, ในเดือนกรกฎาคม ปี 1969 ทรงรับการสถาปนาเป็นเจ้าชายแห่งเวลส์ที่ปราสาท Caernarfon โดยได้มีพระราชดำรัสในพิธีเป็นภาษาแคว้นเวลส์และภาษาอังกฤษ
King Charles III in the cockpit of a Chipmunk aircraft before flying from RAF Oakington in Cambridgeshire, 20 May 1969.

ที่มาของภาพ, PA Media

คำบรรยายภาพ, ทรงเข้ารับการฝึกเป็นทหารตามธรรมเนียมของราชวงศ์อังกฤษ โดยทรงผ่านการฝึกเป็นนักบินในกองทัพอากาศ ก่อนจะทรงเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยราชนาวีที่เมืองดาร์ตมัธ
King Charles III tackles an assault course at the Royal Marines Training Centre in Lympstone, Devon, and achieves a first-class pass, 13 January 1975.

ที่มาของภาพ, Central Press / Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงฝึกฝนวิชาทหารอย่างหนัก จนได้รับฉายาเชิดชูเกียรติ Action Man หลังทรงผ่านการทดสอบโยนตัวออกจากเครื่องบิน หลบหนีออกจากเรือดำน้ำ รวมทั้งทรงผ่านหลักสูตรนักประดาน้ำและหน่วยคอมมานโดมาแล้ว
Prince Charles boarding HMS Bronington, 9 February 1976

ที่มาของภาพ, PA Media

คำบรรยายภาพ, หลังได้ประจำการในเรือรบมาหลายลำ ทรงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บังคับการเรือค้นหาและทำลายทุ่นระเบิด HMS Bronington ในช่วงสุดท้ายที่ทรงรับราชการเป็นทหารเรือ
1px transparent line
King Charles III pictured wearing sunglasses, smiling at the wheel of his Aston Martin sports car at the Windsor, England polo grounds. 1975

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ขณะที่เจริญพระชนมพรรษาย่างเข้าสู่วัย 30 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เริ่มมีชื่อเสียงเลื่องลือว่าทรงเป็นเพลย์บอยตัวฉกาจ
King Charles III windsurfing in 1979

ที่มาของภาพ, Hulton Archive / Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรงเป็นหนุ่มโสดที่หญิงสาวพากันหมายปองมากที่สุดคนหนึ่งของโลก ผู้คนมักได้เห็นภาพขณะที่ทรงเล่นกีฬาอย่างเช่นโปโล ว่ายน้ำ และกระดานโต้คลื่น
King Charles III and Camilla Parker Bowles, now Queen Consort, resting after a polo match, circa 1972.

ที่มาของภาพ, Hulton Royals Collection / Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรงมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับผู้หญิงหลายคน รวมถึงนางคามิลลา พาร์กเกอร์ โบลส์
King Charles III dancing with a woman at a social function held in his honour during a Royal tour of Fiji.

ที่มาของภาพ, Hulton Archive / Getty Images

คำบรรยายภาพ, แม้จะมีการถกเถียงกันอย่างมากในประเด็นการจัดหา "หน้าที่การงานที่จริงจัง" ให้กับองค์มกุฎราชกุมาร แต่ในระหว่างนั้นเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้เสด็จเยือนต่างประเทศหลายครั้ง รวมทั้งทรงงานการกุศลจนมีการจัดตั้งกองทุน Prince's Trust ในปี 1976
King Charles III laughing with his fiancée, Lady Diana Spencer, outside Buckingham Palace, after announcing their engagement, 24 February 1981.

ที่มาของภาพ, Hulton Archive / Getty Images

คำบรรยายภาพ, ในปี 1981 หลังจากที่สื่อมวลชนพากันสืบหาเบาะแสเรื่องหญิงสาวคู่พระทัยกันอย่างวุ่นวาย สำนักพระราชวังได้ประกาศการหมั้นหมายระหว่างเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กับเลดี้ไดอานา สเปนเซอร์
1px transparent line
The newly married Prince and Princess of Wales kissed on the balcony of Buckingham Palace after their wedding ceremony at St. Paul's cathedral.

ที่มาของภาพ, PA Media

คำบรรยายภาพ, 5 เดือนต่อมา ทั้งสองพระองค์เข้าพิธีอภิเษกสมรสที่วิหารเซนต์พอล คาดว่ามีประชาชนราว 600,000 คน ออกมาเฝ้ารอชมพระบารมีตามสองข้างทางของกรุงลอนดอน
King Charles III and Diana, Princess of Wales, pose for a photo on the banks of the River Dee in the grounds of Balmoral Castle during their honeymoon on August 19, 1981.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทั้งสองพระองค์ฉายพระรูปร่วมกันที่ริมฝั่งแม่น้ำดี (Dee) ในบริเวณปราสาทบัลมอรัลที่สกอตแลนด์ ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์สำหรับคู่สมรสใหม่
The couple with their children Prince William and Prince Harry looking out from the deck of the Royal Yacht Britannia on 5 May 1985 in Venice, Italy.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แม้จะมีพระโอรสถึงสองพระองค์ ได้แก่เจ้าชายวิลเลียมที่ประสูติในปี 1982 และเจ้าชายแฮร์รีที่ประสูติในปี 1984 แต่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอานาได้ตัดสินพระทัยหย่าขาดจากกันในเดือน ก.ค. ปี 1996 ด้วยเหตุผลเรื่อง "ความแตกต่างที่ไม่อาจรอมชอมกันได้"
Pallbearers carry the coffin of Princess Diana into Westminster Abbey watched by King Charles III, Earl Spencer, Prince William, Prince Harry and Prince Philip.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, หลังมรณกรรมอย่างปัจจุบันทันด่วนของเจ้าหญิงไดอานา เนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 1997 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเป็นผู้ยืนกรานให้จัดพระราชพิธีพระศพอย่างสมพระเกียรติตามธรรมเนียมของราชวงศ์อังกฤษ
King Charles III with his sons Prince William, left, and Prince Harry during their private ski holiday in the Swiss ski resort of Klosters, Switzerland, 6 April 2000.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานาบีบให้สถาบันกษัตริย์ต้องเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์เสียใหม่ ซึ่งในการนี้เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงปรับเปลี่ยนพระองค์เองได้อย่างรวดเร็ว โดยทรงเริ่มมีภาพลักษณ์ของพ่อผู้ห่วงหาอาทรและรัชทายาทผู้ทันต่อยุคสมัยมากขึ้น
The Prince of Wales joins a children's game of basketball

ที่มาของภาพ, PA

คำบรรยายภาพ, เมื่อถูกกล่าวหาว่าวางพระองค์ห่างเหินและเย็นชากับประชาชนหลังมรณกรรมของเจ้าหญิงไดอานา เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงพยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ รวมทั้งทรงเข้าหาประชาชนมากขึ้น
King Charles III posed with pig farmer Peter Hart and "Sally The Sow", during a visit to Warriner School Organic Farm, 31 January 2003.

ที่มาของภาพ, Tim Graham Photo Library via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรงเปิดเผยความคิดเห็นและพระราชดำริส่วนพระองค์ต่อสาธารณชน เช่นในเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์และการแพทย์ทางเลือก นอกจากนี้ยังทรงรณรงค์ต่อต้านพืชดัดแปลงพันธุกรรมด้วย
King Charles III walking around Poundbury and meeting residents.

ที่มาของภาพ, Shutterstock

คำบรรยายภาพ, ทรงโปรดการวิจารณ์สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ แผนงานด้านสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองของพระองค์ได้ถูกนำไปปฏิบัติจริงที่หมู่บ้านพาวด์เบอรีในมณฑลดอร์เซต
King Charles III stood in vigil at the coffin of his grandmother the Queen Mother as it lies in state, 8 April 2002 in Westminster Hall, London.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรงประทับยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่พระอัยกี "ผู้แสนวิเศษ" ซึ่งก็คือสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธในพระเจ้าจอร์จที่ 6 ระหว่างรัฐพิธีประดิษฐานพระศพในเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ เมื่อปี 2002
1px transparent line
King Charles III and the Queen Consort arrive for a party at Windsor Castle after announcing their engagement earlier, 10 February, 2005.

ที่มาของภาพ, Wireimage / Getty Images

คำบรรยายภาพ, หลังพบกันครั้งแรกในปี 1970 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงรักษาสายสัมพันธ์ทางใจที่มีต่อนางคามิลลา พาร์กเกอร์ โบลส์ มาโดยตลอดในช่วงเวลาหลายสิบปีหลังจากนั้น ทั้งคู่ประกาศการหมั้นในปี 2005
King Charles III, Queen consort Camilla Parker Bowles, Prince Harry, Prince William, Tom and Laura Parker Bowles, Duke of Edinburgh, Queen Elizabeth II and Major Bruce Shand, in the White Drawing Room at Windsor Castle.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ทรงเป็นพระราชวงศ์พระองค์แรกที่เข้าพิธีสมรสในแบบของพลเมืองอังกฤษทั่วไป หลังจากนั้นนางพาร์กเกอร์ โบลส์ ได้รับการสถาปนาเป็นดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ และขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีหลังกษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามเสด็จขึ้นครองราชย์
Queen Elizabeth II, the Duke of Edinburgh, King Charles III and the Queen consort taking their seats at Westminster Abbey.

ที่มาของภาพ, PA

คำบรรยายภาพ, ในปี 2011 เจ้าชายวิลเลียมผู้เป็นพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ ทรงเข้าพิธีเสกสมรสกับเคต มิดเดิลตัน ที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์
King Charles III, Duchess of Cambridge, Princess Charlotte, Prince George, Prince William, Duke of Cambridge, Prince Harry, Queen Elizabeth II and Prince Philip stand on a balcony.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, พระราชนัดดาสองพระองค์แรกได้แก่เจ้าชายจอร์จและเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ประสูติในปี 2013 และ 2015 ตามลำดับ
Meghan Markle, accompanied by Britain's King Charles III, walks down the aisle in St George's Chapel, Windsor Castle, during her wedding ceremony to Prince Harry on 19 May 2018.

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ทรงทำหน้าที่แทนบิดาของเจ้าสาว โดยพาเมแกน มาร์เคิล เดินเข้าสู่พิธีเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รีในปี 2018
1px transparent line
King Charles III follows the Land Rover Defender carrying the coffin ahead of the funeral of the Duke of Edinburgh at Windsor Castle, Berkshire, 17 April 2021.

ที่มาของภาพ, PA Media

คำบรรยายภาพ, เห็นได้ชัดว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงเศร้าโศกเสียพระทัยอย่างมาก ขณะที่เสด็จในขบวนตามหลังหีบพระศพเจ้าชายฟิลิป พระราชบิดา เพื่อประกอบพิธีฝังที่ปราสาทวินด์เซอร์เมื่อปี 2021
1px transparent line
King Charles III with the Queen Consort, Prince Harry and Meghan Markle pose for a photograph during the King's 70th Birthday Patronage Celebration, held at Buckingham Palace on May 22, 2018.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สามทรงขึ้นครองราชย์ ในยุคสมัยที่ทัศนคติของสาธารณชนต่อพระราชวงศ์กำลังเปลี่ยนแปลงไป
1px transparent line

ภาพทุกภาพมีลิขสิทธิ์