โควิด-19 : จีนกำลังเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ปลอดโควิดอย่างไร

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ไค่ หวัง และ ว่านหยวน ซ่ง
- Role, บีบีซี เรียลิตี เช็ก
นโยบายปลอดโควิดของจีนเป็นหนึ่งในแนวทางที่เข้มงวดที่สุดในโลกในการรับมือกับการระบาดใหญ่ของโควิด-19
แต่จำนวนผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่นานนี้ กำลังบีบให้จีนต้องทบทวนวิธีการรับมือกับการระบาดใหญ่
การระบาดระลอกปัจจุบันรุนแรงแค่ไหน
จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่เพิ่มสูงขึ้นล่าสุดทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอน
ประชาชนหลายล้านคนในจีน รวมถึงในมณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือทั้งมณฑล และในเมืองเซินเจิ้น ศูนย์กลางเทคโนโลยีทางใต้ของจีน ได้รับคำสั่งให้ล็อกดาวน์
เมืองอีกหลายแห่ง อย่างนครเซี่ยงไฮ้ ได้เพิ่มข้อจำกัดต่าง ๆ ด้วยการควบคุมการเดินทางที่เข้มงวดมากขึ้น
มีการสร้างศูนย์กักตัวและโรงพยาบาลสนามขึ้นทั่วประเทศ

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ และยุโรปแล้ว อัตราการติดเชื้อยังถือว่าต่ำ
ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน มี.ค. มีผู้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในจีนแผ่นดินใหญ่กว่า 14,000 รายเท่านั้น ขณะที่ในสหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วงเวลาเดียวกัน 610,000 ราย
นโยบายของจีนเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง
ขณะที่มีการตรวจพบการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ การเดินหน้ากลยุทธ์ปลอดโควิดอันเข้มงวดของจีนกำลังทำต่อไปได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดหลัก ๆ ส่วนใหญ่ยังคงบังคับใช้เช่นเดิม ได้แก่
- จำกัดการเดินทางเข้าออกจีนอย่างเข้มงวด และมีข้อจำกัดต่าง ๆ ในการเดินทางภายในประเทศ
- มีการคัดกรองและส่งตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศจีนไปที่โรงแรมต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนด เพื่อกักตัวนานอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะมีการจับตามองต่อไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง
- มีการจัดโครงการตรวจหาเชื้อในชุมชนเป็นประจำและหากพบผู้ติดเชื้อ ผู้ที่อยู่ในชุมชนอาจถูกส่งไปกักตัวที่สถานที่ต่าง ๆ (และอาจมีการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ควบคู่ไปด้วย)
- ปิดธุรกิจห้างร้าน ยกเว้นร้านอาหารและร้านขายสินค้าที่จำเป็น
- ปิดโรงเรียนและหยุดให้บริการขนส่งสาธารณะ และห้ามการใช้ยานพาหนะเกือบทั้งหมด

ที่มาของภาพ, Getty Images
ขณะที่ระบบสาธารณสุขของจีนกำลังเผชิญกับความตึงเครียดที่สูงขึ้น ทำให้มีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์บางอย่างลง เช่น
- คนที่มีอาการไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ยังต้องแยกตัวเองที่สถานที่ของส่วนกลาง
- ลดกฎเกณฑ์ช่วงเวลากักตัวลง
- ไม่มีการตรวจหาเชื้อคนทั้งเมืองอีกต่อไป แต่จะตรวจหาเชื้อตามชุมชนต่าง ๆ แทน
- อุปกรณ์ตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วประเทศและทางออนไลน์ แต่ผู้ที่ตรวจพบว่ามีเชื้อ ต้องตรวจหาเชื้อด้วยวิธีการพีซีอาร์เพิ่มเติม

ที่มาของภาพ, Getty Images
นโยบายปลอดโควิดของจีนประสบความสำเร็จแค่ไหน
จีนประสบความสำเร็จอย่างมากในการควบคุมการระบาดใหญ่ของโควิดก่อนที่จะมีการระบาดระลอกปัจจุบัน
นับตั้งแต่สิ้นปี 2019 มีรายงานผู้เสียชีวิตเพียงกว่า 4,600 คนเท่านั้น (ข้อมูลจาก Our World in Data) ในสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 970,000 คน และในสหราชอาณาจักรกว่า 160,000 คน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในจีนแผ่นดินใหญ่คิดเป็นสัดส่วน 3 คนต่อประชากร 1 ล้านคน ขณะที่ตัวเลขนี้ในสหรัฐฯ อยู่ที่ 2,922 คน และในสหราชอาณาจักรอยู่ที่ 2,402 คน
รายงานการติดเชื้อในจีนก็มีจำนวนต่ำมากมาโดยตลอดช่วงที่มีการระบาดใหญ่
แม้จะมีข้อกังวลถึงความแม่นยำของข้อมูลของทางการ แต่ดูเหมือนจะชัดเจนว่าทั้งอัตราการติดเชื้อและอัตราการเสียชีวิตของจีนอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ
ปัจจุบัน ราว 88% ของประชากรได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว แต่กระนั้น จีนก็ยังเกือบจะเป็นประเทศเดียวที่ยังคงยึดมั่นกับนโยบายปลอดโควิดที่เข้มงวดอยู่
ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ ได้ผ่อนคลายนโยบายอันเข้มงวดของตัวเองลงในช่วงปลายปี 2021 ขณะที่อัตราการรับวัคซีนเพิ่มสูงขึ้น
จากนั้น จำนวนผู้ติดเชื้อในทั้ง 3 ประเทศก็ได้พุ่งสูงขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากเชื้อกลายพันธุ์เดลตาและโอมิครอนของไวรัสโคโรนา แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ ทั่วยุโรปและสหรัฐฯ











