รัฐประหารเมียนมา: กองทัพทำสงครามปราบสื่อมวลชนในประเทศ

Protesters run from police in Mynamar

ที่มาของภาพ, MPA

ผู้สื่อข่าวอย่างน้อย 5 คนถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในเมียนมาจากการปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น นับเป็นความพยายามครั้งล่าสุดของกองทัพในการจำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชนในประเทศ โดยเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทหารได้บุกตรวจค้นสำนักงานของสื่อมวลชนและเพิกถอนใบอนุญาตออกอากาศของสำนักข่าวอิสระในท้องถิ่น 5 แห่ง ได้แก่ มิซซิมา, ดีวีบี, ขิตทิต มีเดีย, เมียนมา นาว และ 7เดย์ นิวส์

สื่อทั้ง 5 รายได้ส่งทีมผู้สื่อข่าว ช่างภาพนิ่งและวิดีโอลงพื้นที่รายงานข่าวประท้วงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่กองทัพก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ.

โดยผู้สื่อข่าว 5 คนที่รายงานข่าวการประท้วงในนครย่างกุ้งเมื่อเดือนที่แล้วได้ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 มี.ค. และถูกดำเนินคดีผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ที่ศาลในเมียนมา

พวกเขาถูกตั้งข้อหา "สร้างความหวาดกลัว, เผยแพร่ข่าวปลอม รวมทั้งยุยงปลุกปั่นเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรงหรือโดยอ้อม"

ปราบปรามเสรีภาพสื่อ

Protesters retreat in front of a line of police

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, กองทัพกำลังพยายามปิดกั้นการรายงานข่าวการประท้วงของสื่อมวลชน

ข่าวการเพิกถอนใบอนุญาตออกอากาศของสำนักข่าวทั้ง 5 แห่ง ถูกรายงานในข่าวภาคค่ำทางสถานีโทรทัศน์ช่องเมียวดี และช่องเอ็มอาร์ทีวี ของทางการเมียนมา ที่มักถูกวิจารณ์ว่านำเสนอข้อมูลที่มีอคติและทำให้เกิดความเข้าใจผิด

ทางการไม่ได้อธิบายสาเหตุชัดเจนในการตัดสินใจเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว และยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับข้อบังคับใหม่ในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนในท้องถิ่น แต่การตัดสินใจที่เกิดขึ้นได้สร้างความไม่พอใจให้แก่คนเมียนมาอย่างมาก

ผู้หญิงคนหนึ่งโพสต์ทางโซเชียลมีเดียว่า "พวกเขาบล็อกสื่อที่รายงานความจริงเพื่อตัดพวกเราออกจากโลกภายอก"

ส่วนอีกคนระบุว่า "สื่อมวลชนควรมีอิสระจากการควบคุมของทหาร"

แฮชแท็ก "การรายงานข่าวไม่ใช่อาชญากรรม" กำลังถูกแชร์อย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียของเมียนมา

คำบรรยายวิดีโอ, ประท้วงเมียนมาครั้งนี้ต่างจากในอดีตอย่างไร

กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นความพยายามล่าสุดของกองทัพในการจำกัดเสรีภาพสื่อมวลชนในประเทศนับแต่การก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง

ข้อมูลจาก เอเอพีพี เบอร์มา องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ระบุว่า มีการจับกุมผู้สื่อข่าวที่รายงานข่าวการประท้วงไปแล้วอย่างน้อย 34 คน

ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งที่ทำงานให้ดีวีบีนิวส์ หรือ "เสียงประชาธิปไตยของเมียนมา" ได้แพร่ภาพสดในขณะที่เขาถูกบุกจับกุมกลางดึกที่บ้านพักในเมืองมะริด

บริษัทดีวีบีนิวส์ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 1 มี.ค. หรือหนึ่งวันหลังจากผู้สื่อข่าวถูกจับกุม เรียกร้องให้ตำรวจปล่อยตัวพนักงานของตน โดยมีเนื้อหาว่า

"ตำรวจทุบประตูหน้าบ้านเขา ตะโกนเรียกให้เขาออกมา ขณะเดียวกันก็มีเสียงยิงปืนหลายนัดดังมาจากนอกบ้านอย่างชัดเจน"

"ตำรวจบุกเข้าไปในบ้านเขาได้ในที่สุดแล้วจับตัวเขาไป" ซึ่งดีวีบีนิวส์ระบุขณะนั้นว่าไม่รู้ว่าผู้สื่อข่าวรายนี้ถูกจับตัวไปที่ใด

แบนบัญชีโซเชียลมีเดียของกองทัพ

Protesters stand in front of a barricade at night in Myanmar
คำบรรยายภาพ, ชาวบ้านใช้แผงกั้นปิดถนนไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุมประชาชนในยามค่ำคืน

เฟซบุ๊กได้สั่งปิดบัญชีผู้ใช้งานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเมียนมา ฐานละเมิดข้อตกลงการใช้งานอย่างต่อเนื่อง คำสั่งนี้ยังมีผลครอบคลุมไปถึงอินสตาแกรมที่เป็นของเฟซบุ๊กด้วย

ขณะที่ยูทิวบ์ได้ประกาศเช่นกันว่าได้ลบช่องของกองทัพในช่วงที่สถานการณ์ในเมียนมากำลังรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่กองทัพเมียนมาพยายามตอบโต้ด้วยการปิดกั้นการเข้าใช้โซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก อย่างไรก็ตามประชาชนต่างหาทางออกด้วยการใช้ "เครือข่ายส่วนตัวเสมือน" หรือ Virtual Private Network (VPN) ในการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างประเทศและสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ

แต่การเข้าถึงสื่อดังกล่าวยังไม่สามารถทำได้ระหว่างเวลา 01:00-09:00 น. เนื่องจากมีการตัดอินเทอร์เน็ตตามคำสั่งของกองทัพ ซึ่งดำเนินมาต่อเนื่องเกือบจะหนึ่งเดือนแล้ว และดูเหมือนว่ายังไม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้