สตรีไทยวัย 101 ปี กับ "ความทรงจำล้ำค่าที่สุด" ที่ได้ถวายงานควีนอังกฤษคราวเสด็จเยือนไทยครั้งแรก

ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล

ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ศรีทอง อารีวงค์

ที่มาของภาพ, ครอบครัวอารีวงค์ / หอภาพยนตร์

เมื่อครั้งที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พร้อมพระสวามี เจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ เสด็จพระราชดำเนินมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อ 14 ก.พ. 2515 มีสตรีไทยในชุดแดงคนหนึ่งยืนอยู่เคียงข้างทั้งสองพระองค์ เพื่อถวายงานในฐานะล่ามแปลภาษา

สตรีที่ปรากฏในคลิปวิดีโอเผยแพร่โดยหอภาพยนตร์ คือ นางศรีทอง อารีวงค์ หรืออาจารย์ต้อย อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนดาราวิทยาลัย จ.เชียงใหม่

เธอเพิ่งฉลองอายุครบ 101 ปี เมื่อ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนทราบข่าวสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จสู่สวรรคาลัยเมื่อ 8 ก.ย. 2565

“ยายรู้สึกเศร้าใจ เสียใจ อาลัย พระองค์ท่านมีพระราชจริยวัตรงดงาม สมเป็นพระมหากษัตริย์ เสียดายที่พระองค์ต้องจากไป” 

และนี่คือเรื่องราวของหญิงไทยที่มีโอกาสถวายงานให้สมเด็จพระราชินีนาถฯ และเจ้าชายฟิลิป เมื่อ 5 ทศวรรษก่อน ที่ยังตราตรึงอยู่ในห้วงความทรงจำ

วันแห่งความทรงจำ

“มันเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าที่สุดที่ได้มีในโลกนี้” นางศรีทองกล่าวถึงโอกาสได้เป็นล่ามถวาย เมื่อ 50 ปีก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิด

จังหวัดเชียงใหม่ได้เชิญเธอมาทำหน้าที่เป็นล่ามถวาย ในวโรกาสการเสด็จทอดพระเนตรหัตถกรรมพื้นบ้าน ที่จัดแสดงถวายที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่เธอยอมรับว่า ไม่มีความมั่นใจนักว่าจะทำได้ดี เพราะไม่เคยถวายงานลักษณะนี้ให้ราชวงศ์มาก่อน

คำบรรยายวิดีโอ, สตรีไทยวัย 101 ปี กับ "ความทรงจำล้ำค่าที่สุด" ที่ได้ถวายงานควีนอังกฤษ

“อุ้ย กังวลมาก ไม่ทราบว่าจะทำได้ดีหรือเปล่า...ไม่เคยต้อนรับผู้ใหญ่ผู้โตแบบนี้” ส่วนเหตุผลที่เลือกชุดไทยสีแดงสด เพราะ ณ เวลานั้น “คิดว่ามีชุดเดียวที่จะพอไปได้”

ช่วงบ่ายของ 14 ก.พ. 2515 อาคารสันทนาการ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้สวยงาม แผ่นป้าย “ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” และ “Long Live The Queen” เด่นตระหง่านอยู่ด้านบนอาคาร

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พร้อมด้วยเจ้าชายฟิลิป และเจ้าฟ้าหญิงแอนน์ พระราชธิดา เสด็จพระราชดำเนินด้วยรถพระที่นั่งสีครีม ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ฉลองพระองค์ด้วยชุดเดรสลายขาวตัดดำ และพระมาลาสีขาว ส่วนเจ้าชายฟิลิปฉลองพระองค์ในชุดสูทสีดำ เน็กไทลายตารางสีแดง-ขาว

นางศรีทองเป็นล่ามถวายส่วนพระองค์ให้เจ้าชายฟิลิปเป็นหลัก ส่วนผู้รับหน้าที่ล่ามถวายให้สมเด็จพระราชินีนาถ คือ เจ้าขุนศึกเม็งราย อดีตกงสุลสหราชอาณาจักรประจำเชียงใหม่

“ที่พระองค์ท่านสนพระทัยคือการทำขันเงินใบใหญ่ ทั้งสองพระองค์สนพระทัยมาก เพราะมีวิธีการทำที่แปลกตา...ถ้าพระองค์สนพระทัยอะไร พระองค์ก็จะทรงถาม คุณยายก็จะแปลให้เข้าใจ”

"พระองค์ทรงเป็นสุภาพบุรุษ"

ที่มาของภาพ, Thai Film Archive

คำบรรยายภาพ, "พระองค์ทรงเป็นสุภาพบุรุษ"

โอกาสได้ใกล้ชิดกับสมเด็จพระราชินีนาถ ทำให้นางศรีทองได้สังเกตถึงพระราชจริยวัตรของพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งเธอยังประทับใจไม่ลืมเลือน

“ควีนเอลิซาเบธมีพระราชจริยวัตรสวยงามมาก สมกับเป็นพระมหากษัตริย์ เจ้าชายฟิลิปก็เป็นสุภาพบุรุษ เรียบร้อย น่าเคารพนับถือ”

ย้อนอดีตเมื่อครั้งควีนอังกฤษเสด็จเยือนไทย

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยครั้งแรกในปี 2515 ขณะมีพระชนมพรรษา 46 พรรษา และครองสิริราชสมบัติได้ 20 ปี ในฐานะพระราชอาคันตุกะในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

พระองค์เสด็จเยือนกรุงเทพฯ ในวันที่ 10 ก.พ. ต่อมาในวันที่ 14 ก.พ. จึงเสด็จพระราชดำเนินเยือนเชียงใหม่ ที่ซึ่งนางศรีทอง ได้ร่วมถวายงานล่ามแปลภาษา

การเสด็จเยือนประเทศไทยครั้งที่ 2 คือในอีก 24 ปีต่อมา เป็นเวลา 5 วันตั้งแต่ 28 ต.ค. 2539 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ โดยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงให้การต้อนรับ

Getty Image

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยครั้งที่ 2 ปี 2539

ภาพที่คนไทยอาจเคยผ่านตา คือ การร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ถวายของขวัญหลายชิ้นแด่สมเด็จพระราชินีนาถแห่งสหราชอาณาจักร 

และวันที่ 30 ต.ค. สมเด็จพระราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเยือนเรือนแพ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทอดพระเนตรการแสดงขบวนพยุหยาตราทางชลมารค โดยมีนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เฝ้ารับเสด็จฯ

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คุณครูผู้เป็นที่รักของศิษย์

นางศรีทอง อารีวงค์ เป็นลูกของเจ้าวงศ์ แสนศิริพันธุ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.แพร่ และอดีตเสรีไทย ผู้สืบเชื้อสายมาจากเจ้าผู้ครองนครแพร่ 

เธอเรียนจบชั้นมัธยมต้นใน จ.แพร่ ก่อนได้รับทุนไปเรียนที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโรงเรียนมิชชันนารี ทำให้เธอได้เรียนภาษาอังกฤษ ดนตรี และเปียโน ซึ่งการเรียนดนตรีสากลในสมัยนั้น บทเรียนจะเป็นภาษาอังกฤษเป็นหลัก

เธอศึกษาต่อวิชาครูจนจบ และหลังแต่งงานกับสามี ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จึงได้ย้ายมาอยู่ จ.เชียงใหม่ เป็นครูสอนวิชาดนตรีและภาษาอังกฤษที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย ต่อมาก็ได้รับทุนไปศึกษาต่อวิชาดนตรีที่แฮนโนเวอร์คอลเลจ รัฐอินเดียนาของสหรัฐฯ เป็นเวลา 2 ปี (1953-1955) แล้วกลับมาสอนหนังสือต่อที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย

ครอบครัวอารีวงค์

ที่มาของภาพ, ครอบครัวอารีวงค์

คำบรรยายภาพ, ศรีทอง อารีวงค์ ในอเมริกา

นางศรีทองเชื่อว่าการที่ได้รับโอกาสถวายงานราชวงศ์วินด์เซอร์ในครั้งนั้น คงเป็นเพราะทักษะภาษาอังกฤษ และการเคยใช้ชีวิตในต่างแดนเป็นหลัก

“ถือว่าเป็นโชคดีที่ได้เรียนแล้ว กลับมาทำประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง”

ปัจจุบัน อดีตอาจารย์ใหญ่ผู้เป็นที่รักของลูกศิษย์ ใช้ชีวิตอย่างสงบ ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ใน จ.เชียงใหม่ ห้อมล้อมด้วยลูก 3 คน หลาน 4 คน และเหลน 7 คน ที่แวะเวียนมาเยี่ยมอยู่เสมอ

เธอผู้ยังชื่นชอบการแต่งชุดไทย โดยเฉพาะชุดสีแดง มักเล่าถึงเรื่องราวไม่กี่ชั่วโมงที่เธอได้ถวายงานแก่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และดยุคแห่งเอดินบะระ เมื่อ 50 ปีก่อน แก่ลูก หลาน เหลน และผู้คนที่เข้ามาเยี่ยมเยียน อยู่เสมอ

ความเป็นครูที่ยังอยู่ แม้อายุเกิน 100 ปี

ที่มาของภาพ, ครอบครัวอารีวงค์

คำบรรยายภาพ, ความเป็นครูที่ยังอยู่ แม้อายุเกิน 100 ปี

“ยายก็อยากเป็นแบบอย่างให้แก่เขา สอนเขาให้เป็นคนดี เป็นพลเมืองดีของชาติ รักกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน” นางศรีทอง กล่าวถึงคำสอนที่แม้ฟังดูธรรมดา แต่เปี่ยมด้วยพลังเมื่อออกมาจากน้ำเสียงของหญิงชราอายุเกิน 100 ปี เพราะสำหรับเธอแล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างเป็นสุข

สู่สวรรคาลัยเพื่อกลับมาครองคู่

ข่าวการสวรรคตของเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินบะระ เมื่อ 9 เม.ย. 2564 และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อ 8 ก.ย. 2565 คือ “ความเศร้าใจ เสียใจ และอาลัย” ของ่นางศรีทอง

ในฐานะผู้นับถือศาสนาคริสต์ เธอเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า นี่เป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของควีนอังกฤษ เพื่อครองคู่กับพระสวามีอีกครั้งบนสวงสวรรค์

“เมื่อทั้งสองพระองค์พบกัน ก็มีความสุข มีความชื่นใจที่ได้พบกันในสวรรค์ ยายเชื่อเช่นนั้น เพราะว่าสองพระองค์ท่านเป็นคนดี เป็นคนน่ารักมาก ๆ” ถึงตรงนี้ คุณยายที่ยังพูดจาคล่องแคล่ว แม้การได้ยินเสื่อมลง น้ำเสียงสั่นเทา

ครอบครัวอารีวงค์

ที่มาของภาพ, ครอบครัวอารีวงค์

คำบรรยายภาพ, "สองพระองค์ท่านเป็นคนดี เป็นคนน่ารักมาก ๆ"

และเมื่อถามว่า หากได้อยู่ตรงหน้าหีบพระบรมศพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในเวลานี้ อยากกล่าวอะไรต่อพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร ที่เคยได้ใกล้ชิดเมื่อ 50 ปีที่แล้ว

“ขอพระองค์ท่านทั้งสอง ประสบแต่ความสุขความสำราญในเมืองสวรรค์ด้วยกัน ขอให้คุณงามความดีที่ทั้งสองพระองค์ท่านได้ทำในโลกนี้ ดลบันดาลให้มีความสุขความชื่นบานในแดนสวรรค์ตลอดไป”