เมียนมา : แม่ชีวอนตำรวจอย่าสังหารประชาชน

ที่มาของภาพ, MYITKYINA NEWS JOURNAL/Reuters
ซิสเตอร์ แอนน์ โรส นู ทาว ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในเมียนมา ประเทศที่กำลังตกอยู่ในสภาพแตกเป็นเสี่ยงเพราะการก่อรัฐประหารของกองทัพ
ภาพแม่ชีในศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกนั่งคุกเข่าเผชิญหน้ากับกลุ่มเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอาวุธครบมือ และพูดอ้อนวอนให้พวกเขาไว้ชีวิตผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในเมืองมิตจีนาทางเหนือของเมียนมา เรียกเสียงยกย่องสรรเสริญจากคนในเมียนมาประเทศซึ่งคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ
ขณะที่สื่อต่างชาติตีพิมพ์ภาพที่แสดงถึงการขัดขืนไม่ยอมรับอำนาจที่กดทับนี้ไปทั่วโลก
"ฉันจะไม่ลุกขึ้นจนกว่าพวกเธอจะออกไป" ซิสเตอร์ แอนน์ โรส ทาว บอกให้ตำรวจออกไปให้พ้นจากเขตของโบสถ์ ในเวลานั้นตำรวจสองนายนั่งลงกับพื้นและพนมมือตามแม่ชี และบอกกับเธอว่าพวกเขาต้องทำตามหน้าที่
"ถ้าพวกเธอต้องฆ่าคนละก็ ให้ยิงฉันแทนเถิด ฉันยอมสละชีวิต" แม่ชีบอกกับตำรวจ
ผู้คนในเมียนมาได้ออกมาชุมนุมประท้วงรายวันนับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจไปจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อวันที่ 1 ก.พ. กองทัพยังได้ปราบปรามผู้ประท้วงและทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 60 คน

ปกป้องเด็ก ๆ
ซิสเตอร์ แอนน์ โรส นู ทาว ให้สัมภาษณ์บีบีซีแผนกภาษาเมียนมา หลังจากภาพของเธอปรากฏไปทั่วโลก แม่ชีอธิบายสิ่งที่อยู่ในความคิดของเธอ ณ นาทีนั้น
"ฉันบอกพวกเขาว่า ถ้าจำเป็นต้องฆ่าคนละก็ ฉันสละชีวิตตัวเองได้ แล้วพวกเขาก็ออกไป"
"มีเด็ก ๆ หลายคนที่ติดอยู่ข้างใน และพวกเขาไม่รู้ว่าจะหนีไปที่ไหน ทุกคนต่างหวาดกลัว" เธอบอก "ฉันรู้สึกว่าฉันจำเป็นต้องเสียสละ"

ที่มาของภาพ, EPA
"เด็ก ๆ มารายล้อมอยู่รอบ ๆ ตัวฉัน ทุกคนทั้งหิว ทั้งคอแห้ง และหวาดกลัว ไม่มีใครกล้ากลับไปที่บ้านเลย" ซิสเตอร์ แอนน์ อธิบายต่อ
แต่ในวันนั้นทหารก็ยังยิงใส่ฝูงชนที่ร่วมชุมนุมประท้วงในบริเวณดังกล่าวเพื่อคัดค้านการยึดอำนาจของกองทัพ
"มันรู้สึกเหมือนกับว่าโลกกำลังจะล่มสลาย เสียงปืนดังสนั่น และฉันก็ต้องวิ่งไปในทางที่โบสถ์ตั้งอยู่"
"ตอนนั้นฉันตะโกนบอกให้คนหมอบลงกับพื้น แต่ไม่มีใครได้ยินที่ฉันพูดเลย"

ที่มาของภาพ, EPA
แม้จะพยายามอย่างหนักหน่วงที่จะช่วยชีวิตผู้คนเอาไว้ แต่สิ่งที่แม่ชีหวั่นเกรงได้เกิดขึ้นจริง
มีคนเสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งคน จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับบริเวณที่แม่ชีหลบซ่อนอยู่
ซิสเตอร์ แอนน์ โรส บอกว่าเธอวิ่งไปดูชายหนุ่มที่ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ เขามีอาการสาหัส และนอน "จมอยู่ในกองเลือด"
"ฉันอยากจะเข้าไปอุ้มคนที่ได้รับบาดเจ็บคนนี้" ซิสเตอร์ แอนน์ โรส บอกบีบีซี "แต่ฉันคนเดียวอุ้มเขาไม่ไหว ฉันเลยร้องตะโกนให้คนอื่นมาช่วย"
ตอนนั้นเองที่ซิสเตอร์ แอนน์ โรส และคนที่มาช่วยเธอต้องสัมผัสกับแก๊สน้ำตา
"ดวงตาฉันปวดแสบปวดร้อนไปหมด และปวดหัวด้วย แต่เราก็อุ้มร่างของเขาออกมาได้ ตอนนั้นเด็ก ๆ พากันร้องไห้ระงม"
"เราทุกคนเจ็บปวดกันมาก"
มีรายงานว่าในวันนั้นซึ่งเป็นวันจันทร์ (8 มี.ค.) มีผู้ชายอย่างน้อยสองคนถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างการประท้วงในเมืองมิตจีนา ในรัฐคะฉิ่น
ขณะที่องค์การสหประชาชาติแสดงความเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์รุนแรงระหว่างตำรวจและประชาชนที่กำลังเกิดขึ้นทั่วเมียนมาในขณะนี้
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด YouTube โพสต์











