เผยเครือข่ายลับที่ลักลอบนำเทคโนโลยีสตาร์ลิงก์เข้าสู่อิหร่าน เพื่อหลบหลีกการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต

A white rectangular Starlink device rests inside a brown cardboard box. The hands of a person wearing thin blue plastic gloves and dark clothing are touching it at the edges, as if lifting it out of the box.
คำบรรยายภาพ, ซาฮันด์กำลังบรรจุอุปกรณ์รับสัญญาณสตาร์ลิงก์ที่เขาเตรียมนำส่งไปยังอิหร่าน
    • Author, เรฮา กันซารา
    • Role, ทีมข่าวโกลบอล ดิสอินฟอร์เมชัน ยูนิต (Global Disinformation Unit)
  • เวลาอ่าน: 9 นาที

"หากทำให้ใครสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นได้อีกสักหนึ่งคน ผมคิดว่ามันคือความสำเร็จแล้ว และมันก็คุ้มค่า" ซาฮันด์ กล่าว

ชายชาวอิหร่านรายนี้มีท่าทีวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ขณะพูดคุยกับบีบีซีจากนอกประเทศอิหร่าน โดยเขาอธิบายอย่างระมัดระวังถึงบทบาทของเขาในฐานะส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่ลักลอบนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมเข้าสู่อิหร่าน แม้ว่ามันเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศก็ตาม

ซาฮันด์ไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของเขา แต่ถูกเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเขาหวาดกลัวว่าสมาชิกในครอบครัวและผู้ติดต่อรายอื่น ๆ ภายในประเทศอาจตกอยู่ในอันตราย

"ถ้าทางการอิหร่านระบุตัวผมได้ พวกเขาอาจทำให้คนที่ผมติดต่อด้วยในอิหร่านต้องรับเคราะห์แทน" เขากล่าว

เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้วที่อิหร่านตกอยู่ในความมืดมนทางดิจิทัล หลังรัฐบาลดำเนินการปิดอินเทอร์เน็ตเป็นวงกว้างในระดับประเทศ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในมาตรการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ทั่วโลก

การตัดสัญญาณครั้งล่าสุด เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งก่อนหน้านั้น ทางการเพิ่งเปิดให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เพียง 1 เดือน เนื่องจากเกิดการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตช่วงเดือน ม.ค. 2026 ขณะที่มีการปราบปรามผู้ประท้วงทั่วประเทศอย่างรุนแรง อันเป็นผลให้มีผู้ประท้วงเสียชีวิตมากกว่า 6,500 คน และถูกจับกุม 53,000 คน จากข้อมูลของสำนักข่าวของนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน หรือ เอชอาร์เอเอ็นเอ (Human Rights Activists News Agency - HRANA) ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ระบุว่ารัฐบาลตัดสินใจปิดอินเทอร์เน็ตในช่วงสงครามด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง โดยอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อป้องกันการตรวจตรา การจารกรรม และการโจมตีทางไซเบอร์

Hands holding a mobile phone showing an image of Iran's new supreme leader Mojtaba Khamenei on 12 March 2026, as statement by him is broadcast.

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, เมื่อไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เป็นอิสระได้ ชาวอิหร่านจึงต้องพึ่งพาสื่อที่ดำเนินการโดยระบอบการปกครองหรือสื่อที่มีความใกล้ชิดกับระบอบแทน

อุปกรณ์สตาร์ลิงก์ที่ซาฮันด์ส่งเข้าไปในอิหร่านเป็นหนึ่งในวิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุดในการหลีกเลี่ยงการปิดกั้นทางอินเทอร์เน็ต เนื่องจากระบบจานรับสัญญาณสีขาวแบนราบที่ใช้คู่กับเราเตอร์เหล่านี้สามารถช่วยให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ผ่านการเชื่อมต่อกับเครือข่ายดาวเทียมของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ซึ่งเป็นของอีลอน มัสก์ ด้วยเหตุนี้ ผู้ใช้งานจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตภายในประเทศซึ่งถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยรัฐอีกต่อไป

ซาฮันด์บอกว่าอุปกรณ์หนึ่งตัวสามารถรองรับการเชื่อมต่อจากหลาย ๆ คนพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน และเสริมว่าเขาและคนอื่น ๆ ที่อยู่ในเครือขายเป็นผู้จัดซื้ออุปกรณ์เหล่านี้ และ "ลักลอบนำข้ามพรมแดน" ด้วย "ปฏิบัติการที่ซับซ้อนมาก" แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเรื่องนี้เพิ่มเติมกับบีบีซี

ซาฮันด์บอกว่านับตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เขาได้ส่งอุปกรณ์ชนิดนี้เข้าไปในอิหร่านแล้วหลายสิบเครื่อง และบอกด้วยว่า "เรากำลังหาวิธีอื่น ๆ อย่างจริงจัง เพื่อจะลักลอบนำเข้าให้มากกว่าเดิม"

วิทเนส (Witness) ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนประเมินเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาว่า มีอุปกรณ์สตาร์ลิงก์ในอิหร่านอย่างน้อย 50,000 เครื่อง โดยนักกิจกรรมหลายคนระบุว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะเพิ่มสูงมากกว่านี้แล้ว

ขณะเดียวกัน บีบีซีได้ติดต่อไปยังบริษัทสเปซเอ็กซ์เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานสตาร์ลิ้งก์ในประเทศนี้ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลอิหร่านผ่านกฎหมายที่กำหนดให้การใช้งาน การซื้อ หรือการขายอุปกรณ์สตาร์ลิงก์มีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี ขณะที่การแจกจ่ายหรือนำเข้าอุปกรณ์มากกว่า 10 เครื่อง อาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี

สื่อที่มีความเกี่ยวข้องกับทางการอิหร่านเคยรายงานการจับกุมผู้ที่ขายและซื้ออุปกรณ์สตาร์ลิงก์หลายกรณีด้วยกัน รวมถึงกรณีเมื่อเดือนที่แล้วที่มีผู้ถูกจับกุม 4 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 2 คน ในข้อหา "นำเข้าอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม" นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าการจับกุมบางกรณีมีข้อกล่าวหาเรื่องการครอบครองอาวุธผิดกฎหมาย และการส่งข้อมูลให้กับศัตรูด้วย

A woman a at a street protest, wrapped in an Iranian flag, holds up a placard. It reads: 90 million voices, 216 + hours offline, silenced by IRGC blackout. Other people holding Iranian flags can be seen in the background.

ที่มาของภาพ, SOPA Images/LightRocket via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงในกรุงลอนดอนเข้าร่วมการเรียกร้องให้มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในอิหร่านอย่างเสรีโดยไม่มีการปิดกั้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดซื้อขายอุปกรณ์รับสัญญาณในอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งรวมถึงการซื้อขายผ่านช่องที่เปิดบนแอปพลิเคชันเทเลแกรมชื่อว่า นาสเน็ต (Nasnet) ซึ่งผู้ใช้สื่อสารกันด้วยภาษาเปอร์เซีย

อาสาสมัครรายหนึ่งซึ่งพำนักอยู่นอกอิหร่านและมีส่วนเกี่ยวข้องกับช่องดังกล่าว บอกกับบีบีซีว่าในช่วง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา มีการจำหน่ายอุปกรณ์รับสัญญาณสตาร์ลิงก์ผ่านช่องทางนี้ไปแล้วประมาณ 5,000 เครื่อง

อิหร่านมีประวัติด้านการควบคุมข้อมูลข่าวสารมาอย่างยาวนาน ทั้งการผลักดันวาทกรรมที่เกี่ยวกับการต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอล ไปจนถึงการจำกัดการรายงานข่าวเกี่ยวกับมาตรการปราบปรามที่ระบอบนำมาใช้กับผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐ

ถึงกระนั้น ในช่วงการประท้วงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา แม้อินเทอร์เน็ตจะถูกตัด แต่รายงานและหลักฐานวิดีโอที่เผยให้เห็นการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม การจับกุม และการทำร้ายร่างกายก็ยังค่อย ๆ รั่วไหลออกมา โดยข้อมูลจำนวนมากเหล่านี้เป็นที่รับรู้หรือเชื่อกันในหมู่องค์กรสิทธิมนุษยชนว่ามาจากผู้ที่เข้าถึงแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ผ่านอุปกรณ์สตาร์ลิงก์

ระบบอินเทอร์เน็ตของอิหร่านในปัจจุบันถูกอธิบายว่าเป็น "ระบบแบ่งเป็นชั้น" เนื่องจากชาวอิหร่านทุกคนสามารถเข้าถึงเครือข่ายภายในประเทศที่รัฐควบคุม ซึ่งบริการต่าง ๆ เช่น ธนาคาร การเรียกรถ และการส่งอาหาร ยังคงใช้ได้ตามปกติ รวมถึงสื่อที่รัฐดำเนินการเอง

ก่อนอินเทอร์เน็ตถูกปิดกั้น ชาวอิหร่านยังสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทั่วโลกได้ แต่เว็บไซต์และบริการจำนวนมาก เช่น อินสตาแกรม (Instagram) เทเลแกรม (Telegram) ยูทิวบ์ (YouTube) และวอตส์แอป (WhatsApp) ถูกปิดกั้น และรัฐบาลยังกำหนดราคาค่าบริการท่องอินเทอร์เน็ตในอัตราที่สูงกว่าการใช้งานเครือข่ายภายในประเทศ

ชาวอิหร่านจำนวนมากหลีกเลี่ยงข้อจำกัดเหล่านี้ด้วยการใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือนหรือวีพีเอ็น (VPN) ต่าง ๆ ซึ่งเชื่อมต่อผู้ใช้กับเว็บไซต์ผ่านเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลและปกปิดตำแหน่งที่ตั้งของผู้ใช้ ซึ่งการสมัครใช้วีพีเอ็นยังทำให้ผู้ใช้ในอิหร่านต้องมีต้นทุนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ภายใต้การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน มีเพียงเจ้าหน้าที่บางกลุ่มและบุคคลบางรายเท่านั้น รวมถึงผู้สื่อข่าวประจำสื่อของรัฐที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ผ่านสิ่งที่เรียกว่า "ซิมการ์ดสีขาว" (white sim card)

The bright white trail of a Falcon 9 rocket carrying 25 Starlink internet satellites is seen against a dark sky, above the silhouettes of a building and palm trees, in Pasadena, California on 6 April 2026

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ดาวเทียมของสเปซเอ็กซ์ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดฟอลคอน 9 เหนือรัฐแคลิฟอร์เนีย ถูกใช้สำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตสตาร์ลิงก์

ในปี 2022 อีลอน มัสก์ กล่าวว่าเขาเปิดใช้งานสตาร์ลิงก์ในอิหร่าน หลังเกิดปัญหาอินเทอร์เน็ตขัดข้องอย่างรุนแรงในห้วงที่เกิดการประท้วงซึ่งมีชนวนมาจากการเสียชีวิตของหญิงสาวอิหร่านขณะถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว โดยเธอคนนั้นมีชื่อว่ามาห์ซา อามินี

นับตั้งแต่นั้นมาการใช้งานสตาร์ลิงก์ก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต

ขณะนี้ เมื่อทางการเร่งไล่ล่าตรวจหาอุปกรณ์รับสัญญาณสตาร์ลิงก์มากขึ้น ซาฮันด์และเครือข่ายของเขาจึงแนะนำให้ผู้ใช้งานใช้วีพีเอ็นร่วมกับเทคโนโลยีดาวเทียมดังกล่าว เพื่อไม่ให้ถูกระบุตัวตนได้ แต่หลายคนไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายไหว โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ

ซาฮันด์เป็น 1 ใน 3 คนที่บีบีซีได้พูดคุยด้วย ซึ่งระบุว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำอุปกรณ์สตาร์ลิงก์เข้าประเทศอิหร่าน

เขากล่าวว่าปฏิบัติการที่เขามีส่วนร่วม ซึ่งรวมถึงการจัดซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณ ล้วนได้รับเงินสนับสนุนจากชาวอิหร่านในต่างแดน และบุคคลอื่น ๆ ที่ต้องการช่วยเหลือผู้คนภายในประเทศ โดยยืนยันว่าไม่ได้รับเงินทุนจากรัฐบาลใด ๆ

อุปกรณ์เหล่านี้ถูกส่งต่อให้กับบุคคลที่พวกเขาเชื่อว่าจะนำไปใช้เผยแพร่ข้อมูลออกสู่ประชาคมโลก

"ผู้คนจำเป็นต้องมีอินเทอร์เน็ตเพื่อจะได้ส่งต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในพื้นที่" ซาฮันด์กล่าว

"พวกเราเชื่อว่าอุปกรณ์เหล่านี้ควรอยู่ในมือของคนที่จำเป็นต้องใช้มันจริง ๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง"

A partially destroyed residential apartment block in Tehran. The outside wall is no longer present and a blue sofa with gold trim can be seen in a room filled with rubble. There is a picture still hanging above it on the wall.

ที่มาของภาพ, EPA/Shutterstock

คำบรรยายภาพ, การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่การปิดกั้นอินเทอร์เน็ตยังเกิดขึ้นอยู่

กลุ่มสิทธิด้านดิจิทัลแห่งหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ บอกกับบีบีซีว่าพวกเขาประเมินว่ามีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 100 คน ในข้อหาครอบครองอุปกรณ์รับสัญญาณสตาร์ลิงก์

ด้านซาฮันด์บอกว่าเขายังรู้จักคนอื่น ๆ ที่ถูกจับกุมจากการเข้าถึงหรือครอบครองอุปกรณ์ดังกล่าวเช่นกัน โดยไม่มีใครในกลุ่มนั้นได้อุปกรณ์มาจากเขา

ยัสมิน หญิงลูกครึ่งอเมริกัน–อิหร่าน ซึ่งบีบีซีได้เปลี่ยนชื่อของเธอเช่นกัน บอกกับบีบีซีว่าสมาชิกในครอบครัวของเธอที่เป็นผู้ชายถูกจับกุมในอิหร่าน และถูกกล่าวหาในฐานจารกรรม หลังจากถูกตรวจพบว่าครอบครองอุปกรณ์รับสัญญาณสตาร์ลิงก์

บีบีซีได้สอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตอิหร่านในกรุงลอนดอนว่าเหตุใดจึงมีเพียงคนไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในอิหร่าน และเหตุใดบทลงโทษสำหรับการใช้สตาร์ลิงก์จึงรุนแรงเช่นนี้ แต่ไม่ได้รับการตอบกลับ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านยอมรับว่าการปิดกั้นอินเทอร์เน็ตส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคธุรกิจ โดยรัฐมนตรีรายหนึ่งกล่าวเมื่อเดือน ม.ค. ว่า การตัดอินเทอร์เน็ตในแต่ละวันสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างน้อยวันละ 50 ล้านล้านเรียล (ราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ1,120 ล้านบาท)

เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลได้เปิดตัวโครงการที่ชื่อว่า "อินเทอร์เน็ต โปร" (Internet Pro) ซึ่งอนุญาตให้ธุรกิจบางแห่งสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโลกภายนอกได้บางส่วน และมีชายคนหนึ่งที่ทำงานให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในอิหร่านบอกกับบีบีซีว่า เขาได้รับสิทธิ์เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโครงการดังกล่าว

ด้านฟาเตเมห์ โมฮาเจรานี โฆษกรัฐบาลอิหร่าน กล่าวว่าเจตนาของโครงการนี้คือ "เพื่อรักษาการเชื่อมต่อของภาคธุรกิจในช่วงวิกฤต" เธอยังกล่าวด้วยว่ารัฐบาล "ต่อต้านความอยุติธรรมด้านการสื่อสารอย่างสิ้นเชิง" และเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ "สถานการณ์ด้านอินเทอร์เน็ตก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย"

"การปิดกั้นการสื่อสารเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน และไม่อาจมีข้ออ้างใดมารองรับได้" มาร์วา ฟาตาฟตา ผู้อำนวยการด้านนโยบายและการรณรงค์ประจำภูมิภาคขององค์กรชื่อว่าแอคเซส นาว (Access Now) ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิด้านดิจิทัล กล่าวกับบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส เนื่องในวันเสรีภาพสื่อโลกซึ่งตรงกับวันที่ 3 พ.ค.

เธอเตือนว่าการตัดอินเทอร์เน็ตกำลังกลายเป็น "บรรทัดฐานใหม่" โดยจากข้อมูลขององค์กรแอคเซส นาว ในปี 2025 เพียงปีเดียว ระบุว่ามีการปิดกั้นอินเทอร์เน็ต 313 ครั้งใน 52 ประเทศ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มติดตามข้อมูลในปี 2016

กลุ่มสิทธิดิจิทัลดังกล่าวระบุว่าประชาชนในเมียนมา อินเดีย ปากีสถาน รัสเซีย และอิหร่าน เผชิญการตัดอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในห้วงปีที่ผ่านมา

โรยา โบรูมันด์ ผู้อำนวยการบริหารของศูนย์อับดอร์ราห์มาน โบรูมันด์ เพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่าภาวะสุญญากาศด้านข้อมูลในอิหร่าน "เปิดทางให้รัฐสามารถเผยแพร่เรื่องเล่า (narrative) ของตนเอง โดยการทำให้ผู้ประท้วงถูกมองว่าเป็นผู้ใช้ความรุนแรงหรือเป็นตัวแทนต่างชาติ ขณะที่เหยื่อจากระบอบของรัฐ รวมถึงผู้ที่ถูกตัดสินประหารชีวิต และแหล่งข้อมูลที่ทำให้รับรู้ข้อเท็จจริง กลับถูกทำให้เงียบเสียงลง"

นี่คือแรงจูงใจสำคัญของซาฮันด์ โดยเขาบอกว่า "ระบอบการปกครองของอิหร่านแสดงให้เห็นแล้วว่า ในช่วงที่มีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต พวกเขาสามารถฆ่าคนได้"

"การที่ชาวอิหร่านสามารถสะท้อนภาพความเป็นจริงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง"

เขากล่าวด้วยว่าผู้ที่สมัครใจเข้าร่วมช่วยเหลือการลักลอบนำอุปกรณ์ "ล้วนตระหนักถึงความเสี่ยง" แต่ก็เสริมว่า "นี่คือการต่อสู้" และ "พวกเรารู้สึกว่าจำเป็นต้องเข้าไปแทรกแซงและให้ความช่วยเหลือ"