กองกำลังติดอาวุธของประชาชนปะทะกับทหารเมียนมาในเมืองทานตะลัง รัฐชิน ทำให้บ้านเรือนประชาชนถูกเผาจำนวนมาก

ที่มาของภาพ, Chin Journal
การสู้รบในเมือนทานตะลัง ทางตอนเหนือของรัฐชิน ประเทศเมียนมายุติลงเมื่อ 1 พ.ย. หลังจากมีการปะทะกันอย่างดุเดือดตั้งแต่ 29 ต.ค. ส่งผลให้มีบ้านเรือนประชาชน 70-160 หลังรวมถึงโบสถ์ 2 แห่งถูกไฟไหม้
เว็บไซต์สกายนิวส์ ได้เผยแพร่คลิปที่แสดงให้เห็นอาคารบ้านเรือนหลายหลังในเมืองทานตะลังกำลังถูกเพลิงไหม้ และมีเปลวไฟและกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า สกายนิวส์ รายงานโดยอ้างสื่อท้องถิ่นว่า มีอาคารมากกว่า 160 แห่งในเมืองทานตะลังถูกไฟไหม้ที่เกิดจากทหารของรัฐบาลยิงปืนใหญ่ถล่ม
สกายนิวส์ยังได้รายงานโดยอ้างโฆษกรัฐบาลเมียนมาปฏิเสธ "ข้อกล่าวหาที่ไร้สาระที่ถูกรายงานในสื่อที่ทำลายประเทศ" และกล่าวหาว่า กลุ่มกบฏเป็นฝ่ายยั่วยุให้เกิดการสู้รบและทำให้เกิดเพลิงไหม้
ทิน ออง จอว์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี ภาคภาษาเมียนมา ซึ่งประจำในกรุงลอนดอน ระบุว่า ผู้สื่อข่าวที่ประจำในเมียนมา รายงานว่า การสู้รบในเมืองทานตะลังยุติลงแล้วในช่วงเช้าวันที่ 1 พ.ย. ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวโทษกันว่า อีกฝ่ายเป็นฝ่ายเริ่มลงมือก่อน และตัวเลขความเสียหายที่ทั้งสองฝ่ายอ้างก็ไม่ตรงกัน โดยฝ่ายรัฐบาลเมียนมา ออกแถลงการณ์ว่า มีโบสถ์ 2 แห่ง และบ้านเรือนประชาชนราว 70 หลัง ถูกเพลิงไหม้ ขณะที่สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen Nation Union—KNU) รายงานว่า มีโบสถ์ 2 แห่งและบ้านเรือนประชาชนมากกว่า 160 หลังถูกเพลิงไหม้
ส่วนในนครย่างกุ้งได้มีผู้ออกมาประท้วงเพื่อต่อต้านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองทานตะลัง

ที่มาของภาพ, Chin Journal
สกายนิวส์ รายงานโดยอ้างสื่อท้องถิ่นและนักเคลื่อนไหวว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้น หลังจากที่กองกำลังติดอาวุธท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วยประชาชนที่ได้รับการฝึกหัดให้สู้รบเหมือนทหาร ห้ามกองกำลังของรัฐบาลไม่ให้เข้าไปค้นบ้านหลังหนึ่งในเมือง กองกำลังของรัฐบาลจึงยิงปืนใหญ่ตอบโต้
ด้านอัลจาซีรารายงานเมื่อ 29 ต.ค. โดยอ้างสื่อท้องถิ่น 2 แห่ง คือขิตทิต (Khit Thit) และชินดวิน (Chindwin) ว่า เมืองทานตะลัง ในรัฐชินทางตะวันตกของประเทศ ถูกถล่มด้วยปืนใหญ่ หลังจากมีการเผชิญหน้ากับกองกำลังป้องกันตัวเองในพื้นที่
ชาวเมืองทานตะลังคนหนึ่งที่อพยพออกจากเมืองในช่วงที่มีการปะทะกันก่อนหน้านี้ กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า การยิงปืนใหญ่เริ่มขึ้นหลังจากสมาชิกของกำลังในพื้นที่หลายคนจับตัวทหารนายหนึ่งไว้
"ไม่นานหลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น ก็มีการระดมยิงปืนใหญ่" เขากล่าวตามรายงานของอัลจาซีรา และระบุเพิ่มเติมว่า ได้ยินว่า มีบ้านเรือนถูกทำลายไป 80-100 หลัง
"เราไม่รู้ว่า บ้านเรือนถูกเผาหลังจากถูกถล่มด้วยปืนใหญ่ หรือพวกเขาจุดไฟเผาบ้านเรือนกันแน่" ชาวเมืองคนดังกล่าวระบุตามรายงานของอัลจาซีรา

ที่มาของภาพ, MPA
อัลจาซีราอ้างถ้อยแถลงขององค์กรช่วยเหลือเด็กเซฟเดอะชิลเดน (Save the Children) คาดว่า "มีอาคารอย่างน้อย 100 หลัง ถูกทำลายจากไฟไหม้...ซึ่งมีรายงานว่า เกิดขึ้นในช่วง 11.00 น. หลังจากมีการใช้อาวุธหนัก" นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า สำนักงานขององค์กรถูกทำลายจากการปะทะกันอย่างหนักและเจ้าหน้าที่ทั้ง 10 คน ต้องอพยพ ทางองค์กรต้องระงับโครงการด้านสุขภาพในเมืองทานตะลังไว้ก่อน หลังจากที่เกิดความรุนแรงขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว
โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ชาวเมืองเกือบทั้งหมด 8,000 คน ได้อพยพออกไปหลังเกิดการสู้รบกันระหว่างกองทัพและกองกำลังติดอาวุธที่ต่อต้านการทำรัฐประหารของกองทัพ คาดว่า ชาวบ้านหลายพันคนได้อพยพเข้าไปในอินเดียผ่านทางพรมแดนที่อยู่ใกล้เคียง
ส่วนจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปะทะกันครั้งล่าสุด ยังไม่มีการเปิดเผยจากทั้งสองฝ่าย
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ทีมงานด้านข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลทหารเมียนมายืนยันเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ว่า มีโบสถ์ 2 แห่งและบ้านเรือน 70 หลังถูกไฟไหม้ในเมืองทานตะลัง แต่กล่าวหาว่า "กองกำลังป้องกันของประชาชน" (People's Defence Forces--PDF) ก่อเหตุวางเพลิง หลังจากที่กองกำลังความมั่นคงปะทะกับนักรบของ PDF
ซอว์ มิน ทุน โฆษกรัฐบาลเมียนมา กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า การที่บอกว่า กองทัพจุดไฟเผาบ้านเรือนในเมืองทานตะลังเป็น "การกล่าวหาที่เลื่อนลอย"

ที่มาของภาพ, Reuters
การประท้วงเกิดขึ้นทั่วประเทศเมียนมา หลังจากกองทัพทำรัฐประหารในเดือน ก.พ. สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง ระบุว่า กองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลปราบปรามอย่างโหดเหี้ยม ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน และมีการจับกุมคนมากกว่า 6,000 คน
เอเอฟพีรายงานว่า สหประชาติระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เกรงว่าจะเกิดหายนะทางสิทธิมนุษยชนที่กว้างขวางมากขึ้น หลังจากมีรายงานว่า มีการส่งทหารหลายพันนายไปทางเหนือและตะวันตกของประเทศ
เอเอฟพีรายงานโดยอ้างโฆษกของกลุ่มกบฏในพื้นที่ว่า เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา กองกำลังของรัฐบาลเคยใช้ปืนใหญ่ในการขับไล่กลุ่มกบฏออกไปจากเมืองมินดัต ทางใต้ของรัฐชินมาแล้ว และต่อมาได้มีการตัดน้ำ
สหรัฐฯ ประณามการโจมตี
กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ว่า สหรัฐฯ มีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งต่อรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กองกำลังความมั่นคงของเมียนมากระทำในรัฐชิน รวมถึงรายงานที่ว่า ทางกองทัพเมียนมาได้จุดไฟเผาและทำลายบ้านเรือนมากกว่า 100 หลังคาเรือน รวมถึงโบสถ์คริสต์ 2 แห่ง

ที่มาของภาพ, Chin Journal
"เราประณามการกระทำที่โหดเหี้ยมของรัฐบาลเมียนมาต่อประชาชน บ้านเรือนของประชาชน และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่คำนึงถึงชีวิตและสวัสดิภาพของประชาชนชาวเมียนมา การโจมตีที่น่ารังเกียจนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของประชาคมโลกในการทำให้กองทัพเมียนมาต้องรับผิดชอบและดำเนินการในการป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงป้องกันการขนส่งอาวุธให้แก่กองทัพเมียนมา" แถลงการณ์ระบุ
ในแถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า "เรารู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อปฏิบัติการทางทหารของกองทัพเมียนมา ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ รวมถึงในรัฐชินและเขตสะกาย เราเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมายุติความรุนแรง ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวอย่างไม่เป็นธรรมทุกคน และฟื้นฟูเส้นทางสู่ประชาธิปไตยอันเปิดกว้างของเมียนมาในทันที"












