รัฐประหารเมียนมา : นักข่าวผู้เสี่ยงชีวิตตีแผ่เรื่องราวในประเทศ

คำบรรยายวิดีโอ, “ในฐานะนักข่าว ฉันอาจถูกจับได้ทุกเมื่อ ฉันอาจถูกฆ่าได้”

การทำข่าวกลายเป็นงานที่อันตรายในเมียนมา เนื่องจากรัฐบาลทหารพยายามหยุดยั้งไม่ให้สื่อมวลชนตีแผ่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ

แม้จะพยายามทำสงครามปิดปากสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้สื่อข่าวหลายคนยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป แม้จะเสี่ยงกับอันตรายก็ตาม

เอ มิน ตัน ผู้สื่อข่าวชาวเมียนมา เล่าให้บีบีซีฟังว่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา เธอตัดสินใจหลบหนีออกนอกพื้นที่ เพราะไม่อยากมีชะตากรรมแบบเดียวกับเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนที่ถูกจับกุมไปจองจำโดยพลการ

เธอบอกว่า "ดูเหมือนผู้คนที่เปิดเผยตัวว่าเป็นสื่อมวลชน จะตกเป็นเป้าการจับกุม...ทหารได้ทำลายชีวิตของพวกเรา"

ขณะที่ผู้สื่อข่าวหญิงอีกคนที่ขอสงวนนามเล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยถูกจำคุกจากการรายงานข่าวมาแล้ว และเมื่อได้รับอิสรภาพก็ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่รายงานข่าวต่อไป แม้จะรู้ดีว่ามีอันตรายรออยู่เบื้องหน้า

"ในฐานะนักข่าว ฉันอาจถูกจับได้ทุกเมื่อ ฉันอาจถูกฆ่าได้"

"แต่ถึงอย่างนั้น ฉันจะเป็นนักข่าวตราบที่ยังมีชีวิตอยู่ จนกว่าฉันจะถูกจับอีกครั้ง จนกว่าประเทศของเราจะเป็นประชาธิปไตย ฉันจะยิ่งมุมานะเพื่อนำเสนอข่าวต่อไป" เธอบอก

หลังจากทหารได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็ได้จับกุมผู้สื่อข่าวไปแล้วประมาณ 70 คน ในจำนวนนี้อย่างน้อย 22 คน ถูกตั้งข้อหาในความผิดอาญา ซึ่งมีโทษจำคุก 3 ปี โดยวิธีการที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเมียนมามักใช้คือการบุกเข้าจับกุมผู้สื่อข่าวที่บ้านพักในยามวิกาล

หนึ่งในนั้นคือนายอ่อง ตูยะ ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาเมียนมาที่ถูกกลุ่มชายนอกเครื่องแบบนำตัวขึ้นรถตู้ ขณะรายงานข่าวการประท้วงต่อต้านรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวในอีก 3 วันต่อมา

ขณะเดียวกันกองทัพได้เพิกถอนใบอนุญาตออกอากาศของสำนักข่าวอิสระในท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่ มิซซิมา, ดีวีบี, ขิตทิต มีเดีย, เมียนมา นาว และ 7เดย์ นิวส์

คณะกรรมการคุ้มครองผู้สื่อข่าว (Committee to Protect Journalists หรือ CPJ) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐฯ ที่ส่งเสริมเสรีภาพของสื่อมวลชนทั่วโลกได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้สื่อข่าวทั้งหมดที่ถูกจับในเมียนมาจากการปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร โดยระบุว่า

"ผู้สื่อข่าวถูกทุบตี ถูกยิง และได้รับบาดเจ็บจากกระสุนจริง รวมทั้งถูกจับกุมโดยพลการและถูกตั้งข้อหาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่งคง"